โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

"ปิยวดี มาลีนนท์" โละหุ้น WAVE หลังกลุ่ม BTC ขึ้นแท่นหุ้นใหญ่ เดือนเม.ย.68 ไม่พบการถือหุ้น

Share2Trade

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ บริษัท เวฟ เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE ล่าสุด ณ 8 เม.ย. 68 พบว่า รายชื่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในส่วนของ "ปิยวดี มาลีนนท์" ล่าสุดไม่ปรากฏรายชื่อการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จากเดิมมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 7 ที่เคยถือหุ้นจำนวน 354,860,000 หุ้นคิดเป็น 3.85%

ปิยวดี มาลีนนท์ โละหุ้น WAVE_S2T (เว็บ).jpg

ทั้งนี้ หากพิจารณาย้อนหลังไปพบว่า WAVE ได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ตั้งแต่ เดือนมิ.ย. 2567 เนื่องจากบริษัทได้มีการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งบริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BTC ได้เข้ามาใช้สิทธิรับซื้อหุ้นเพิ่มทุนจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ซึ่งถือครองจำนวน 1,020,308,442 หุ้น คิดเป็น 8.9%

ขณะที่กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ชื่อดัง ยังคงถือครองหุ้นในสัดส่วนเท่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น"สุระ คณิตทวีกุล" ถือหุ้นจำนวน 710,000,000 หุ้นคิดเป็น 6.20 % น.พ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี จำนวน 328,217,600 หุ้นคิดเป็น 2.86%" ธนนนท์ เตรียมชาญชัย" 370,000,000 หุ้นคิดเป็น 3.23 %

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุด ประกอบด้วย

บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือจำนวน 1,020,308,442 หุ้น คิดเป็น 8.91%

THE HONGKONG AND SHANGHAI BANKING CORPORATION LIMITED, SINGAPORE BRANCH 818,532,855 หุ้น คิดเป็น 7.14%

LGT BANK (SINGAPORE) LTD 735,355,524 หุ้น คิดเป็น 6.42%

นาย สุระ คณิตทวีกุล 710,000,000 หุ้น คิดเป็น 6.20%

นาง จารุณี ชินวงศ์วรกุล 684,638,775 หุ้น คิดเป็น 5.98%

บริษัท ธนวรินทร์ จำกัด 495,010,000 หุ้น คิดเป็น 4.32%

QUAM SECURITIES LIMITED A/C CLIENT 430,707,067 หุ้น คิดเป็น 3.76%

นาย ธนนนท์ เตรียมชาญชัย 370,000,000 หุ้น คิดเป็น 3.23%

น.พ. พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี 328,217,600 หุ้น คิดเป็น 2.86%

นาย นพดล เขมะโยธิน 310,101,000 หุ้น คิดเป็น 2.71%

น.ส. ศรวณีย์ ศิริจรรยากุล 280,000,000หุ้น คิดเป็น 2.44%

นาย เอนก วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ 275,813,400หุ้น คิดเป็น 2.41%

บริษัท มูนช็อต เวนเจอร์ แคปปิตอล จำกัด 268,989,011หุ้น คิดเป็น 2.35%

น.ส. นันท์วรินทร์ เตรียมชาญชัย 250,000,000หุ้น คิดเป็น 2.18%

นาย วิโรจน์ วานิชกุล 198,628,400หุ้น คิดเป็น 1.73%

บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 136,727,364หุ้น คิดเป็น 1.19%

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) 134,864,425 หุ้น คิดเป็น 1.18%

นาย บัญชา พันธุมโกมล 100,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.87%

นาย เด่นดนัย หุตะจูฑะ 99,698,900 หุ้น คิดเป็น 0.87%

น.ส. ศิริพร ศุภโอภาสพันธุ์ 95,625,000 หุ้น คิดเป็น 0.83%

น.ส. อรจิรารัตน์ อุดมเจริญเกษม 92,570,000 หุ้น คิดเป็น 0.81%

นาย ทัศนัย ไกรวัฒนพงศ์ 72,815,600หุ้น คิดเป็น 0.64%

นาง อรพิน วีรชาติวัฒนา 72,700,000หุ้น คิดเป็น 0.63%

นาย สมภพ พรหมพนาพิทักษ์ 65,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.57%

นาย บริภัณฑ์ สิทธิสมาน 61,115,242หุ้น คิดเป็น 0.53%

อนึ่ง บริษัทฯได้แจ้งแนวทางการปลดเครื่องหมาย CB ดังนี้ ภาพรวมแผนการดำเนินธุรกิจ และความคืบหน้าของแผน เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเน้นส่วนของบริษทั เวฟ บีซีจี จำกัด โดยภาพรวมของตลาดคาร์บอนเครดิตและใบรับรองพลังงานหมุนเวียน ณ ปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก้ ตลาดภาค

สมัครใจและตลาดภาคบังคับ โดยปัจจุบันประเทศไทยยังคงอยู่ในตลาดภาคสมัครใจ และกำลังจะมี พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บังคับใช้ในอนาคตอันใกล้ พรบ.ดังกล่าว จะมีการน ากลไก ภาษีคาร์บอน และระบบ ETS มาใช้ บริษัทเล็งเห็นว่าDemand ของคาร์บอนเครดิต และ RECs จะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีราคาที่สูงขึ้นในอนาคต จึงเตรียม RECs เพื่อให้กลุ่มลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ในระหว่างที่กำลังรอให้ประเทศไทย เปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดภาคบังคับดังกล่าว บริษัทได้มีการศึกษาเพื่อจะออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล เพื่อเป็นการระดมทุนในการจัดหาสินค้า RECs ต่อไป โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการก ากับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนี้ บริษัทได้ให้บริการที่ปรึกษาการวางแผนการลดก๊าซเรือนกระจกระยะยาวให้กบัองคก์รต่างๆ และใช้กลยุทธ์นำเสนอขาย RECs ในรูปแบบสัญญาระยะยาวให้แก่ลูกค้ากลุ่มดงักล่าว เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ ว่าจะได้รับ RECs ในปริมาณที่ต้องการและป้องกนั ความเสี่ยงด้านราคาที่จะปรับข้ึนในอนาคต บริษัทยังพิจารณาลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่น กลุ่ม Data Center ที่มีมากขึ้นในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการใช้พลังงานสะอาดเป็นจำนวนมาก ปัจจุบัน บริษัทกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเสนอแพ็คเกจการขายที่เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มนี้ผ่านAgent ที่ครอบคลุมทั้งตลาดสิงคโปร์และมาเลเซีย บริษัทหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าด้วยกลยุทธ์การขายทั้งช่องทางนี้จะสร้างรายได้ และสามารถปลดเครื่องหมาย CB ลง

ปิยวดี-มาลีนนท์-โละหุ้น-WAVE.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...