นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 1.79 จุด หุ้นส่งออกถูกเทขายหลังเงินเยนแข็งค่าขึ้น
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดแทบไม่ขยับในวันนี้ (16 พ.ค.) ขณะที่หุ้นกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ถูกเทขายออกมาหลังเงินเยนแข็งค่าขึ้น ซึ่งลดผลกำไรของผู้ส่งออกเมื่อแปลงรายได้จากต่างประเทศกลับเป็นเงินเยน อย่างไรก็ตาม แรงซื้อที่ได้อานิสงส์จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนอื่น ๆ และการประกาศเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ได้เข้ามาช่วยพยุงตลาดไว้
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 37,753.72 จุด ลดลง 1.79 จุด หรือ -0.004%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำโดยกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงกลุ่มขนส่งทางทะเล ขณะที่กลุ่มบริการและกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลงมากที่สุด
ในช่วงเช้า บรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากข้อมูลที่รัฐบาลเปิดเผยว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) หดตัว 0.7% เมื่อเทียบรายปี นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส
โบรกเกอร์ระบุว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงชะลอการลงทุน เพื่อรอติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงค่ำวันนี้
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันนี้ (16 พ.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยังคงส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนในวันจันทร์นี้ (19 พ.ค.) เพื่อประเมินว่ามาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนอย่างไร
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,367.46 จุด ลดลง 13.36 จุด หรือ -0.40%
แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ปรับลดภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนลงเหลือ 30% จากเดิม 145% แต่นักวิเคราะห์เตือนว่ากำแพงภาษีที่ยังคงอยู่นั้นจะทำให้ภาคส่งออกของจีนเผชิญกับความท้าทายอย่างมีนัยสำคัญ
หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้ ได้แก่ หุ้น East Money ร่วงลง 1.3% หุ้น Contemporary Amperex ลดลง 0.3%, หุ้น Avic Chengdu ร่วงลง 1.1%, หุ้น Guangdong Topstar ดิ่งลง 2.8% และหุ้น Kweichow Moutai ปรับตัวลง 1.1%
นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจจีนหลายรายการในวันจันทร์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนเม.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย., ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย., การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนเม.ย. และอัตราว่างงานเดือนเม.ย.
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (16 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หากข้อตกลงปรับลดอัตราภาษีศุลกากรเป็นเวลา 90 วันครบกำหนด นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกับรายงานที่ว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเพิ่มบริษัทจีนหลายแห่งในบัญชีจำกัดการส่งออก (Entity List)
ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 23,345.05 จุด ลดลง 108.11 จุด หรือ -0.46%
รายงานระบุว่า บริษัทที่ถูกพิจารณาขึ้นบัญชีดำคือ ฉางซิน เมมโมรี (ChangXin Memory หรือ CXMT) รวมถึงบริษัทในเครือของเซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริ่ง อินเตอร์เนชันแนล คอร์ปอเรชัน (SMIC) และ หยางซี เมมโมรี เทคโนโลยีส์ (Yangtze Memory Technologies หรือ YMTC) โดยบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีจะไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีหรือสินค้าของสหรัฐฯ ได้ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต ซึ่งส่วนใหญ่มักจะไม่ได้รับการอนุมัติ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในเรื่องนี้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากสหรัฐฯ และจีนเพิ่งบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้รัฐบาลวอชิงตันต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้า
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเห็นพ้องให้ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิม 145% ขณะที่อัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิม 125%
นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจจีนในสัปดาห์หน้า ซึ่งรวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกที่จะเปิดเผยในวันจันทร์ (19 พ.ค.) ขณะที่ธนาคารกลางจีนเตรียมประกาศอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ในวันอังคาร
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกในวันนี้ (16 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นกลุ่มอาหารและกลุ่มกลาโหมท่ามกลางความกังวลด้านภาษีที่คลี่คลายลง
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,626.87 จุด เพิ่มขึ้น 5.51 จุด หรือ +0.21%
หุ้น SK hynix เพิ่มขึ้น 2%, หุ้น Hanmi Semiconductor พุ่งขึ้น 11.72%, หุ้น NCSOFT พุ่งขึ้น 3.99% และหุ้น Netmarble ทะยานขึ้น 5.58%