“เงินเยน-วอน” อ่อนค่า หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ 25%
"เงินเยน-วอน" อ่อนค่าทั่วกระดาน หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ 25% แม้ส่งสัญญาณเปิดเจรจาเพิ่มเติม ขณะที่นักลงทุนทยอยหันถือดอลลาร์ต่อเนื่อง
วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.28 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินเยน อ่อนค่าลงอย่างกว้างขวางในวันอังคาร ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงทรงตัว หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% สำหรับสินค้าจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในสงครามการค้าที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์เริ่มแจ้งคู่ค้าหลายประเทศ ตั้งแต่ผู้ส่งออกรายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ไปจนถึงประเทศขนาดเล็ก ว่าสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม และยังกล่าวเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า พร้อมจะขยายเวลาผ่อนผันออกไป หากประเทศเหล่านั้นเสนอเงื่อนไขที่ยอมรับได้
ประกาศดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงิน ทำให้เงินเยนของญี่ปุ่นและวอนของเกาหลีใต้ร่วงลงประมาณ 1% ในช่วงค่ำวันจันทร์ และในเช้าวันอังคาร เงินสองสกุลนี้ยังคงอ่อนค่า โดยเงินเยนร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ที่ 146.44 เยนต่อดอลลาร์ ขณะที่วอนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.4% มาอยู่ที่ 1,370.20 วอนต่อดอลลาร์
นักลงทุนเข้าสู่สัปดาห์นี้ท่ามกลางความสับสนเกี่ยวกับแผนภาษีของทรัมป์ ซึ่งเดิมมีกำหนดเริ่มต้นวันที่ 9 กรกฎาคม แม้จะมีการเลื่อนเป็นวันที่ 1 สิงหาคม ทำให้มีเวลาผ่อนผันระยะสั้นเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่
แครอล คอง นักกลยุทธ์ด้านค่าเงินจากธนาคาร Commonwealth Bank of Australia กล่าวว่า “ยังมีความไม่แน่นอนอีกมากว่า อัตราภาษีจะจบลงที่ระดับใด และประเทศใดจะถูกเรียกเก็บเท่าไร ดังนั้นความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกจึงยังสูง และจะยังทำให้นักลงทุนอยู่ในโหมดระมัดระวังไปอีกระยะ …นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และเราน่าจะได้เห็นพาดหัวข่าวอีกมากในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันอังคารว่า ญี่ปุ่นจะเดินหน้าเจรจากับสหรัฐเพื่อหาข้อตกลงทางการค้าที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
ขณะที่เกาหลีใต้ระบุว่าเตรียมยกระดับการเจรจาการค้ากับสหรัฐ และมองว่าการที่ทรัมป์เลื่อนการเก็บภาษี 25% ออกไปถึงวันที่ 1 สิงหาคม เท่ากับเป็นการขยายเวลาผ่อนผันออกไปโดยปริยาย
ด้านค่าเงินอื่น ๆ ในวันอังคารปรับตัวดีขึ้น หลังจากร่วงลงในวันก่อนหน้าขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า เงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.27% มาอยู่ที่ 1.1741 ดอลลาร์ หลังจากร่วงลง 0.67% เมื่อวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์อังกฤษเพิ่มขึ้น 0.17% มาอยู่ที่ 1.3626 ดอลลาร์
สำหรับสหภาพยุโรป แหล่งข่าวใน EU ที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า EU จะไม่ได้รับจดหมายแจ้งการขึ้นภาษีจากสหรัฐ และกำลังจับตาความเป็นไปได้ที่จะได้รับข้อยกเว้นจากอัตราภาษีฐาน 10% ของสหรัฐ
ขณะที่ดอลลาร์ยังคงแข็งค่า เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวที่ระดับ 97.40 โดยยังคงรักษากำไรส่วนใหญ่จากวันจันทร์ ซึ่งดัชนีขยับขึ้น 0.5% ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น 0.32% มาอยู่ที่ 0.6513 ดอลลาร์ หลังจากร่วงลงถึง 0.9% ในวันก่อนหน้า เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนที่เป็นลบ ด้านดอลลาร์นิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น 0.22% มาอยู่ที่ 0.6015 ดอลลาร์ ฟื้นตัวจากการร่วงลง 0.8% เมื่อวันจันทร์
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะประกาศอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อมาของวันอังคารนี้ โดยตลาดคาดว่า RBA จะลดดอกเบี้ยอีกครั้ง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อชะลอลงและเศรษฐกิจซบเซา
คาร์ล แอง นักวิเคราะห์ตราสารหนี้จาก MFS Investment Management กล่าวว่า “ท่ามกลางความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการจ้างงานและการลงทุนในเศรษฐกิจออสเตรเลีย เราคาดว่าจะได้เห็นการลดดอกเบี้ยจาก RBA อย่างต่อเนื่อง”
“เรายังคงคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงสู่ระดับ 3.1% ภายในต้นปี 2569 ซึ่งเป็นกรณีฐานของวัฏจักรการลดดอกเบี้ยรอบนี้”
อ้างอิง : www.reuters.com