โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดหนังสือ ครป.-ชมรมผู้บริโภค ไล่ “สรณ-ไตรรัตน์” พ้นกสทช.

PostToday

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 22.30 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 05.18 น.

แม้จะลุ้นไม่ขึ้น กับเสียงต้านของหน่วยงานคัดค้านการประมูลคลื่นความถี่ และการรวมตัวของตัวแทนประชาชนในการคัดค้านการทำงานของนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ในตำแหน่งรักษาการเลขาธิการกสทช.ก็ตาม แต่เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2568 ในการประชุมบอร์ดกสทช.และการจัดกิจกรรมสาธิตการประมูลคลื่นก่อนประมูลจริงวันที่ 29 มิ.ย.2568 นี้ ก็ยังมีตัวแทนจากทั้งสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อคนยากไร้ ที่มารวมตัวยื่นหนังสือคัดค้านต่อกสทช.รวมถึงการยื่นหนังสือก่อนหน้านั้นของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ด้วย

แต่ในการประชุมบอร์ดกสทช.ก็ยังคงเดินหน้าประมูลต่อไป โดยแหล่งข่าวกสทช.ระบุว่า เพราะยังไม่มีคำสั่งศาลออกมาแต่อย่างใด หลังจากที่สภาผู้บริโภคร่วมกับเครือข่ายองค์กรสมาชิก ได้รวมตัวกันยื่นฟ้องศาล และจะยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้ไต่สวนฉุกเฉินอีกรอบในช่วงบ่ายวันที่ 24 มิ.ย. 2568

ขณะที่บอร์ดกสทช.มีข้อห่วงใยและได้สอบถามถึงหนังสือของ ครป.ที่มีการระบุถึงบอร์ดกสทช.ทั้งชุดทั้งเรื่องการเรียกร้องให้ระงับและเลื่อนการประมูล รวมถึงการจัดการปัญหาของประธานกสทช.ผู้จัดประมูลแต่ขาดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง จึงขอให้เร่งรัดนำหนังสือฉบับดังกล่าวบรรจุวาระการประชุมเพื่อให้กสทช.พิจารณา แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะสำนักงานแจ้งว่า กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

สำหรับเนื้อหาสำคัญในหนังสือของ ครป.ระบุว่า การประมูลคลื่นความถี่มีเพียงเอกชน 2 ราย ทำให้ไม่มีการแข่งขัน อาจนำไปสู่ การฮั้วประมูล และนำไปสู่การผูกขาด ที่สำคัญ ครป.ระบุว่า กสทช. ไม่สามารถจัดการประมูลคลื่นความถี่เพื่อประเคนผลประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนผูกขาดโทรคมนาคมครั้งนี้ได้ เนื่องจากยังมีประเด็นที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ชาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งเป็นที่ประจักษ์ เนื่องจากคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และโทรคมนาคม วุฒิสภา วินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุดในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 มีมติที่ประชุมเห็นชอบผลการขาดคุณสมบัติและกระบวนการสมบูรณ์แล้ว ตั้งแต่ที่กรรมาธิการรายงานประธานวุฒิสภารับทราบ มีการประกาศผลทางเว็บไซต์วุฒิสภาดังที่ปรากฏ

แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่า ประธาน กสทช. กลับยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่โดยมิได้เกรงกลัวต่อกฎหมายแต่อย่างใด ทั้งที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที และต้องมีการตรวจสอบผลการพิจารณาต่างๆ ที่ผ่านมาว่าอาจเป็นโมฆะด้วยหรือไม่ และอาจต้องคืนเงินเดือนและค่าตอบแทนทั้งหมด ซึ่งสำนักงาน กสทช. ยังไม่ได้ดำเนินการ

นอกจากนี้ การที่ประธาน กสทช.แต่งตั้งให้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. ดำรงตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี โดยไม่ได้ดำเนินการแต่งตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายและมติของคณะกรรมการ กสทช.แต่อย่างใด และการประเมินให้นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช.จาก "พนักงานตามสัญญาจ้าง" เป็น "พนักงานประจำของสำนักงาน กสทช." นั้น ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายและการแต่งตั้งโดยชอบ โดยอ้างว่าเป็นอำนาจของประธาน กสทช.แต่เพียงผู้เดียว

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จึงเห็นว่า การดำรงตำแหน่งทั้งสองท่านเป็นโมฆะจะต้องมีการดำเนินการสรรหาใหม่โดยเร็ว และขอเรียกร้องให้คณะกรรมการ กสทช. ดำเนินการให้ประธานกสทช. หยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที

ขณะที่หนังสือของชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อคนยากไร้ ระบุ ว่า ขอให้ตรวจสอบการทำงานของนายไตรรัตน์ ถึงบอร์ดกสทช.ทุกท่าน จากการตามการทำงานของ กสทช. ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จากข้อมูลสื่อสารมวลชน และประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้โทรศัพท์มือถือของบริษัทต่างๆ ที่ไร้ประสิทธิภาพในการสื่อสาร โดยประธานและรักษาการเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้ควบคุมดูแล ไม่มีความโปร่งใสตามหลักกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล ดังนี้

1. การแก้ไขปรับปรุงระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 25555 : ขอให้ตรวจสอบว่าการแก้ไขระเบียบดังกล่าวเป็นไปตามมติ กสทช. หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งรองเลขาธิการ กสทช.

2. การแต่งตั้งนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล เป็นรองเลขาธิการ กสทช. ขอให้ตรวจสอบว่าการแต่งตั้งโดยอาศัยอำนาจตามข้อ 9(1) ของเลขาธิการ กสทช. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

3. การประเมินผลการปฏิบัติงานของนายไตรรัตน์ฯ ขอให้ดรวจสอบว่าการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายไตรรัตน์ฯ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของ กสทช. และดำเนินการครบสัญญาจ้าง เป็นไปโดยถูกต้องและโปร่งใสหรือไม่

ชมรมฯยังระบุอีกว่า นายไตรรัตน์ มีการฟ้องกสทช.ทำให้สร้างความแตกแยก เห็นควรจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้บุคคลอื่นมาทำหน้าที่แทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...