นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 174.92 จุด เยนแข็งฉุดหุ้นส่งออก – วิตกภาษีทรัมป์
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (10 ก.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของเงินเยนเป็นปัจจัยฉุดหุ้นกลุ่มส่งออก นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนี นิกเกอิ ปิดที่ระดับ 39,646.36 จุด ลดลง 174.92 จุด หรือ -0.44%
การแข็งค่าของเงินเยนได้ฉุดหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ซึ่งรวมถึงหุ้นบริษัทผลิตรถยนต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดยปธน.ทรัมป์เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นในอัตรา 25% มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. ซึ่งอัตราภาษีใหม่นี้เพิ่มขึ้นจากระดับ 24% ที่ทรัมป์ประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เม.ย.
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (10 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลการค้าของจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศ
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,509.68 จุด เพิ่มขึ้น 16.63 จุด หรือ +0.48%
สำนักงานศุลกากรจีนมีกำหนดเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าประจำเดือนมิ.ย. ในวันเสาร์นี้ (12 ก.ค.) โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและการค้าของจีน หลังจากสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับบรรดาประเทศคู่ค้า โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศในวันพุธ (9 ก.ค.) ว่า เขาจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากบราซิลทุกประเภทในอัตรา 50% ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป โดยการประกาศดังกล่าวมีขึ้นไม่นานหลังจากที่ปธน.ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีจาก 7 ประเทศซึ่งได้แก่แอลจีเรีย อิรัก ลิเบีย ศรีลังกา บรูไน มัลโดวา และฟิลิปปินส์ในวันเดียวกัน
หนังสือพิมพ์พีเดิลส์เดลี่ (People's Daily) ของทางการจีนได้เผยแพร่บทความเตือนรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ให้จุดชนวนความตึงเครียดทางการค้าให้ปะทุขึ้นอีกครั้งด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในเดือนหน้า ขณะเดียวกันก็เตือนว่าจะตอบโต้ประเทศใดก็ตามที่ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อตัดจีนออกจากห่วงโซ่อุปทาน
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (10 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยบวกจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 24,028.37 จุด เพิ่มขึ้น 136.05 จุด หรือ +0.57%
เฟดเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 17-18 มิ.ย. โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เนื่องจากคาดว่าผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรที่มีต่อเงินเฟ้อนั้นจะไม่มากนักและเป็นผลกระทบชั่วคราว
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้รวมถึงหุ้น KE Hlds. พุ่งขึ้น 6.8%, หุ้น Smoore Intl. พุ่งขึ้น 6.2%, หุ้น China Resources Land ดีดตัวขึ้น 4.5% และหุ้น China Overseas Land พุ่งขึ้น 4.3%
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลการค้าของจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศ โดยสำนักงานศุลกากรจีนมีกำหนดเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าประจำเดือนมิ.ย. ในวันเสาร์นี้ (12 ก.ค.)