หนี้ครัวเรือนไทย 10 ปี ไม่เคยแผ่ว ทะลุ 16 ล้านล้าน หนี้เสียพุ่ง 8.9% เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจชะลอตัว
การมี "หนี้" ไม่ใช่เรื่องผิด หากหนี้เหล่านั้นมาจากการกู้ยืมในสิ่งจำเป็น เช่น จ่ายค่าพยาบาลให้คนในครอบครัว ซื้อที่อยู่อาศัย หรือนำไปลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้
หากแต่ปัจจุบัน ประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนในสัดส่วนอัตราที่ค่อนข้างสูง และส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่สร้างรายได้ (Non-productive) หรือเป็นหนี้ที่พึงระวังเพราะมาจากการใช้จ่ายเกินตัว ซึ่งส่งผลให้เงินที่กู้ยืมมาติดลบมากกว่างอกเงย
เมื่อหนี้ครัวเรือนของประเทศอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงของการเกิดหนี้เสียก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพราะการมีหนี้นั้น สะท้อนให้เห็นว่าการเงินและรายได้ของคนไทยเริ่มหดตัวลงเรื่อย ๆ และอาจส่งผลกระทบต่อ GDP และการเติบโตของประเทศ
เปิดสถิติหนี้ครัวเรือนไทย 10 ปี ไม่เคยแผ่ว
จากการรายงานของสภาพัฒน์และธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า อัตราหนี้ครัวเรือนไทยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2558 ถึงไตรมาสแรกของปี 2568 ยังคงอยู่ในตัวเลขที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ โดย Thairath Money ได้รวบรวมหนี้ครัวเรือนไทยทั้ง 10 ปีที่ผ่านมา ดังนี้
ปี 2558
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 11.5 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 84.9%
- หนี้ NPL = 0.5 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 5.9%
ปี 2559
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 12.1 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 84.1%
- หนี้ NPL = 0.7 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 6.7%
ปี 2560
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 12.5 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 82.2%
- หนี้ NPL = 0.7 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 7.2%
ปี 2561
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 13.2 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 81.9%
- หนี้ NPL = 0.8 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 7.0%
ปี 2562
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 14.0 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 83.0%
- หนี้ NPL = 0.9 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 7.9%
ปี 2563
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 14.5 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 91.2%
- หนี้ NPL = 0.9 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 7.5%
สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ในปี 2563 นั้นมีอัตราสูงเป็นอันดับ 2 ในสถิติ 10 ปีนี้ เนื่องจากเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 หลายคนสูญเสียรายได้หนักและมีหนี้พุ่งสูงจากการที่โลกหยุดชะงักและไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้
ปี 2564
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 15.1 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 94.1 %
- หนี้ NPL = 9.7 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 7.7%
สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ในปี 2564 เป็นตัวเลขสูงสุดใน 10 ปีนี้ เพราะเป็นช่วงฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ซึ่งผลกระทบจากเศรษฐกิจที่หยุดชะงักและธุรกิจที่ต้องปิดตัวทำให้การเงินของคนไทยสั่นคลอน และมีหนี้เพราะเหตุการณ์โรคระบาดที่ไม่คาดฝันลากยาวมาจนถึงทุกวันนี้
ปี 2565
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 15.7 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 91.7 %
- หนี้ NPL = 10.9 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 8.4%
สัดส่วนหนี้ต่อ GDP เริ่มชะลอตัวลงเพราะการปล่อยสินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้นเนื่องจากธนาคารมีความกังวลจากอัตราหนี้เสียที่ยังอยู่ในระดับสูง และหนี้ครัวเรือนยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ปี 2566
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 16.2 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 90.8%
- หนี้ NPL = 10.5 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 7.7%
ปี 2567
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 16.4 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 88.9%
- หนี้ NPL = 12 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 8.8%
ไตรมาส 1 ปี 2568
- มูลค่าหนี้ครัวเรือน = 16.4 ล้านล้านบาท
- สัดส่วนหนี้ต่อ GDP = 88.4%
- หนี้ NPL = 12.2 ล้านล้านบาท
- สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อ = 8.9%
แม้ตัวเลขสัดส่วนหนี้ต่อ GDP จะลดลงในภาพรวม โดยมีผลมาจากการปล่อยสินเชื่อครัวเรือนที่น้อยลง เนื่องจากหนี้เสียของคนไทย (NPL) และสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อยังอยู่ในระดับสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้หลายคนหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบมากขึ้นเพราะอยากได้เงินมาหมุนเวียนแม้ดอกเบี้ยจะสูงจนน่ากลัว
สุดท้ายนี้ หากยังไม่มีการแก้ไขหรือหาทางออกให้กับปัญหาหนี้ครัวเรือนเหล่านี้ อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเงินของคนในประเทศในระยะยาวได้ เพราะคนไทยเสี่ยงมีหนี้ติดตัวสูงกว่ารายได้จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเพราะหนี้ครัวเรือนฉุดรั้ง
ที่มา : สภาพัฒน์, ธนาคารแห่งประเทศไทย
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนี้ครัวเรือนไทย 10 ปี ไม่เคยแผ่ว ทะลุ 16 ล้านล้าน หนี้เสียพุ่ง 8.9% เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจชะลอตัว
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath