โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ได้ไม่คุ้มเสีย วางยาโจรขโมย iPhone สั่งล็อคหน้าจอ ไม่ให้ใช้งาน

Techhub

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 14.10 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 14.10 น.

[ได้แต่เครื่องเปล่า] จากเหตุประท้วงใหญ่ในสหรัฐฯ ก็ไม่แปลกที่จะมีคนอาศัยช่วงชุลมุนเข้าไปขโมยของในร้านค้าต่าง ๆ ทว่าความวัวไม่ทันหายได้เกิดกับหัวขโมยรายหนึ่ง ที่บุกปล้น iPhone จนเสี่ยงถูกจับ ซึ่งไม่ทันได้ใช้หรือขาย ก็พบตัวเครื่องถูกวางยาไว้ ที่ว่าหากพ้นระยะ Wi-Fi ของร้านเมื่อไร เครื่องก็จะถูกล็อคให้ใช้งานไม่ได้ทันที

จากการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาล ก็ส่งผลให้เกิดการประท้วงไปทั่วเมืองลอสแองเจลิส (Los Angeles) ประเทศสหรัฐฯ รวมไปถึงการการปล้นสะดม ที่ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่หลายแห่งเสียดายด้วย ซึ่งก็มีทั้ง Apple, T-Mobile และ Adidas สำหรับร้านมือถือนั้น พบถูกทุบกระจบ และถูกคนร้ายกวาดมือถือไปหลายเครื่อง โดยเฉพาะ iPhnoe

อย่างไรก็ตาม สำหรับ iPhone ทางร้านได้ติดตั้งกลไกป้องกันการโจรกรรมขั้นสูง ที่หากตัวเครื่องพ้นระยะเครือข่าย Wi-Fi ของร้านเมื่อไร ตัวหน้าจอจะถูกปิดการใช้งานหน้าจอจากระยะไกล พร้อมขึ้นความเตือนว่า

“โปรดกลับไปที่ Apple Tower Theatre อุปกรณ์นี้จะถูกปิดใช้งานและกำลังถูกติดตาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะได้รับการแจ้งเตือนด้วย” จากนั้นตัวเครืองจะส่งเสียงเตือนและกระพริบคำเตือนพร้อมกัน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่สามารถขายต่อหรือเปิดใช้งานที่อื่นได้

สืบเนื่องจากเทคโนโลยีนี้ อาศัยการติดตามตำแหน่งและการตรวจสอบเครือข่ายร่วมกัน ทันทีที่แยกอุปกรณ์ออกจากสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของร้านค้า อุปกรณ์ก็จะถูกล็อกจากระยะไกล ทำเปิดการติดตามตำแหน่ง และแจ้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทันทีนั้นเอง

สำหรับระบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในช่วงที่เกิดความไม่สงบทั่วประเทศในปี 2020 ก็เคยมีเหตุการณ์คล้ายกันนี้มาแล้ว หลังมีผู้ขโมย iPhone ไปเหมือนกัน สุดท้ายก็ดลายเป็นที่ทับกระดาษราคาแพง และน่าจะถูกจับในที่สุด

ที่มา : Techspot


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...