โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ‘อิชิบะ’ลั่นจะอยู่ต่อ-ลุยเจรจาภาษีศุลกากรทรัมป์ เมินกระแสกดดันหนักหลังรบ.ญี่ปุ่นเสียเสียงข้างมากในสภาสูง

Manager Online

เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 17.27 น. • MGR Online

นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่น ประกาศอยู่ในตำแหน่งต่อเพื่อเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้ากับอเมริกาและแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ถึงแม้พันธมิตรพรรครัฐบาลผสมไม่สามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาสูงไว้ได้ ส่งผลให้สมาชิกพรรคแอลดีพีของเขาบางคนเปรย อิชิบะควรลาออก ส่วนพรรคฝ่ายค้านใหญ่ระบุกำลังพิจารณายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

อิชิบะแถลงเมื่อวันจันทร์ (21 ก.ค.) ว่า จะทำหน้าที่ต่อไปเพื่อกำกับดูแลการเจรจาต่อรองเรื่องภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ รวมทั้งแก้ไขปัญหาสำคัญอื่นๆ เช่น ราคาผู้บริโภคที่พุ่งขึ้นซึ่งเพิ่มความกดดันต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น และเสริมว่า มีแผนพูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของอเมริกา โดยเร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรีวัย 68 ปีผู้นี้ ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องที่สมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) บางคน เรียกร้องให้เขาลาออก โดยกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ภายในพรรคมีความเห็นแตกต่างหลากหลาย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า เวลาของอิชิบะใกล้หมดลงทุกที เพราะหลังจากสูญเสียการควบคุมสภาผู้แทนราษฎรที่ทรงอิทธิพลในการเลือกตั้งเมืองปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้ร้ายแรงที่สุดในรอบ 15 ปีของแอลดีพีแล้ว ในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ (20) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการหย่อนบัตรเลือกสมาชิกสภาสูงจำนวนราวครึ่งสภา ปรากฏว่า 2 พรรคที่ร่วมอยู่ในคณะรัฐบาลผสมชุดปัจจุบัน คือ แอลดีพี และพรรคโคเมอิโตะ ยังคงสูญเสียที่นั่งให้แก่พรรคฝ่ายค้านที่ชูนโยบายลดภาษีและเพิ่มความเข้มงวดกับปัญหาคนเข้าเมือง จนรักษาเสียงข้างมากเอาไว้ไม่ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาสูงคราวนี้ พรรคแอลดีพีของอิชิบะที่บริหารประเทศเกือบจะต่อเนื่องโดยตลอดนับจากปี 1955 และพรรคโคเมอิโตะ ต้องได้ที่นั่ง 50 ที่นั่งขึ้นไปเพื่อครองเสียงข้างมากต่อไป แต่ปรากฏว่าคว้ามาได้แค่ 47 ที่นั่ง แอลดีพีได้ 39 ที่นั่ง และโคเมอิโตะ 8 ที่นั่ง รวมแล้วครองที่นั่งในสภาสูง 122 ที่นั่ง จากทั้งสภา 248 ที่นั่ง

โนริฮิโร ยามากูชิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของออกซ์ฟอร์ด อิโคโนมิกส์ ชี้ว่า สถานการณ์ทางการเมืองของญี่ปุ่นเวลานี้ยังไร้ความแน่นอน และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนตัวผู้นำหรือการปรับเปลี่ยนในพรรคร่วมรัฐบาลเร็วๆ นี้ ทว่า เขาคิดว่าอิชิบะจะยังคงนั่งเก้าอี้ต่อเพื่อจัดการการเจรจาการค้ากับอเมริกาให้เสร็จสิ้น

พวกนักลงทุนบางส่วนแสดงความกังวลว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอาจต้องพึ่งพาพรรคฝ่ายค้านที่สนับสนุนการลดภาษีและการใช้จ่ายด้านสวัสดิการมากขึ้น

นอกจากความกังวลด้านเศรษฐกิจแล้ว การที่อิชิบะไม่สามารถทำให้อเมริกายอมลดภาษีศุลกากร ในระหว่างการเจราจาหลายรอบที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะทำให้สินค้าญี่ปุ่นต้องเสียภาษีสูงขึ้น 25% หลังครบกำหนดเส้นตายวันที่ 1 ส.ค.นั้น เป็นอีกประเด็นที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งบางคนไม่พอใจ

ทั้งนี้ เรียวเซ อากาซาวะ หัวหน้าทีมเจรจาภาษีศุลกากรของญี่ปุ่น ออกเดินทางไปวอชิงตันเมื่อเช้าวันจันทร์ ซึ่งถือเป็นการเยือนเมืองหลวงของสหรัฐฯ ครั้งที่ 8 ในรอบ 3 เดือน

ทีวี อาซาฮีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า สมาชิกอาวุโสของแอลดีพีบางคนเริ่มไม่มั่นใจว่า อิชิบะควรอยู่ในตำแหน่งต่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ อดีตนายกรัฐมนตรีทาโร อาโซะ ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มสมาชิกทรงอิทธิพลในพรรค และเปรยว่า รับไม่ได้ที่อิชิบะจะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

นอกจากนั้น หนังสือพิมพ์ซังเคอิยังรายงานว่า สมาชิกอาวุโสของแอลดีพีที่รวมถึงอาโซะ นัดพบกันเมื่อคืนวันอาทิตย์เพื่อหารือกันว่า อิชิบะควรลาออกหรือไม่

ขณะเดียวกัน โยชิฮิโกะ โนดะ หัวหน้าพรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย (ซีดีพีเจ) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักและได้คะแนนเลือกตั้งอันดับสองคือ 22 ที่นั่ง เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า กำลังพิจารณายื่นญัตติไม่ไว้วางใจ เนื่องจากผลการเลือกตั้งแสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ไว้วางใจรัฐบาลของอิชิบะ

พรรคที่ได้คะแนนเลือกตั้งอันดับ 3 คือ พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (ดีพีพี) 17 ที่นั่ง ส่วนพรรคที่คว้าชัยชนะโดดเด่นที่สุดคือ ซันเซโตะซึ่งเป็นพรรคขวาจัดที่ได้ 14 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเพียงที่นั่งเดียว

ซันเซโตะเปิดตัวบนยูทูบในช่วงที่โควิดระบาดด้วยการเผยแพร่ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนและแผนลับของชนชั้นนำระดับโลก ก่อนจะได้รับความนิยมกว้างขวางจากนโยบาย “ญี่ปุ่นต้องมาก่อน” และการเตือนเกี่ยวกับ “การรุกรานอย่างเงียบเชียบ” ของชาวต่างชาติ

ความสำเร็จของซันเซโตะอาจถือเป็นการมาถึงของการเมืองสไตล์ประชานิยม ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถหยั่งรากในญี่ปุ่นได้เหมือนกับในอเมริกาและยุโรปตะวันตก

โซเฮอิ คามิยะ หัวหน้าพรรคซันเซโตะที่เคยทำงานเป็นผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ตและครูสอนภาษาอังกฤษ เคยประกาศว่า พรรคเอเอฟดีของเยอรมนีและพรรครีฟอร์ม ยูเค ซึ่งล้วนเป็นพรรคประชานิยมขวาจัด อาจเป็นพิมพ์เขียวสำหรับความสำเร็จในอนาคต

(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...