โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เงินเยน-วอน” อ่อนค่า หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ 25%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 03.24 น.

"เงินเยน-วอน" อ่อนค่าทั่วกระดาน หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ 25% แม้ส่งสัญญาณเปิดเจรจาเพิ่มเติม ขณะที่นักลงทุนทยอยหันถือดอลลาร์ต่อเนื่อง

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.28 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินเยน อ่อนค่าลงอย่างกว้างขวางในวันอังคาร ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงทรงตัว หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% สำหรับสินค้าจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในสงครามการค้าที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์เริ่มแจ้งคู่ค้าหลายประเทศ ตั้งแต่ผู้ส่งออกรายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ไปจนถึงประเทศขนาดเล็ก ว่าสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม และยังกล่าวเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า พร้อมจะขยายเวลาผ่อนผันออกไป หากประเทศเหล่านั้นเสนอเงื่อนไขที่ยอมรับได้

ประกาศดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงิน ทำให้เงินเยนของญี่ปุ่นและวอนของเกาหลีใต้ร่วงลงประมาณ 1% ในช่วงค่ำวันจันทร์ และในเช้าวันอังคาร เงินสองสกุลนี้ยังคงอ่อนค่า โดยเงินเยนร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ที่ 146.44 เยนต่อดอลลาร์ ขณะที่วอนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.4% มาอยู่ที่ 1,370.20 วอนต่อดอลลาร์

นักลงทุนเข้าสู่สัปดาห์นี้ท่ามกลางความสับสนเกี่ยวกับแผนภาษีของทรัมป์ ซึ่งเดิมมีกำหนดเริ่มต้นวันที่ 9 กรกฎาคม แม้จะมีการเลื่อนเป็นวันที่ 1 สิงหาคม ทำให้มีเวลาผ่อนผันระยะสั้นเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่

แครอล คอง นักกลยุทธ์ด้านค่าเงินจากธนาคาร Commonwealth Bank of Australia กล่าวว่า “ยังมีความไม่แน่นอนอีกมากว่า อัตราภาษีจะจบลงที่ระดับใด และประเทศใดจะถูกเรียกเก็บเท่าไร ดังนั้นความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกจึงยังสูง และจะยังทำให้นักลงทุนอยู่ในโหมดระมัดระวังไปอีกระยะ …นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และเราน่าจะได้เห็นพาดหัวข่าวอีกมากในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันอังคารว่า ญี่ปุ่นจะเดินหน้าเจรจากับสหรัฐเพื่อหาข้อตกลงทางการค้าที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

ขณะที่เกาหลีใต้ระบุว่าเตรียมยกระดับการเจรจาการค้ากับสหรัฐ และมองว่าการที่ทรัมป์เลื่อนการเก็บภาษี 25% ออกไปถึงวันที่ 1 สิงหาคม เท่ากับเป็นการขยายเวลาผ่อนผันออกไปโดยปริยาย

ด้านค่าเงินอื่น ๆ ในวันอังคารปรับตัวดีขึ้น หลังจากร่วงลงในวันก่อนหน้าขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า เงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.27% มาอยู่ที่ 1.1741 ดอลลาร์ หลังจากร่วงลง 0.67% เมื่อวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์อังกฤษเพิ่มขึ้น 0.17% มาอยู่ที่ 1.3626 ดอลลาร์

สำหรับสหภาพยุโรป แหล่งข่าวใน EU ที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า EU จะไม่ได้รับจดหมายแจ้งการขึ้นภาษีจากสหรัฐ และกำลังจับตาความเป็นไปได้ที่จะได้รับข้อยกเว้นจากอัตราภาษีฐาน 10% ของสหรัฐ

ขณะที่ดอลลาร์ยังคงแข็งค่า เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวที่ระดับ 97.40 โดยยังคงรักษากำไรส่วนใหญ่จากวันจันทร์ ซึ่งดัชนีขยับขึ้น 0.5% ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น 0.32% มาอยู่ที่ 0.6513 ดอลลาร์ หลังจากร่วงลงถึง 0.9% ในวันก่อนหน้า เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนที่เป็นลบ ด้านดอลลาร์นิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น 0.22% มาอยู่ที่ 0.6015 ดอลลาร์ ฟื้นตัวจากการร่วงลง 0.8% เมื่อวันจันทร์

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะประกาศอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อมาของวันอังคารนี้ โดยตลาดคาดว่า RBA จะลดดอกเบี้ยอีกครั้ง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อชะลอลงและเศรษฐกิจซบเซา

คาร์ล แอง นักวิเคราะห์ตราสารหนี้จาก MFS Investment Management กล่าวว่า “ท่ามกลางความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการจ้างงานและการลงทุนในเศรษฐกิจออสเตรเลีย เราคาดว่าจะได้เห็นการลดดอกเบี้ยจาก RBA อย่างต่อเนื่อง”

“เรายังคงคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงสู่ระดับ 3.1% ภายในต้นปี 2569 ซึ่งเป็นกรณีฐานของวัฏจักรการลดดอกเบี้ยรอบนี้”

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...