โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำหนังยังไงให้ 'ทำร้ายจิตใจคนอินเดีย' Netflix ถูกแบนหนัก-รัฐบาลเรียกตัวผู้บริหารไปสอบ

The Better

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 15.48 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 11.10 น. • THE BETTER

สื่อของอินเดีย The Express Tribune รายงานว่า กระทรวงสารสนเทศและการออกอากาศได้เรียกตัว โมนิกา เชอร์กิลล์ (Monika Shergill) หัวหน้าฝ่ายเนื้อหาของ Netflix India มาที่กรุงเดลี หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับซีรีส์เรื่อง IC 814: The Kandahar Hijack

ซีรีส์ซึ่งเล่าเรื่องราวการจี้เครื่องบินเที่ยวบิน IC 814 ของสายการบิน Indian Airlines เมื่อปี 1999 โดยกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มฮาร์กัตอุลมูจาฮิดีน (Harkat-ul-Mujahideen) ซึ่งเป็นกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงในปากีสถาน ซึ่งเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดนแคว้นกัศมีระ (แคชเมียร์) จากอินเดีย

ปัญหาก็คือ ตัวละครที่เป็นผู้ก่อการร้าย 2 คนที่ใช้ชื่อรหัสเป็นภาษาฮินดู คือ โภละ และ ศังกร ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่คนอินเดียที่เป็นชาวฮินดู โดยหลังจากซีรีส์ออกฉายเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมไม่นาน โซเชียลมีเดียก็เต็มไปด้วยกระแสเรียกร้องให้คว่ำบาตรทั้งซีรีส์และ Netflix เช่นมีการสร้างแฮชแท็ก #BoycottNetflix เพราะสาเหตุนี้

เรื่องนี้บานปลายจนกระทั่งรัฐบาลอินเดียต้องขยับ เรื่องจากรัฐบาลนี้นำโดยพรรคชาตินิยมฮินดู ซึ่งมีความเปราะบางในเรื่องเอกลักษณ์ของชาติที่เกี่ยวข้องกับชาวฮินดู

แหล่งข่าวจากกระทรวงสารสนเทศและการกระจายเสียงของอินเดีย เผยกับ The Express Tribune ว่า “ไม่มีใครมีสิทธิที่จะเล่นกับความรู้สึกของคนในประเทศนี้ วัฒนธรรมและอารยธรรมของอินเดียควรได้รับการเคารพเสมอ คุณควรคิดก่อนที่จะนำเสนอสิ่งใดในทางที่ผิด รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างจริงจังกับเรื่องนี้”

ขณะที่สำนักข่าว ANI รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลอินเดียว่า ทางการกำลังดำเนินการกับเรื่องนี้ "อย่างจริงจัง" ส่วน Netflix "รับประกัน" อีกด้วยว่าเนื้อหาทั้งหมดในอนาคตจะคำนึงถึงความรู้สึกของคนในชาติ

นักการเมืองชาตินิยมฮินดูยังเคลื่อนไหวด้วย อมิต มัลวิยะ ผู้นำคนสำคัญของพรรคภารติยะชนตา (BJP) ซึ่งเป็นพรรคฮินดูชาตินิยมและพรรค รัฐบาลเขียนไว้ใน X (เดิมคือ Twitter) ว่า “ผู้ก่อการร้ายที่จี้เครื่องบิน IC-814 เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่น่าสดสยอง ซึ่งใช้ชื่อปลอมเพื่อปกปิดตัวตนเป็นมุสลิม” และ มัลวิยะ ยังอ้างว่าการบิดเบือนด้วยการใช้ชื่อฮินดู เท่ากับผู้สร้างภาพยนตร์สร้างความชอบธรรมให้กับการก่ออาชญสากรรมของคนเหล่านี้ และ “หลายสิบปีต่อมา ผู้คนจะคิดว่า ชาวฮินดูจี้เครื่องบิน IC-814”

ทั้งนี้ กรณีจี้เครื่องบินเที่ยวบิน 814 ของสายการบินอินเดียนแอร์ไลน์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า IC 814 เกิดการจี้เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 1999 โดยสมาชิกกลุ่มฮาร์กัตอุลมูจาฮิดีน 5 คน เที่ยวบินโดยสารซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ไปยังกรุงเดลี ประเทศอินเดีย เครื่องบินถูกยึดในเวลาไม่นานหลังจากเข้าสู่พื้นที่น่านฟ้าของอินเดียเมื่อเวลาประมาณ 16:53 น. IST เครื่องบินลำดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสาร 190 คน ซึ่งรวมถึงผู้โดยสาร 179 คนและลูกเรือ 11 คน

เครื่องบินลำดังกล่าวถูกบังคับให้บินไปยังสถานที่ต่างๆ มากมาย เช่น อัมริตสาร์ ลาฮอร์ และดูไบ ขณะอยู่ที่ดูไบ ผู้ก่อการร้ายได้ปล่อยตัวผู้โดยสาร 27 คน รวมถึงตัวประกันชายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งถูกผู้ก่อการร้ายแทงหลายครั้ง ต่อมาในวันที่ 25 ธันวาคม ผู้ก่อการร้ายได้บังคับให้เครื่องบินลงจอดที่กันดาฮาร์ในอัฟกานิสถาน ในช่วงเวลานั้น พื้นที่ส่วนใหญ่ของอัฟกานิสถาน รวมถึงสนามบินกันดาฮาร์ซึ่งเครื่องบินที่ถูกจี้ลงจอด อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มตาลีบัน กลุ่มตาลีบันได้ล้อมเครื่องบินไว้ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองปากีสถานอีก 2 นายยังอยู่ที่นั่นด้วย ทำให้การแทรกแซงจากภายนอกทำได้ยาก

จนถึงวันที่ 27 ธันวาคม หลังจากการเจรจาภายใน 2 วัน รัฐบาลอินเดียได้ส่งคณะเจรจาจากกระทรวงมหาดไทย ไปเจรจา ทั้งนี้ แรงจูงใจในการจี้เครื่องบินคือเพื่อให้มีการปล่อยตัวนักโทษชาวปากีสถานหลายคนที่ถูกคุมขังในข้อหาก่อการร้ายในเรือนจำของอินเดีย หลังจากการเจรจากันหลายวัน อินเดียตกลงที่จะปล่อยตัวผู้ก่อการร้าย 3 คนเพื่อแลกกับตัวประกัน

วิกฤตการณ์ตัวประกันสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม โดยผู้โดยสารและลูกเรือได้รับการปล่อยตัวหลังจากที่รัฐบาลอินเดียส่งมอบผู้ก่อการร้ายทั้งสามคนให้กับกลุ่มตาลีบัน ผู้ก่อการร้ายและผู้ก่อการร้ายทั้งสามคนได้รับการปล่อยตัวถูกกลุ่มตาลีบันขับไล่ไปยังชายแดนปากีสถาน

แต่นับจากนั้น ขบวนการนี้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายอื่นๆ เช่น การโจมตีรัฐสภาอินเดียในปี 2001 การโจมตีที่เมืองปทานโกฏในปี 2016 และการโจมตีที่เมืองปุลวามาในปี 2019 สำนักงานสอบสวนกลางของอินเดียตั้งข้อกล่าวหาผู้ต้องสงสัย 10 คนในคดีนี้ (ซึ่งไม่ทราบที่อยู่ของผู้ต้องสงสัย 7 คน รวมถึงผู้ก่อการร้ายทั้ง 5 คน) โดยมีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดและถูกจำคุกตลอดชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...