โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘หิ่งห้อย’ สัตว์ปริศนาเรืองแสง ที่ใกล้สูญพันธ์

Reporter Journey

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 12.42 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • Reporter Journey

คุณผู้อ่านจำได้หรือไม่ ว่าเราเห็นหิ่งห้อย (Fireflies) ครั้งล่าสุดตอนไหน ?
เผลอ ๆ คุณผู้อ่านบางท่านอาจไม่เคยเห็นหิ่งห้อยด้วยตาตัวเองเป็น ๆ เลยด้วยซ้ำ
ดีไม่ดี เราทุกคนอาจไม่มีโอกาสได้เห็นหิ่งห้อยอีกแล้วก็ได้
เพราะตอนนี้หิ่งห้อยอาจกลายเป็นสัตว์สูญพันธ์ในอีกไม่ช้า

หิ่งห้อย สัตว์ปริศนาเรืองแสง

‘ราฟาเอล เดอ ค็อก’ (Raphaël De Cock) เคยเป็นเพียงเด็กน้อยที่วิ่งไล่จับหิ่งห้อยในสวนหลังบ้าน เหมือนเด็กหลาย ๆ คน แต่ตอนนี้ราฟาเอลคือนักวิจัยที่กำลังทำดุษฎีนิพนธ์เกี่ยวกับหิ่งห้อย เขาคือหนึ่งในนักวิจัยหลาย ๆ คนบนโลกที่กำลังทำการศึกษาค้นคว้าถึงสถานการณ์การหายไปของหิ่งห้อยบนโลกนี้

จริง ๆ แล้วหิ่งห้อยเป็นสัตว์ที่เต็มไปด้วยปริศนา National Geographic ระบุว่าบนโลกนี้มีหิ่งห้อยมากกว่า 2,600 สปีชีส์ ทว่านักวิทยาศาสตร์กลับศึกษาไปได้แค่เพียง 150 สปีชีส์ หรือราว ๆ 5.7% เท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้น ราว ๆ 520 สปีชีส์ ถูกจัดอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน ‘IUCN Firefly Specialist Group’ มองว่าเป็นตัวเลขที่สูงและน่ากังวลอย่างมาก

เรื่องแน่ชัดที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์มั่นใจคือหิ่งห้อยกำลังมีจำนวนลดลงทั่วโลก แต่ข้อมูลพื้นฐานด้านอื่น ๆ เช่น หิ่งห้อยสายพันธุ์ต่าง ๆ กินอะไร อาศัยอยู่ที่ไหน มีชีวิตการเป็นอยู่อย่างไร ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ยังคงมีไม่มากนัก แถมทุกวันนี้นักวิทย์ฯ ยังค้นพบหิ่งห้อยสปีชีส์ใหม่เพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย ๆ

จะนิยามว่า ‘หิ่งห้อยคือสัตว์ปริศนา’ คำกล่าวนี้อาจไม่เกินจริงนัก สงสัยราฟาเอลคงเจองานหินเสียแล้วในการศึกษาสัตว์ปริศนานี้

.

ภัยคุกคามแสงน้อย

นักวิทยาศาสตร์ระบุถึงสาเหตุสำคัญเท่าที่จะระบุได้ ว่าอะไรคือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้หิ่งห้อยมีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ แต่ความปริศนาก็ยังตามมาถึงตรงนี้ เพราะนักวิทย์ฯ เองก็ไม่สามารถระบุได้ว่าจำนวนหิ่งห้อยเริ่มลดลงตั้งแต่ตอนไหน ปีไหน คือข้อมูลชี้ชัดที่นักวิทย์ฯ มีในมือนั้นน้อยมาก

กลับมาที่ภัยคุกคาม นักวิทย์ฯ เปิดเผยว่าพื้นที่แต่ละพื้นที่ก็จะมี ‘ปัจจัยคุกคาม’ หิ่งห้อยต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่พบได้ในทุก ๆ ที่เช่น ปัญหาเรื่องแสง (light pollution) การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ปัญหาจากยาฆ่าแมลง หรือแม้แต่ปัญหาที่เกิดจากการมีนักท่องเที่ยวมากเกินไปของพื้นที่

หรือแม้แต่ปัญหาที่เป็น Mainstream ของโลกอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้หิ่งห้อยเข้าใกล้คำว่าสูญพันธ์มากเข้าไปทุกที ไม่ว่าจะจากภัยแล้งที่ยาวนานขึ้น น้ำทะเลที่หนุนสูงขึ้น พายุที่รุนแรง อากาศที่ร้อนและแปรปรวน Extreme มากยิ่งขึ้น เจอแบบนี้ขนาดคนยังลำบาก หิ่งห้อยจะไปรอดอะไร

.

หิ่งห้อยจะหายไป เรื่องเดิมที่พูดซ้ำมาแล้วหลายปี

ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง ?

สถานการณ์นี้เคยถูกพูดถึงมาแล้วในประเทศไทยตั้งแต่หลายปีก่อน The Matter, The Momentum เคยพูดถึงเรื่องนี้บนพื้นที่สื่อมาแล้วตั้งแต่เมื่อราว ๆ 5 ปีก่อน หรือแม้แต่ Magazine ต่างประเทศก็เคยพูดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 ดังนั้นถ้าเราพูดถึงเรื่องนี้มานานแล้วหลายปี ตอนนี้สถานการณ์ของหิ่งห้อยดีขึ้นหรือยัง ?

ข่าวดีของเรื่องนี้คือ ตอนนี้เรากำลังมาถูกทาง เมื่อเปรียบเทียบกับ 30 ปีที่แล้ว เรื่องนี้ถูกยืนยันโดย ‘วัน ฟาริดาห์ อัคมาล จูโซ’ (Wan Faridah Akmal Jusoh) ประธานของสถาบัน IUCN Firefly Specialist Group

เรื่องนี้เป็นเหมือนความหวังเล็ก ๆ ที่จุดประกายให้ความหวังกับคนรุ่นหลังและคนรุ่นเราที่จะได้มีโอกาสได้เห็นหิ่งห้อยอีกครั้ง คือถึงแม้ที่ไทยเราจะไม่ค่อยเห็นหิ่งห้อย (ในเมืองไม่มีแน่ ๆ) แต่ที่สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกก็ยังพอให้เห็นได้บ้าง ตอนนี้ที่สหรัฐฯ แคนาดา ก็กำลังมีการศึกษาวิจัยชีวิตของหิ่งห้อยเพื่ออนุรักษ์ให้หิ่งห้อยยังอยู่รอดจนถึงยุคสมัยหน้า

ถึงแม้มนุษย์เราจะพยายามแต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะสวยหรู ให้ลองนึกถึงเวลาที่เราเดินหน้า 2 ก้าว แต่เรากลับเดินถอยหลัง 4 ก้าว จากปัจจัยบางประการที่เราควบคุมไม่ได้ หรือเราในฐานะคนตัวเล็กไม่สามารถทำอะไรได้ เรื่องนี้เป็นหนึ่งในความเศร้าที่เราในฐานะคนตัวเล็กเผชิญ

หากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสออกนอกเมือง ไปอยู่ท่ามกลางที่ ๆ ไม่มีแสง อย่าลืมที่จะมองหาแสงเล็ก ๆ ที่เปร่งประกายยามค่ำคืน แสงนั้นถ้าไม่ใช่ผีกระสือก็คงเป็นหิ่งห้อย

ที่มา National Geographic, National Geographic (2)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...