โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พายุฝนถล่มตรัง เรือโดยสารหายกลางพายุ ระหว่างเดินทางจากท่าข้าม อ.ปะเหลียน กลับเกาะสุกร ผู้สูงอายุ 4 ชีวิตยังไม่ทราบชะตากรรม หน่วยงาน-ชาวบ้านระดมค้นหา ยังไร้วี่แวว

77kaoded

เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 14.49 น. • 77 ข่าวเด็ด

ตรัง-พายุฝนถล่มตรัง ต้นไม้หักโค่นทับสายแรงสูงไฟดับวงกว้าง เรือโดยสารหายกลางพายุ ระหว่างเดินทางจากท่าข้าม อ.ปะเหลียน กลับเกาะสุกร ผู้สูงอายุ 4 ชีวิตยังไม่ทราบชะตากรรม หน่วยงาน-ชาวบ้านระดมค้นหา ยังไร้วี่แวว

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ตลอดทั้งวันได้มีฝนตกหนักและลมแรง ทำให้ต้นไม้ในเขตเทศบาลนครตรัง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง หักโค่นล้มทับสายไฟแรงสูง และบ้านเรือนหลายจุด อาทิ ต้นไม้ล้มทับบ้านประชาชนบริเวณถนนจิงจิตร ตำบลทับเที่ยง และโรงเรียนเทศบาลวัดตันตยาภิรมย์ ที่ต้นไม้ใหญ่หักโค่น ทับสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 2 ต้น ส่งผลให้ไฟดับเป็นวงกว้าง เป็นต้น โดยนายสัญญา ศรีวิเชียร นายกเทศมนตรีนครตรัง ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าขนย้ายต้นไม้ที่หักโค่น รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำตามลำคองต่างๆที่เคยล้นจนเข้ามาท่วมซ้ำซากตลอด 24 ชั่วโมง โดยจากการออกสำรวจพบว่าปริมาณน้ำในคลองน้ำเจ็ด (วัดคลองน้ำเจ็ด), คลองนางน้อย (ชุมชนควนขัน) คลองห้วยยาง และคลองท่าจีน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พื้นที่รองรับน้ำและลำคลองในเขตเทศบาลนครตรังยังคงรองรับน้ำได้ แต่ก็ขอเน้นย้ำให้เฝ้าระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมบ่อยครั้ง

ขณะที่ วันเดียวกันได้มีประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฉบับที่ 5 (40/2567) เรื่อง ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ในช่วงวันที่ 16 – 19 กันยายน 2567 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมบริเวณทะเล อันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝน เพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้ในบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และ สตูล ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง ทะเล มีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามัน ควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง โดยนายอุดมพร กาญจน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง ได้ประกาศเตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรง ทั่วทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดตรัง โดยเฉพาะพื้นที่ติดชายทะเล งดกินกรรมทางทะเล และการเดินเรือต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัย หากเกิดคลื่นลมแรงต้องรีบหาที่กำบัง

ผู้สื่อข่าวรายว่า ช่วงค่ำของวันเดียวกัน(16ก.ย.67)ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านเกาะสุกร ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ว่า ได้เกิดเหตุเรือโดยสารจากท่าเรือท่าข้าม ตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งเดินทางไปยังท่าเรือเกาะสุกร ได้หายไประหว่างทางขาแล่นกลับเกาะสุกร ซึ่งเรือลำดังกล่าวชื่อ “พรทวี 5” เป็นเรือหัวโทงขนาด25ตัวกง หลังคาเป็นหลังคาไม้ ได้ออกจากท่าเรือท่าข้ามตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันนี้ และได้ขาดการติดต่อไปเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันเดียวกัน โดยบนเรือลำดังกล่าวมีคนเรือ 1 คน และผู้โดยสาร 3 คน รวมทั้งหมด 4 คน และทั้งหมดยังไม่ทราบชะตากรรม โดยขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ได้นำเรือ 6-7 ลำออกช่วยค้นหา พร้อมประสานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ระดมช่วยค้นหา แต่ยังไม่พบร่องรอย เนื่องจากการค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะเป็นเวลากลางคืน และมีลมแรงต่อเนื่อง สลับกับมีฝนตกลงมา

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในตำบลเกาะสุกร ทราบว่าช่วง 3 วันที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนัก มีลมแรง และตั้งแต่เมื่อวานนี้(15 ก.ย.67) ในทะเลมีลมแรง คลื่นสูงประมาณ 3 เมตร และโดยปกติแล้วเรือโดยสารจะใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือท่าข้ามมายังเกาะสุกร ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น โดยขนะนี้สถานการณ์บนเกาะสุกรได้มีชาวบ้านมารวมตัวกันเพื่อติดตามสถานการณ์ และออกเรือค้นหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายกอบต.เกาะสุกร รองนายกอบต. ผู้นำชุมชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับชาวบ้าน ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อผู้สูญหาย ทั้ง 4 ราย เป็นชาวเกาะสุกรทั้งหมด ประกอบด้วย 1.นายสุพิศ ขาวดี อายุ 61 ปี 2.นายเฉลิม ขาวดี อายุ 87 ปี 3.นายชัน สองหลง อายุ61 ปี และ4.นางหมุน หมาดหลู อายุ74 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...