โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดอกเบี้ยนโยบายค้างท่อ หลังกนง.ลด 3 ครั้ง 0.75% แบงก์ลด MRR แค่ 0.02%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 01.08 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.08 น.

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง 3 ครั้งรวม 0.75% นับจากการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2567 จนถึงครั้งที่ 2 ของปี 2568 เมื่อ 30 เมษายน ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลงจาก 2.50% มาอยู่ที่ระดับ 1.75% ก่อนที่การประชุม กนง.ครั้งล่าสุดเมื่อ 25 เมษายน จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% เช่นเดิม

ขณะที่การส่งผ่านดอกเบี้ยนโยบายสู่ระบบสถาบันการเงินนั้น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์ที่มีความสำคัญต่อระบบในประเทศ (D-SIBs) ณ 25 มิถุนายน 2568 พบว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำสุด-สูงสุดของธนาคารพาณิชย์ ในส่วนของ

  • เงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ 0.125-2.00%
  • เงินฝากประจำ 3 เดือน 0.625-1.45%
  • เงินฝากประจำ 6 เดือน 0.85-1.50%
  • เงินฝากประจำ 12 เดือน 1.150-1.60%
  • เงินฝากประจำ 24 เดือน 1.25-1.60%

ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) อยู่ที่ 6.75% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) 7.00% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี(MRR) อยู่ที่ 6.90%

เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่า MOR ปรับลดลงในอัตรา 0.55% จาก 7.55% มาอยู่ที่ 7.00% คิดเป็นเปอร์เซ็นของการปรับลด 0.07% MLR ปรับลดลงในอัตรา 0.35% จาก 7.10% มาอยู่ที่ 6.75% คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของการปรับลด 0.04% และ MRR ปรับลดลงในอัตรา 0.15% จาก 7.05% มาอยู่ที่ 6.90% คิดเป็นเปอร์เซ็นต์การลดลง 0.02%

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ระบุว่า การลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในช่วงที่ผ่านมาสามารถรองรับความเสี่ยงได้ กนง.จึงให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาและประสิทธิภาพของการทำนโยบาย ภายใต้ความสามารถของนโยบายที่มีจำกัด (Policy Space) คือ ถ้าต้องการลดดอกเบี้ยต้องดูว่า ช่วงไหนของจังหวะ/ไทม์มิ่งที่จะมีประสิทธิผลสูงสุด

ทั้งนี้บทบาทของดอกเบี้ยนโยบายจะเข้ามา เมื่อเห็นว่า เศรษฐกิจหดตัวมากกว่าที่คาดและเงินเฟ้อต่ำมาจากดีมานด์หรือภาวะการเงินตึงตัวเป็นวงกว้างหรือมากกว่าพื้นฐานของเศรษฐกิจที่ชัดเจน ซึ่งการลดดอกเบี้ยที่ผ่านมาช่วยลดต้นทุนระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่ต้นทุนที่ลดลงจะให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กต้นทุนปรับลดลงน้อยกว่า เพราะเป็น SMEs ที่มีจำนวนมากและมีความเสี่ยงมากกว่า

“นโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมาได้ลดดอกเบี้ยตั้งแต่ปลายปีมาแล้ว 3 ครั้ง ภาวะการเงินผ่อนคลายลงช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้บ้าง แต่การจะดูเรื่อง transmission ยังรอประเมินอีกสักระยะ เพราะการลดดอกเบี้ยจะมีผลเต็มที่ในประมาณ 3-4 ไตรมาส ฉะนั้นจึงยังมีผลของนโยบายการเงินที่ยังค้างท่ออยู่บ้างว่า ส่วนตรงนี้จะมีมากน้อย/เพิ่มเติมขนาดไหน” นายสักภพกล่าว

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การที่ธนาคารพาณิชย์ขยับลดดอกเบี้ยตามกนง.นั้น เป็นกลไกที่ยังเห็นการตอบสนองนโยบาย แต่การจะขยับลดอัตราดอกเบี้ยเท่ากันหรือมากกว่านั้นขึ้นกับสถานการณ์ของเครดิตในขณะนั้นด้วย ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นรวมทุกองค์ประกอบของเศรษฐกิจปัจจุบันไว้แล้ว

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ การส่งผ่านดอกเบี้ยนโยบายนั้น มีแนวโน้มที่ธนาคารพาณิชย์จะปรับลดดอกเบี้ยตามดอกเบี้ยนโยบายได้ลดน้อยลง ส่วนหนึ่งเพราะฝั่งธนาคารพาณิชย์ยังมีต้นทุนคงที่ที่ค้างอยู่ในการทำธุรกิจของธนาคาร และยิ่งระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลืออยู่หนึ่งเปอร์เซ็นต์กว่าๆ (1.75% ต่อปี) โอกาสจะปรับลดจึงทำได้ไม่มาก

อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้ากนง.สามารถพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้อีก และธนาคารพาณิชย์ยังสามารถปรับลดดอกเบี้ยลงได้ ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจและการเจรจาภาษีทางการค้าด้วย หากภาวะเศรษฐกิจไม่ดีต้นทุนเครดิตก็จะสูง ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยได้ยาก

ส่วนตัวมองว่า เศรษฐกิจโดยรวมปีนี้ยังดีกว่าทุกคนประเมิน เช่นเดียวกับกนง.ที่ปรับมุมมองเศรษฐกิจเป็นบวก 2.3% เพราะยังเหลือการประชุมกนง.อีก 3ครั้งในปีนี้ (วันที่ 13ส.ค. วันที่ 8ต.ค.และ 17ธ.ค.) ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมองว่า ธนาคารยังสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ตาม ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจไม่ดีต้นทุนก็ยังสูง

“จุดอ่อนรอบนี้ ไม่มีฝั่งที่จะเป็นอัพไซด์ให้เศรษฐกิจดีขึ้นเลย แต่กนง.ไม่ลดดอกเบี้ย ซึ่งย้อนแย้งในตัวเอง แต่ส่วนหนึ่งมองว่าการเลือกผู้ว่าธปท.อยู่ในไทม์ไลน์ด้วยทำให้การขยับนโยบายยาก แต่มองไปข้างหน้าถ้าจะลดดอกเบี้ยก็ต้องหลังมีผู้ว่าธปท.คนใหม่คือ เดือนต.ค.เป็นต้นไป” นายจิติพลกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายธนาคารกลางในภูมิภาคอยู่ในทิศทาง “ขาลง” คล้ายกับไทย แต่บางประเทศลดดอกเบี้ยไปก่อนแล้วจึงหยุด เห็นได้จากเกาหลีใต้ที่ลดดอกเบี้ยไปต่ำแล้ว เศรษฐกิจฟื้น ค่าเงินอ่อนมาก จึงหยุดลดดอกเบี้ย

ส่วนญี่ปุ่นดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมาก กำลังอยู่ในช่วงปรับดอกเบี้ยขึ้นแต่เศรษฐกิจไม่ฟื้น ญี่ปุ่นจึงหยุดเหมือนกัน นอกนั้นประเทศอื่นอยู่ใน “ขาลง” แต่พิจารณา “จังหวะ” อยู่ และเฟดในครึ่งหลังของปีมีโอกาสจะลดดอกเบี้ยในไตรมาส 3-4

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,109 วันที่ 29 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...