โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เฉลยที่มาภาพสเกตช์พยาน ปัดฝุ่นล่าคนร้ายฆาตกรรม ‘โทโมโกะ’

เดลินิวส์

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • เดลินิวส์
คดีฆาตกรรม “โทโมโกะ คาวาชิตะ” นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น จุดเกิดเหตุบริเวณโบราณสถานวัดสะพานหิน อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2550 ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญอีกครั้ง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิด “ภาพสเกตช์” ชาย-หญิงต่างชาติ ที่คาดว่าอาจมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม เนื่องจากมีการเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุในเวลาใกล้เคียง อาจเห็นคนร้าย หรือเหตุการณ์ที่เกิด และนำไปสู่การคลี่คลายปริศนาหาตัวคนร้ายเมื่อ 18 ปีก่อน

แต่ก่อนคดีจะคืบหน้า “ทีมข่าวอาชญากรรม” พาย้อนที่มาภาพสเกตช์ “ชายฝรั่งเศส กับหญิงยุโรป” เหตุใดจึงเพิ่งปรากฏทั้งที่เวลาล่วงเลยมานาน

เรื่องนี้นายสุวพิชญ์ มโนภาส ผอ.ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ปฏิบัติหน้าที่รอง ผอ.กองคดีความมั่นคง ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนที่ 6/2568 กรณีการฆาตกรรมโทโมโกะ เผยเบื้องหลังเกิดจากการปัดฝุ่นสืบสวนที่เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายให้สานต่อภารกิจ ทีมสืบสวนของตนเองจึงได้นำพยานหลักฐานที่เคยปรากฏในสำนวนเมื่ออดีตมากางดูใหม่ทั้งหมด

ส่วนสาเหตุที่ชุดสืบสวนไปพบร่องรอยเบาะแสพยานต่างชาติ 2 รายนี้ในเวลาใกล้เคียงช่วงเกิดเหตุ มาจากการเน้นข้อมูลไปยังระดับพื้นที่และการข่าวเชิงลึก มีการดูสำนวนคดีเดิม การลงพื้นที่ไป จ.สุโขทัย ลักษณะทำงานเหมือนเป็นการจับชิ้นส่วนข้อมูลแล้วค่อยต่อ “จิ๊กซอว์” กลายเป็นการระดมความร่วมมือของดีเอสไอและหน่วยงานภาคี อย่างสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้มีมุมมองเรื่องเทคโนโลยีที่แตกต่างขึ้น และเป็นประเด็นที่มาเกิดขึ้นในภายหลัง ไม่ได้เน้นไปที่ข้อเท็จจริงเดิมๆ ตามที่เคยปรากฏเท่านั้น

นายสุวพิชญ์ กล่าวต่อว่าช่วงลงพื้นที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้พูดคุยกับพยานบุคคล ซึ่งอดีตเคยเป็นพนักงานร้าน Coffee Cup ในตัวเมืองสุโขทัยช่วงวันเกิดเหตุ เมื่อได้รับฟังจึงได้ข้อมูลใหม่ คือ พยานต่างชาติ 2 ราย ประกอบกับพยานหลักฐานอื่น อาทิ คลิปวงจรปิดในอดีต จนได้มาซึ่งการสเกตช์ภาพ ตำหนิรูปพรรณสัณฐานของพยาน

“อย่างไรก็ตาม ด้วยเวลาที่ล่วงเลยมา 18 ปี ก็มีความเป็นไปได้ว่าหากโชคดีได้พบพยาน แต่ถึงเวลานั้นทั้งคู่อาจจำไม่ได้ว่าเคยมาท่องเที่ยวสถานที่ดังกล่าว หรือเคยมีกิจกรรมชีวิตอย่างไรใน จ.สุโขทัย แต่เราก็ไม่ปิดกั้นหนทางการได้มาซึ่งความคืบหน้า”

หลังจากนี้ นายสุวพิชญ์ ระบุ กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ของดีเอสไอจะรับผิดชอบการประสานระหว่างทางการไทยกับญี่ปุ่น รวมถึงประเด็นที่พยานทั้งสองพำนักอาศัยอยู่ในปัจจุบัน อาทิ ฝรั่งเศส เพื่อขอความร่วมมือทั้งคู่เข้าให้ข้อมูล ช่วยร้อยเรียงเหตุการณ์จากภาพถ่ายของตัวเอง หรือพยานหลักฐานใดที่มีทั้งของดีเอสไอและของทั้งคู่ ให้มีความต่อเนื่องในส่วนใดส่วนหนึ่ง

สำหรับเบาะแสที่ดีเอสไอจะได้จากนี้ จะถูกนำไปใช้กับการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ที่ปัจจุบันค่อนข้างก้าวหน้ามากขึ้น มีฐานข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลมากขึ้น ทุกอย่างจะถูกนำมาประมวลและประกอบกันให้เป็น “ภาพขนาดใหญ่” ที่เห็นความชัดเจนกว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายของดีเอสไอในต่างประเทศที่จะส่งรายละเอียดข้อมูล คลิปวิดีโอที่จัดทำไว้ไปเผยแพร่ข้อมูลให้คนในพื้นที่ช่วยตามหาพยานต่างชาติ เผื่อว่าคนในพื้นที่เห็นข้อมูลและมีเบาะแสจะได้แจ้งกลับมาที่ดีเอสไอ หรือผู้ประสานงานทางเครือข่ายของดีเอสไอในพื้นที่นั้น ๆ

ส่วนข้อกังวล “อายุความ” ซึ่งปัจจุบันผ่านมาเกือบ 18 ปี จากอายุความคดี 20 ปี นายสุวพิชญ์ ยอมรับอายุความไม่มีผลมากนัก ด้วยนักนิติวิทยาศาสตร์อาจมาดูข้อมูลและพยานหลักฐานกันใหม่ เพราะเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น อาจทำให้พบกับสิ่งจำเป็นทางการสืบสวน นำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี และจะเป็นการฟื้นสำนวนคดีพิเศษเดิมที่อัยการเคยสั่งงดการสอบสวนไป เนื่องจากขณะนั้นตามหาตัวผู้ก่อเหตุไม่พบ ขณะนี้จึงเป็นประเด็นของการสืบสวนหาตัวผู้ฆาตกรรมโทโมโกะให้ได้ หากพบเจอพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด จะมีการประมวลเรื่องขออำนาจอธิบดีดีเอสไออนุมัติให้ดำเนินการสอบสวนต่อไป

“ตอนนี้นับว่าเป็นการเริ่มสเต็ปการสืบสวน เพื่อให้เห็นภาพรวมของคดี โดยที่เราก็ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ทันทีเลยว่าจะเจอหรือไม่เจออะไรบ้าง แต่เราก็หวังด้วยการทำงานเต็มที่เช่นนี้ จะทำให้เจอสิ่งบ่งชี้ หรือเบาะแสร่องรอยอะไรได้บ้าง เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง” นายสุวพิชญ์ ทิ้งท้าย.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...