โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

This page is intentionally left ___. ภาษา อำนาจ และประชาชน นิทรรศการศิลปะเชิงพื้นที่ จากจุดตั้งต้นของ ‘พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย’ ที่เขียนในคุกตะรุเตา สู่การตั้งคำถามถึงประวัติศาสตร์ซึ่งสะท้อนมาถึงปัจจุบัน โดยกลุ่ม ‘ยุงลายคอลเลคทีฟ’

Mirror Thailand

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 11.41 น.
ภาพไฮไลต์

อาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่มหึมา 6 ชั้น ริมถนนไมตรีจิตต์ ไม่ไกลจากวงเวียน 22 กรกฎา เดิมเคยเป็นที่ตั้งของ ‘ไทยวัฒนาพานิช’ สำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์ตำราหนังสือเรียนของคนไทย มาอย่างยาวนานมากกว่า 40 ปี ที่ใครหลายคน (ถ้าทันได้มีโอกาสใช้หนังสือเรียนของที่นี่) อาจจดจำได้จากสัญลักษณ์รูปวงกลม 3 วงซ้อนทับกันไปมา กับอักษรย่อ ทวพ. ซึ่งนับว่ามีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ ในแง่ของการเป็นโรงพิมพิมพ์ผู้บุกเบิกสื่อสิ่งพิมพ์ และวิวัฒนาการของการศึกษาไทย

แต่หลังจากการเกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่ บวกกับบทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการศึกษาเริ่มเลือนหายไปตามยุคสมัย สำนักพิมพ์จึงเลิกกิจการ และถูกปิดร้างมานานกว่า 2 ทศวรรษ จนกระทั่งปัจจุบัน อาคารแห่งนี้ถูกฟื้นกลับมาเป็นที่ตั้งของ Bangkok Kunsthalle อาร์ตสเปซที่ตั้งใจเป็นศูนย์กลางของการจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินรุ่นใหม่ทั่วโลก

This page is intentionally left ___. นิทรรศการศิลปะเชิงพื้นที่ โดยคิวเรเตอร์อย่างกลุ่มยุงลายคอลเลคทีฟ ที่ต้องการนิยามคำว่า ‘โรงพิมพ์’ ขึ้นมาใหม่ในบริบทของยุคสมัยปัจจุบัน ล้อเลียนกับระบบการทำงานของโรงพิมพ์ยุคเก่า ด้วยการตั้งสมมติฐานว่า หากวันนี้โรงพิมพ์ในยุครุ่งเรืองที่เคยมีอิทธิพลต่อการศึกษาและรับรู้ของคนไทยมาหลายเจนเนอเรชั่น ไม่ใช่ศูนย์กลางของอำนาจการกระจายความรู้หรือชุดข้อมูลให้กับผู้คนอีกต่อไปแล้ว โรงพิมพ์ในบริบทของปัจจุบันจะเป็นอย่างไร มีหน้าตาแบบไหน และยังสามารถสร้างอิทธิพลในการรับรู้ได้อยู่หรือเปล่า?

จากคำถามนี้เองที่กลุ่มยุงลายคอลเลคทีฟ ได้ชวน 3 ศิลปินไทยรุ่นใหม่อย่าง ‘ณัฐ เศรษฐนา’ ศิลปินผู้จัดวางภาพถ่ายและวิดีโอจากกรุงเทพฯ มาดัดแปลงพื้นที่ชั้นบนของตัวอาคารให้เป็นงานศิลปะที่เรียกว่า Hyper Site หรือการเล่าเรื่องราวผ่านเศษซากของภาษาและกาลเวลา ร่วมกับ ‘อนุสรณ์ ธัญญะปาลิต’ ศิลปินสหศาสตร์ผู้พำนักอยู่ ณ จังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก ซึ่งนำเสนอบริบทของการพิมพ์ ผ่านอักษรเบรลล์ บทกวี และเสียงดนตรี ล้อไปกับโครงสร้างของตัวอาคาร เพื่อเล่าเรื่องของการถูก ‘จองจำ’ ทั้งในเชิงภาษาและความทรงจำ และ ‘ธีธัช ธัญกิจจานุกิจ’ ศิลปินผู้สำรวจอุตสาหกรรมการพิมพ์ การผลิตซ้ำสิ่งพิมพ์ ความหมายของการพิมพ์ใหม่ การลบต้นฉบับ และความคลุมเครือของคุณค่าในวัตถุจำลอง

นั่นทำให้สารข้อมูลที่ถูกตีความขึ้นมาใหม่โดยเหล่าศิลปิน อาจไม่ได้อยู่ในรูปแบบของสิ่งพิมพ์ หรือ Print อีกต่อไป แต่เป็นการ ‘พิมพ์’ ในความหมายอื่น โดยผ่าน Medium หลากหลายเเตกต่างกัน เพื่อเล่าเรื่องราวใหม่ให้กับสถานที่แห่งนี้ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการรีเสิร์ชร่วมกันจนเจอว่าในอดีต โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชเคยเป็นสถานที่ผลิตพจนานุกรมอังกฤษ-ไทย โดย ‘สอ เสถบุตร’ ผู้แต่งพจนานุกรมอังกฤษ-ไทยที่แพร่หลายที่สุดในสมัยนั้น จนได้ชื่อว่าเป็น ‘บิดาแห่งพจนานุกรมอังกฤษ-ไทย’ กระทั่งต่อมาเขาตกเป็นหนึ่งในนักโทษการเมืองคดีกบฏบวรเดช และทำให้ต้องถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเนื่องจากเป็นฝ่ายตรงข้ามกับคณะราษฎร ผู้ซึ่งมีอำนาจบริหารบ้านเมืองสูงสุดในช่วงการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 ขณะนั้น

แต่การถูกจองจำของ สอ เสถบุตร นักโทษที่อยู่ในเรือนจำบางขวาง และภายหลังถูกส่งตัวไปยังเกาะตะรุเตา ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘คุกนรก’ ที่โหดร้ายที่สุดในประเทศไทยสมัยนั้น ก็ไม่อาจขวางกั้นเขาจากการแอบเขียนบทความต่างๆ ส่งมายังโลกภายนอก รวมถึงการเขียนพจนานุกรมเพื่อทั้งเป็นงานแห่งชีวิต และเป็นรายได้สำหรับเลี้ยงครอบครัว จนผลงานพจนานุกรมของเขากลายสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการศึกษา ที่ไม่เพียงให้ความรู้ แต่ยังเป็นเหมือนบทบันทึกที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง

จากหมุดสำคัญทางประวัติศาสตร์นี้เองที่ทำให้ทั้ง 3 ศิลปิน และคิวเรเตอร์ ค้นพบว่าตัวอย่างประโยคและความหมายในพจนานุกรมไทย-อังกฤษ ในหลายๆ พาร์ต มันคล้ายกับว่าเป็นเรื่องราวส่วนตัวของผู้เขียนอย่าง สอ เสถบุตร อย่างน่าประหลาด ราวกับผู้เขียนจงใจสอดแทรกแนวคิดที่เขามีต่อประชาธิปไตยและโลกภายนอกเอาไว้ระหว่างบรรทัด ที่อาจทำให้ผู้รับรู้สาร นั่นก็คือเยาวชน นักเรียน นักศึกษา หรือใครก็ตามที่ได้ร่ำเรียนผ่านพจนานุกรมเหล่านั้น ไม่เพียงได้รับความหมายของคำศัพท์หรือภาษา แต่ยังอาจได้รับรู้ถึงแนวคิดทางการเมืองของคนในยุคนสมัยหนึ่งไปโดยไม่รู้ตัวด้วย

ต่อยอดมาเป็นคำถามถึงการผลิตซ้ำของพจนานุกรมไทย-อังกฤษที่มีอิทธิพลต่อความคิดความอ่านของผู้คนในหลายๆ เจเนอเรชั่นว่า แท้จริงแล้วมันมีความน่าเชื่อถือจริงหรือไม่ และมันมีคุณค่าที่เชื่อมโยงกับสังคมไทยทั้งในอดีต จนถึงปัจจุบันอย่างไรบ้าง เมื่อพจนานุกรมไม่ได้เป็นเพียงแค่สื่อการศึกษาที่ให้ความรู้ มันยังเป็นเครื่องมือที่รัฐฯ ใช้ในการ Modernise ประเทศ เพื่อต้องการสร้างมาตรฐานทางภาษาให้กับประชาชน สะท้อนอำนาจของรัฐฯ ผ่านภาษา ที่ในบริบทปัจจุบัน อำนาจเหล่านั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ในวันที่ภาษามีความลื่นไหล ทุกคนมีภาษาของตัวเอง และมีสิทธิ์ใช้มันได้อย่างอิสระ โดยไม่ถูกจองจำจากกรอบบางอย่างที่ใครบางคนกำหนดมาให้

อีกทั้งบริบทที่ซ่อนอยู่ภายใน ยังอาจสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด มุมมอง และความฝันของคนในอดีตต่อเรื่องบ้านเมือง ที่น่าสนใจไม่น้อยว่ามันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรกับความฝันและแนวคิดต่อเรื่องบ้านเมืองของคนในยุคสมัยปัจจุบันอย่างเรา มีอะไรบ้างที่เสื่อมสลาย พังทลาย หรือมีอะไรที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แม้จะเป็นเพียงแค่เศษซากแห่งความทรงจำของความคิดก็ตาม

และนิทรรศการ This page is intentionally left ___. ก็กำลังบอกเราว่า บางสิ่งบางอย่างอาจไม่สามารถถูกจองจำได้นั่นเอง

-

นิทรรศการ This page is intentionally left ___.

เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่ 13 มิถุนายน – 17 สิงหาคม 2568

เวลา 14.00 – 20.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร)

ชั้น 5 บางกอก คุนส์ฮาเลอ Bangkok Kunsthalle

เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่

FB: www.facebook.com/BangkokKunsthalle/

IG: bangkok_kunsthalle

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...