โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตรัง ปมห้ามรถทัวร์สองชั้นขึ้นเขาพับผ้า ล่าสุด ขบ.ชะลอคำสั่ง ให้วิ่งได้ 6 เส้นทางเสี่ยงชั่วคราว เริ่ม 21 ก.ค.นี้

77kaoded

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 17.39 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 06.52 น. • 77Kaoded

ตรัง ปมร้อนรถโดยสารสองชั้นเดือดร้อนทั่วประเทศ หลังกรมการขนส่งห้ามวิ่งผ่าน 7 เส้นทางเสี่ยง “เขาพับผ้า” หนึ่งในเป้าหมาย แม้ไม่เข้าข่ายความเสี่ยง ผู้โดยสารต้องลงเปลี่ยนรถกลางทาง “ชวน หลีกภัย” ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ประสานตรงรัฐมนตรีช่วยฯ ล่าสุด คมนาคมยอมชะลอคำสั่ง 6 เส้นทาง 180 วัน เริ่ม 21 ก.ค. แต่ยังคงห้ามเด็ดขาดทางหลวง 304

จากกรณีปัญหาผู้ประกอบการรถขนส่งโดยสารสองชั้น ทั้งประจำทาง และไม่ประจำทาง ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งของกรมการขนส่งทางบก สั่งห้ามวิ่งผ่านเส้นทางเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ จำนวน 7 เส้นทางทั่วประเทศ โดย 1 ใน 7 เส้นทางคือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า -พัทลุง โดยระบุเป็นเส้นทางที่มีความลาดชัน 8% เป็นระยะทาง 5 กม. มาตั้งแต่วันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา จนทำให้ผู้ประกอบการ รวมทั้งผู้โดยสาร และธุรกิจต่อเนื่องการท่องเที่ยวที่ต้องผ่านเส้นทางดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จนมีการนัดชุมนุมประท้วงมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ที่บริเวณเขาพับผ้า จ.ตรัง-พัทลุง และเส้นทางหลวงแผ่นหมายเลข 304 จ.ปราจีนบุรี และทางกระทรวงคมนาคมยังได้ส่งคณะลงมาตรวจสอบซ้ำเส้นทางดังกล่าวว่าเป็นอันตรายหรือไม่ แต่ทางกรมการขนส่งทางบก และกระทรวงคมนาคมยังนิ่งเฉย แม้จะพบว่า 6 เส้นทาง รวมทั้งเส้นทางเขาพับผ้า จากทั้งหมด 7 เส้นทาง ไม่ได้เข้าหลักเกณฑ์ความเสี่ยงจากคำสั่งห้ามดังกล่าว โดยไม่ยอมพิจารณาถอนคำสั่ง โดยระบุให้ทางสมาคมรถโดยสารสองชั้นไทยถอนฟ้องต่อศาลปกครองก่อนจึงจะพิจารณาทบทวนให้ ยิ่งสร้างความเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น เพราะการยื้อเวลาดังกล่าวจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี กว่าศาลปกครองจะพิจารณา ทำให้ผู้ประกอบการร้องต่อนายชวน หลีกภัย

โดยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา และเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ดูปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและผู้โดยสารที่ต้องลงจากรถทัวร์สองชั้น เพื่อขึ้นรถทัวร์ชั้นเดียวข้ามเขาพับผ้าด้วยตนเอง พร้อมนั่งรถทัวร์ชั้นเดียวผ่านเขาพับผ้า เพื่อตรวจสอบเส้นทาง โดยพบว่าผู้ประกอบการและผู้โดยสารได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก หากฝนตกก็เปียกตอนเปลี่ยนรถ และต้องอุ้มเด็กเล็กเปลี่ยนรถ จึงได้โทรศัพท์ประสานงานโดยตรงกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และปลัดกระทรวงคมนาคม โดยยืนยันว่าเส้นทางเขาพับผ้าไม่ได้เข้าหลักเกณฑ์คำสั่งห้ามของกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด ขอให้พิจารณาทบทวน แต่หากเส้นทางใดความลาดชัน 8% ระยะทางยาว 5 กม.ตามคำสั่งก็ต้องคงคำสั่งห้ามไว้ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ความคืบหน้าล่าสุด คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีการประชุมร่วมกันและมีมติให้ชะลอคำสั่งห้ามรถโดยสาร 2 ชั้น วิ่งผ่านเส้นทางเสี่ยง 6 เส้นทางออกเป็นเวลา 6 เดือน หรือ 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมเป็นต้นไป แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด 3 ข้อ คือ 1.เจ้าของจะต้องนำรถโดยสาร 2 ชั้น เข้ารับการตรวจสภาพความพร้อมของรถให้พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะตรวจการทำงานของระบบห้ามล้อเพิ่มเติม (ระบบลมเบรก) ซึ่งเป็นระบบที่สำคัญในการขับรถในพื้นที่ที่มีความลาดชัน 2. พนักงานขับรถต้องเข้ารับการอบรมใหม่ หลักสูตร “การขับรถขนาดใหญ่บนเส้นทางลาดชัน” และ 3.กำชับพนักงานขับรถโดยใช้ความเร็วตามป้ายจำกัดความเร็ว ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก จะประเมินผลมาตรการที่ปรับปรุงใหม่ ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาระบบ GPS ที่สามารถสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) เพื่อนำมาใช้ควบคุมและกำกับการเดินรถให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จะสามารถวิ่ง 6 เส้นทางได้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหากไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็จะเปิดให้วิ่งได้ต่อไป แต่ยังห้ามรถโดยสารสองชั้นเดินรถในเส้นทางเสี่ยงทางหลวงหมายเลข 304 สี่แยกกบินทร์บุรี – วังน้ำเขียว ต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้รถโดยสาร 2 ชั้นประจำทางที่จะผ่านเขาพับผ้ายังคงใช้วิธีถ่ายคนขึ้นรถบัสชั้นเดียว ก่อนขึ้นเขาพับผ้า ทั้งฝั่งจ.ตรัง และฝั่ง จ.พัทลุง

สำหรับเส้นทางที่กรมการขนส่งทางบก อนุมัติให้ชะลอการบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าว กับอีก 6 เส้นทาง ได้แก่ 1) ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า – พัทลุง 2) ทางหลวงหมายเลข 103 ช่วงแม่ยางฮ่อ – แม่ตีบ 3) ทางหลวงหมายเลข 118 ช่วงเชียงใหม่ – ดอยนางแก้ว 4) ทางหลวงหมายเลข 2013 ช่วงบ่อโพธิ์ – โคกงาม 5) ทางหลวงหมายเลข 2331 ช่วงโจ๊ะโหวะ – อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และ 6) ทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...