โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิหร่านและสหราชอาณาจักร เรียกทูตเข้าชี้แจงกรณีจับกุมสายลับ

JS100

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 17.26 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 17.23 น. • JS100:จส.100
อิหร่านและสหราชอาณาจักร เรียกทูตเข้าชี้แจงกรณีจับกุมสายลับ

อิหร่านและสหราชอาณาจักรต่างเรียกทูตของอีกฝ่ายเข้าชี้แจง หลังจากที่มีชาวอิหร่าน 3 คนถูกตั้งข้อหาเป็นสายลับในสหราชอาณาจักร

ทั้ง 3 คนถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม (2568) และถูกนำตัวขึ้นศาลในลอนดอนเมื่อวันเสาร์ (17 พ.ค.) ในข้อหาเป็นสายลับให้กับอิหร่าน

ทั้งนี้ ทางการอิหร่านได้ขอให้อุปทูตสหราชอาณาจักรชี้แจงการจับกุมที่ไม่มีความยุติธรรมและมีแรงจูงใจทางการเมือง

จากนั้น กระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร ได้เรียกเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำสหราชอาณาจักรเข้าชี้แจง พร้อมระบุว่าการปกป้องความมั่นคงของชาติยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และอิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน

ตามรายงานของตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน ระบุว่า พลเมืองอิหร่าน 3 คนคือ มอสตาฟา เซปาวัน อายุ 39 ปี, ฟาร์ฮัด จาวาดี มาเนช อายุ 44 ปี และชาปูร์ กาเลอานี คานี นูริ อายุ 55 ปี มีที่พักอยู่ในกรุงลอนดอน ทั้งหมดมีพฤติกรรมที่อาจเป็นการสนับสนุนหน่วยข่าวกรองของต่างประเทศ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2567 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568

นอกจากนี้ยังมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยคนที่ 4 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม แต่ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหา

ทั้ง 3 คนเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักรระหว่างปี 2559 ถึง 2562 และยื่นเรื่องขอสถานะผู้ลี้ภัยจึงได้รับอนุญาตให้พำนักชั่วคราว อย่างไรก็ตามตำรวจพบหลักฐานว่าพวกเขาพยายามค้นหานักข่าวของสื่อ อิหร่าน อินเตอร์เนชันแนล (Iran International) ซึ่งมักนำเสนอรายงานวิพากษ์วิจารณ์ระบอบการปกครองปัจจุบันของอิหร่าน และถูกประกาศให้เป็นองค์กรก่อการร้ายในอิหร่าน

#สายลับอิหร่าน

#สหราชอาณาจักร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...