โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว CMF Phone 2 Pro และ CMF Buds 2 Series คุ้มค่า โดดเด่น ดีไซน์ล้ำ จาก CMF by Nothing

Siamphone

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.15 น.
รีวิว CMF Phone 2 Pro และ CMF Buds 2 Series คุ้มค่า โดดเด่น ดีไซน์ล้ำ จาก CMF by Nothing

CMF by Nothing แบรนด์เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคจากลอนดอน มุ่งมั่นที่จะทำให้การออกแบบที่ยอดเยี่ยมเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ด้วยอุปกรณ์ที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง โดยเน้นที่ฟังก์ชันการทำงานหลักของผลิตภัณฑ์เพื่อมอบประสบการณ์ผู้ใช้ที่เหนือกว่า ในปี 2024 CMF ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์มากมาย รวมถึง CMF Buds และ Buds Pro 2, Neckband Pro, Watch Pro 2 และ CMF Phone 1 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และในปี 2025 นี้ CMF ได้เปิดตัว CMF Buds 2 Series และ CMF Phone 2 Pro ซึ่งมาพร้อมกับการปรับปรุงที่น่าสนใจ

CMF Phone 2 Pro

CMF Phone 2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่น ทรงพลัง และสนุกสนาน ออกแบบมาเพื่อเก็บช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิตด้วยความสุขและดีไซน์ที่ประณีต เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนหนุ่มสาวและผู้สร้างสรรค์ที่ไม่ต้องการทำตามกระแสและแสวงหาเทคโนโลยีที่แตกต่าง

  • กล้อง: ระบบกล้องสี่ตัวที่ล้ำสมัย กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล ที่มีเซนเซอร์ขนาดใหญ่ที่สุดในระดับเดียวกัน สามารถเก็บแสงได้มากขึ้น 64% เมื่อเทียบกับ Phone 1 ทำให้ได้ภาพที่แท้จริง สดใส และเหมือนจริง เลนส์ Telephoto ทรงพลังใช้เลนส์ซ้อนกัน 6 ชั้นเพื่อซูมแบบดิจิทัลได้ 20x กล้อง Ultrawide 8 ล้านพิกเซล ให้มุมมองกว้าง 119.5° และกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล สำหรับเซลฟี่ที่คมชัด TrueLens Engine 3.0: ใช้อัลกอริทึม Ultra XDR ขั้นสูงพร้อมการประมวลผลอัจฉริยะ เพื่อให้การแสดงผลแสงและเงาในระดับมืออาชีพ เพิ่มความสว่างและคอนทราสต์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น
  • ประสิทธิภาพ: ขับเคลื่อนด้วยชิปฯ MediaTek Dimensity 7300 Pro 5G รุ่นที่ 6 ใหม่ล่าสุด พร้อม CPU 8 คอร์ ที่ความเร็วสูงสุด 2.5 GHz ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่เร็วกว่า 10% และกราฟิกดีขึ้น 5% เมื่อเทียบกับ CMF Phone 1 RAM Booster: มาพร้อม RAM สูงสุด 16 GB และสามารถใช้พื้นที่เก็บข้อมูลที่มีอยู่สูงสุด 8 GB เป็น RAM Booster เพื่อให้แอปฯ ทำงานเบื้องหลังได้มากขึ้น
  • Performance Mode: โหมดที่ปรับแต่งจาก Game Mode โดยเน้นประสิทธิภาพมากกว่าการประหยัดพลังงาน ช่วยลดปัญหาการกระตุก ความไม่เสถียร และเฟรมดรอป
  • ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว: มีระบบระบายความร้อนขั้นสูง พร้อมท่อความร้อนที่มีการนำความร้อนสูง และเพิ่ม Cryogenic Frame ที่ด้านข้างของสมาร์ทโฟน รวมถึงวัสดุกราไฟต์ที่มีการนำความร้อนสูงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh สามารถใช้งานได้สองวันต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง รองรับ 33W Fast Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งวันในเวลาเพียง 20 นาที
  • หน้าจอแสดงผล: หน้าจอ 6.77" FHD+ Flexible AMOLED รองรับ HDR Photography และ Ultra HDR ที่เพิ่มความสว่างสูงสุด 3000nits มีอัตราการรีเฟรชแบบปรับได้ 120 Hz
  • Nothing OS 3.2: ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย เน้นการปรับแต่งฟังก์ชันการทำงาน และมอบประสบการณ์สมาร์ทโฟนที่คำนึงถึงผู้ใช้มากขึ้น มี Essential Space สำหรับบันทึกข้อมูลและจัดระเบียบโดยอัตโนมัติด้วย AI และ Privacy Space สำหรับล็อกแอปฯ ไฟล์ และรูปภาพส่วนตัว

CMF Phone 2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดที่ Nothing เคยออกแบบมา โดยมีความหนาเพียง 7.8 มม. และน้ำหนักเพียง 185 กรัม ตัวเครื่องทำจากวัสดุที่สวยงาม พร้อมขอบกล้องอะลูมิเนียม และใช้สกรูสเตนเลสสตีลที่เป็นเอกลักษณ์ของ Nothing มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ, สีส้ม และ สีเขียวอ่อน ซึ่งสีดำ และ สีเขียวอ่อน มีฝาหลังคล้ายแก้วที่เลียนแบบพื้นผิวกระจกฝ้าและมีขอบโลหะ สีขาว มีพื้นผิวแบบ Sandstone ที่ด้านหลัง ให้ความรู้สึกและสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ ส่วนสีส้ม มีความแวววาวแบบเมทัลลิกและเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุด

  • ด้านหน้า (Front):

  • จอแสดงผล: เป็นจอแบนเรียบ มีรูกล้องหน้าแบบ Punch-hole อยู่ตรงกลางด้านบนของหน้าจอ

    • ขอบจอ: ขอบจอค่อนข้างบาง ทำให้มีพื้นที่การแสดงผลที่กว้าง
    • UI/UX: แสดงผลหน้าจอหลักที่มี Widget นาฬิกาแบบอนาล็อก, Widget อื่นๆ ที่เป็นไอคอนสไตล์ขาวดำ/เทา และแถบค้นหาของ Google ด้านล่าง วอลล์เปเปอร์เป็นภาพพื้นผิวคล้ายดวงจันทร์หรือหินทรายโทนสีขาวเทา
    • ลำโพงสนทนา: คาดว่าน่าจะซ่อนอยู่บริเวณขอบจอด้านบนสุด
  • ด้านหลัง (Back):

  • ดีไซน์: มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แบ่งเป็นสองส่วนหลักๆ คือส่วนบนสีขาวเรียบ และส่วนล่างสีเทาอ่อนมีพื้นผิวสัมผัสคล้ายหิน หรือวัสดุรีไซเคิล

    • กล้อง: มีชุดกล้องหลัง 3 ตัว จัดเรียงเป็นสามวงกลมแนวตั้ง โดยมีไฟแฟลชอยู่ด้านข้าง
    • สกรู: มีการใช้สกรูแบบหัวแฉก (Phillips head screws) ที่มุมทั้งสี่ของเครื่อง และรอบๆ โมดูลกล้อง ซึ่งเป็นองค์ประกอบดีไซน์ที่โดดเด่นและดูแข็งแกร่ง
    • โลโก้: มีโลโก้ "cmf by NOTHING" อยู่บริเวณด้านหลังส่วนล่าง บ่งบอกถึงแบรนด์ CMF ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกของNothing
    • อื่นๆ: มีสัญลักษณ์ CE Mark และข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่พิมพ์อยู่ด้านหลัง
  • ด้านขวา (Right Side):

  • ปุ่มปรับระดับเสียง: มีปุ่มปรับระดับเสียงสองปุ่มแยกกัน (เพิ่ม/ลดเสียง)

    • ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง (Power Button): มีปุ่มเปิด/ปิดเครื่องอยู่ด้านล่างปุ่มปรับระดับเสียง
  • ด้านซ้าย (Left Side):

  • ด้านซ้ายของเครื่องดูเรียบง่าย ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตใดๆ

  • ด้านบน (Top):

  • ไมโครโฟน: มีรูไมโครโฟนขนาดเล็กหนึ่งรู

  • ด้านล่าง (Bottom):

  • ช่องใส่ซิมการ์ด: มีถาดใส่ซิมการ์ด (SIM card tray)

    • พอร์ต USB Type-C: มีพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จและเชื่อมต่อข้อมูลอยู่ตรงกลาง
    • ไมโครโฟน: มีรูไมโครโฟน
    • ลำโพง: มีช่องลำโพงอยู่ด้านขวาสุด

สเปคโดยรวม

  • ความจุ: 8 GB + 128 GB และ 8 GB + 256 GB (พื้นที่เก็บข้อมูลขยายได้สูงสุด 2 TB)

  • ขนาดและน้ำหนัก: สูง 164 มม., กว้าง 78 มม., ลึก 7.8 มม., น้ำหนัก 185 กรัม

  • หน้าจอ:

  • ขนาด: 6.77 นิ้ว

    • ประเภทจอ: จอ AMOLED แบบยืดหยุ่น (flexible AMOLED)
    • วัสดุปกป้องหน้าจอ: Panda glass
    • ความละเอียด: 1080 x 2392 พิกเซล (ความหนาแน่นพิกเซล 387 PPI)
    • ขอบเขตสี: รองรับสี 10-bit (แสดงผลได้ 1.07 พันล้านสี)
    • อัตราส่วนคอนทราสต์: 1,000,000:1 (อัตราส่วนความคมชัด)
    • อัตรารีเฟรช: 120 Hz แบบปรับได้ (adaptive refresh rate)
    • อัตราตอบสนองการสัมผัสทันที: 1000 Hz (instant touch sampling rate)
    • ความถี่ PWM: 2160 Hz (PWM frequency)
    • ความสว่างสูงสุด (Peak Brightness): 3000nits
    • ความสว่างกลางแจ้ง (Outdoor Brightness): 1300nits
    • ความสว่างทั่วไป (Typical Brightness): 800nits
    • มาตรฐาน HDR: รองรับ HDR10+
  • การกันน้ำและฝุ่น: IP54

  • แบตเตอรี่: 5000 mAh, 33W Fast Charging, 5W reverse wired charging

  • ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 7300 Pro 5G, 8-core up to 2.5 GHz, 4nm TSMC process

  • เซนเซอร์ลายนิ้วมือ: Under-display optical fingerprint

  • เสียง: 2 high-definition mics, 150% ultra volume speaker

  • เครือข่าย: Dual SIM, Nano-SIM, Gigabit LTE Advanced, Gigabit 5G Dual Mode (NSA & SA)

  • ระบบปฏิบัติการ: Nothing OS 3.2 (Powered by Android 15)

  • การอัปเดตซอฟต์แวร์: อัปเดต Android 3 ปี, อัปเดตความปลอดภัย 6 ปี

  • กล้องหลัง:

  • Main: 50 MP, f/1.88, 1/1.57" sensor, EIS, Phase Detection Autofocus

    • Telescope: 50MP, f/1.85, 1/2.88" sensor, EIS, 2x optical zoom, 20x digital zoom
    • Ultra-wide: 8 MP, f/2.2, 1/4" sensor, 119.5° FOV
  • กล้องหน้า: 16 MP, f/2.45, 1/3" sensor

  • คุณสมบัติกล้อง: Truelens Engine 3.0, Ultra XDR, Auto Tone, Portrait Optimiser, Motion Photo, Night Mode

  • การบันทึกวิดีโอ: 4K recording at 30 FPS, 1080p recording at 30 or 60 FPS, Slo-mo at 120 FPS, Time Lapse (4K), EIS image stabilisation

CMF Buds 2 Series

CMF Buds 2 Series นำเสนอหูฟังไร้สาย 3 รุ่น ได้แก่ Buds 2, Buds 2 Plus และ Buds 2a ซึ่งครอบคลุมช่วงราคาที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงได้ทุกคน แต่ละรุ่นมีความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการออกแบบ มอบการควบคุมประสบการณ์การฟังที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้

  • CMF Buds 2: เป็นคู่หูอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผสมผสานเสียงที่ยอดเยี่ยม ความสะดวกสบาย และคุณสมบัติอัจฉริยะ มาพร้อมระบบ Dirac Opteo™ tuning, ระบบตัดเสียงรบกวนไฮบริด ANC 48 dB และ Spatial Audio Effect เพื่อประสบการณ์การฟังที่ชัดเจนและมีมิติยิ่งขึ้น
  • CMF Buds 2 Plus: ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม รองรับ Hi-Res LDAC, การปรับเสียงชดเชยการได้ยิน และการปรับแต่ง EQ เต็มรูปแบบ เพื่อเสียงที่สมดุลและปรับแต่งให้เข้ากับโปรไฟล์การได้ยินที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณ มีระบบตัดเสียงรบกวนไฮบริด ANC 50 dB พร้อมช่วงความถี่กว้างพิเศษ 5400 Hz และ Smart Adaptive Mode ที่ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์
  • CMF Buds 2a: เป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่าย มอบเสียงที่ชัดเจนสำหรับทุกคน ด้วยการออกแบบที่เบาเป็นพิเศษ ให้เสียงคุณภาพสูงพร้อม ANC 42 dB, ไดรเวอร์ bio-fibre ขนาด 12.4 มม. และเสียงเบสที่หนักแน่นสำหรับการฟังตลอดทั้งวัน

จุดเด่นของทุกรุ่นที่เหมือนกัน

  • คุณภาพเสียง:Buds 2 ใช้ไดรเวอร์ PMI ขนาด 11 มม. พร้อม Dirac Opteo™ tuning และ N52 magnets เพื่อเสียงที่ทรงพลัง Buds 2 Plus ใช้ไดรเวอร์ LCP ขนาด 12 มม. พร้อม LDAC และ Hi-Res Wireless Audio certification เพื่อเสียงคุณภาพสตูดิโอ Buds 2a ใช้ไดรเวอร์ bio-fibre TPU ขนาด 12.4 มม. พร้อม Dirac tuning และ Ultra Bass Technology 2.0
  • ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC): Buds 2 มี Hybrid ANC 48 dB, Buds 2 Plus มี Hybrid ANC 50 dB และ Buds 2a มี Active Noise Cancellation 42 dB
  • Spatial Audio Effect: Buds 2 และ Buds 2 Plus มี Spatial Audio Effect ที่ขับเคลื่อนโดยอัลกอริทึม HRTF-based เพื่อประสบการณ์เสียงรอบทิศทางเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์
  • แบตเตอรี่: Buds 2 ให้การเล่นต่อเนื่องสูงสุด 13.5 ชั่วโมง (ปิด ANC) และ 55 ชั่วโมงเมื่อรวมกับเคส Buds 2 Plus ให้การเล่นต่อเนื่องสูงสุด 14 ชั่วโมง (ปิด ANC) และ 61.5 ชั่วโมงเมื่อรวมกับเคสBuds 2a ให้การเล่นต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง (ปิด ANC) และ 35.5 ชั่วโมงเมื่อรวมกับเคส ทั้งสามรุ่นรองรับการชาร์จเร็ว 10 นาที เพื่อการใช้งานเพิ่มเติม
  • การโทร: ทั้งสามรุ่นมีไมโครโฟน HD พร้อม AI-powered Environmental Noise Cancellation และ Wind Noise Reduction เพื่อการโทรที่คมชัด
  • Nothing X App: สามารถปรับแต่ง EQ, ระดับ Ultra Bass, การควบคุมแบบสัมผัส และระดับ ANC ได้ผ่านแอปฯ Nothing X นอกจากนี้ยังมี Dual Connection และ Low Lag Mode สำหรับการเล่นเกม และรองรับการเปิดใช้งาน ChatGPT โดยตรงจากโทรศัพท์
  • CMF Buds 2: มีดีไซน์มินิมอลพร้อมพื้นผิว Sandblasted Matte และ Metallic Accents มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทาเข้ม Dark Grey, สีเขียวอ่อน Light Green และ สีส้ม ตัวหมุนแบบโปร่งใสเพิ่มความทันสมัย
  • CMF Buds 2 Plus: มีพื้นผิวเรียบเนียนแบบ Soft-touch พร้อม Sandblasted Metal เพื่อความรู้สึกที่พรีเมียมและทนทาน มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน และ สีเทาอ่อน Light Grey
  • CMF Buds 2a: มีดีไซน์ที่เบาและถูกหลักสรีรศาสตร์พร้อมพื้นผิว Matte และ Glossy มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทาเข้ม Dark Grey, สีเทาอ่อน Light Grey และ สีส้ม เคสมีรูสำหรับคล้องสายคล้องเพื่อความสะดวกในการพกพา

3. สเปคโดยรวม

  • เทคโนโลยีเสียง:

  • Buds 2a: 12.4 mm Bio-fibre driver (Dirac™ Tuning)

    • Buds 2: 11 mm PMI driver with Dirac Opteo™
    • Buds 2 Plus: 12 mm LCP driver, Hi-Res LDAC, Hearing Compensation
  • ANC (ลดเสียงรบกวน):

  • Buds 2a: 42 dB ANC, Transparency Mode

    • Buds 2: 48 dB Hybrid ANC, 5200 Hz frequency range
    • Buds 2 Plus: 50 dB Hybrid ANC, 5400 Hz frequency range with Smart Adaptive Mode
  • แบตเตอรี่ (หูฟังเท่านั้น, ปิด ANC):

  • Buds 2a: สูงสุด 8 ชั่วโมง

    • Buds 2: สูงสุด 13.5 ชั่วโมง
    • Buds 2 Plus: สูงสุด 14 ชั่วโมง
  • แบตเตอรี่ (รวมเคส, ปิด ANC):

  • Buds 2a: สูงสุด 35.5 ชั่วโมง

    • Buds 2: สูงสุด 55 ชั่วโมง
    • Buds 2 Plus: สูงสุด 61.5 ชั่วโมง
  • ชาร์จเร็ว (10 นาที):

  • Buds 2a: 5.5 ชั่วโมง (รวมเคส)

    • Buds 2: 7.5 ชั่วโมง (รวมเคส)
    • Buds 2 Plus: 8.5 ชั่วโมง (รวมเคส)
  • ไมโครโฟน:

  • Buds 2a: มีไมโครโฟนคุณภาพสูง (HD mics) จำนวน 4 ตัว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Clear Voice Technology

    • Buds 2: มีไมโครโฟนคุณภาพสูง (HD mics) จำนวน 6 ตัว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Clear Voice Technology 3.0
    • Buds 2 Plus: มีไมโครโฟนคุณภาพสูง (HD mics) จำนวน 6 ตัว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Clear Voice Technology 3.0
  • Wind Noise Reduction(ลดเสียงลม):

  • Buds 2a: มาพร้อมกับเทคโนโลยีลดเสียงลม (Wind Noise Reduction 2.0)

    • Buds 2: มาพร้อมกับเทคโนโลยีลดเสียงลม (Wind Noise Reduction 3.0)
    • Buds 2 Plus: มาพร้อมกับเทคโนโลยีลดเสียงลม (Wind Noise Reduction 3.0)
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น:

  • Buds 2a: มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54

    • Buds 2: มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP55
    • Buds 2 Plus: มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP55
  • สี:

  • Buds 2a: สีเทาเข้ม Dark Grey, สีเขียวอ่อน Light Grey, สีส้ม

    • Buds 2: สีเทาเข้ม Dark Grey, สีเขียวอ่อน Light Green, สีส้ม
    • Buds 2 Plus: สีน้ำเงิน, สีขาว Light Grey

ราคาและการวางจำหน่าย

CMF Phone 2 Pro และ CMF Buds 2 พร้อมวางจำหน่ายแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • CMF Phone 2 Pro: มี 2 รุ่นให้เลือกใน 3 สี (ดำ / ขาว / ส้ม)

  • 8 + 128GB ในราคา 8,999 บาท

    • 8 + 256GB ในราคา 9,999 บาท
  • CMF Buds 2: วางขายในสีเทาเข้ม Dark Grey / เขียวอ่อน Light Green / ส้ม ที่ราคา 1,899 บาท

ช่องทางออนไลน์:

  • Nothing.tech
  • Lazada Nothing Flagship Store
  • Shopee Nothing Official Store
  • Powerbuy Online

ร้านค้าที่วางจำหน่าย:

  • Nothing Store ที่ TECHHOUSE by Dotlife ชั้น 2 ศูนย์การค้า One Bangkok
  • JayMart
  • AIS
  • Dotlife
  • BaNANA (เฉพาะหูฟัง)
  • Powermall (เฉพาะหูฟัง)
  • Munkong Gadget (เฉพาะหูฟัง)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...