โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้น KTC ดิ่งแรง 14.39% โบรกเผยยังหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ คาดสถาบันลดถือครองหลังหลุดดัชนีสำคัญ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.41 น.

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 23 มิ.ย.2568 เวลา 11.00 น. หุ้น KTC ปรับตัวลงแรง 14.39% ลดลง 5.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 29.75 บาท

กิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้น KTC ปรับตัวลงมาแรงมากในวันนี้ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นจากอะไรที่ทำให้หุ้นปรับตัวลงมาแรง ซึ่งปริมาณการซื้อขาย Big Lot แค่ 1 ล้านหุ้น และราคาก็ต่ำกว่ากระดานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้หุ้นปรับตัวลงมาแรงได้

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นหลาย ๆ ตัวมีการหลุดออกจากดัชนีสำคัญ ๆ ค่อนข้างมา รวมถึงหุ้น KTC เช่นกัน ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันที่เคยถือครองไว้ก่อนหน้าก็อาจจะมีการปรับลดน้ำหนักการลงทุนลงมา ซึ่งเป็นกลไกตรงกันข้ามกับรอบที่เป็นขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ที่ราคาหุ้น และผลประกอบการมีการเติบโต และทำให้หุ้นนั้น ๆ มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ได้รับการถูกนำไปคำนวณในดัชนีต่าง ๆ ก็ทำให้มีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันเข้า

แต่ทว่าเมื่อปรากฎการณ์ผลประกอบการเริ่มไม่ค่อยสดใส ราคาหุ้นปรับตัวลง จึงหลุดดัชนีต่าง ๆ และทำให้เกิดการปรับลดน้ำหนักของนักลงทุนสถาบัน รวมถึง หุ้น KTC ก่อนหน้านี้ถูกโดนถอดออกจากดัชนี MSCI Blobal Index บวกกับในสถานะที่หุ้นไม่ได้มีปริมาณการซื้อขายมาก ๆ ทำให้มีโอกาสสร้างผลกระทบในเชิงมูลค่าได้ค่อนข้างมาก

"ยังไม่แน่ใจถึงเหตุผลหลัก ๆ ว่า หุ้นปรับตัวลงมาเพราะอะไร แต่การหลุดจากดัชนีต่าง ๆ ก็ถือเป็นสาหตุหนึ่งที่กดดันราคาหุ้น"

ทั้งนี้ ในภาพรวมของหุ้นจะเห็นถึงความเคลื่อนไหวผันผวนมากกว่าหุ้นหลาย ๆ ตัว โดยที่ยังหาคำอธิบายในเชิงปัจจัยพื้นฐานไม่ได้แบบตรง ๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นในหุ้นหลาย ๆ ตัวไม่ใข่เฉพาะ KTC การที่ตลาดให้พรีเมียมการซื้อขายในหุ้นหลาย ๆ ตัวลดลง ซึ่งในอดีตอาจจะเคยเห็นหุ้นหุ้นบางตัวที่เคยซื้อขายกันที่ P/E 30 เท่า วันนี้อาจเหลือเพียง 12-15 เท่า ซึ่งก็มาจากหลายปัจจัยทำให้เม็ดเงินในตลาดลดน้อยลง เพราะฉะนั้นในภาพเช่นนี้ก็ทำให้หุ้นหลายตัวเกิดการซื้อขายที่ P/E ที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่นักลงทุนจะทำการคัดเลือกหุ้น ต้องดูว่าหุ้นในเรื่องของผลตอบแทนเงินปันผล เพราะด้วยสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ยังมีความผันผวน ทำให้ผบประกอบการอาจจะไม่ได้เติบโตมากนัก และช่วงระยะสั้น ๆ อาจจะมีดาวน์ไซด์ ในหุ้นหรือในสภาวะการลงทุนโดยรวม เพราะฉะนั้นนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนต้องมั่นใจได้ว่า หุ้นตัวนั้นหากมีเงินปันผลในระดับ 5% จะช่วยจำกัดความเสี่ยงของราคาหุ้นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...