บริษัทข้ามชาติไม่ได้จ้างคนอินเดีย เพราะทักษะภาษา หรือกระทั่งค่าแรง แต่เพราะกฎหมายแรงงานอ่อนแอ ให้ทำ ‘โอที‘ ก็ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
อินเดียเป็นชาติที่ไม่เคยขาดงานจากบริษัทต่างชาติมาช้านาน และหลายคนคงเคยได้ยินการ ‘เอาท์ซอร์ส’ งานบริการสารพัดมายังอินเดีย ตั้งแต่รับสายโทรศัพท์บริการลูกค้า หรือกระทั่งงานในกลุ่ม ‘คอนซัลท์’ สารพัด
เราน่าจะคุ้นชินกับคำอธิบายว่า เพราะอินเดียป็นประเทศที่ค่าแรงถูก และทักษะภาษาอังกฤษระดับสูง เค้าเลยได้งานพวกนี้ แต่ความจริงเป็นสิ่งที่มืดมนกว่านั้นมาก เพราะจริงๆ แล้ว ค่าแรงคนอินเดียนั้นถูกก็จริงถ้าเทียบกับชาติตะวันตก แต่ชาติตะวันตกก็มีตัวเลือกแรงงานข้ามชาติที่ทักษะภาษาดีจากชาติอื่น เช่น ฟิลิปปินส์ แต่ที่บริษัทข้ามชาติเลือกอินเดีย เพราะความต่างหลักของการจ้างงานแรงงานในอินเดียและฟิลิปปินส์คือ การจ้างงานคนอินเดียเป็นพนักงานประจำ ไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องจ่าย ‘ค่าล่วงเวลา’ หรือ ‘เงินโอที’ ขณะที่จ้างคนฟิลิปปินส์ต้องจ่ายไม่ได้ต่างจากจ้างคนชาติตะวันตก
เหตุทั้งหมดเกิดจาก ‘ภาษากฎหมายแรงงาน’ ของคนอินเดียที่คลุมเครือ ซึ่งบทบัญญัติเรื่องการจ่ายค่าล่วงเวลานั่นมาจากกฎหมายโรงงานของปี 1948 ที่บัญญัติชัดเจนว่า ถ้าคนทำงานเกิน 8-9 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ต้องได้เงินค่าจ้างล่วงเวลา แต่ประเด็นคือ ในกฎหมายระบุว่า ‘คนงานโรงงาน’ หรือ ‘คนงาน" เท่านั้นที่อยู่ในกรอบของกฎหมายนี้
นี่เลยทำให้พวกบริษัทข้ามชาติสร้างตำแหน่งใหม่ๆ ที่หลีกเลี่ยงนิยาม ‘คนงาน’ ไม่ว่าจะเป็นพวกชื่อตำแหน่งที่เหมือนเป็นตำแหน่งบริหารทั้งหลาย ไปจนถึงการใช้คำว่า ‘เจ้าหน้าที่’ แทน เพื่อให้การจ้างงานไม่ต้องเป็นไปตามกฏหมายโรงงาน
ผลที่เกิดขึ้นก็คือ พวกบริษัทต่างๆ จะมองว่า กฎหมายโรงงานที่รองรับ ‘ค่าล่วงเวลา’ นั้นบังคับใช้พักพวกพนักงานบริการของบริษัท และทำให้บริษัทใช้งานพนังงานพวกนี้ได้อย่างไม่จำกัดเวลาทำงาน
ถามว่าแล้วคนทำงานเคยลุกขึ้นสู้มั้ย? คำตอบคือ เคย เรื่องขึ้นไปถึงศาลสูง เพียงเพื่อจะให้ศาลสูงฟันธงมาว่า กฎหมายโรงงานของปี 1948 นั้นไม่ครอบคลุมถึงพวกพนักงานบริษัท
คำถามตรงนี้คือ พวกนักการเมืองไม่คิดจะออกกฎหมายใหม่เหรอ? คำตอบมันซับซ้อนอยู่
ตั้งแต่โลกเปิดเสรีเศรษฐกิจภายใต้ลัทธิเสรีนิยมใหม่เต็มที่ในช่วงทศวรรษ 1990 บริษัทข้ามชาติทั่วโลกก็พยายามจะหลบเลี่ยงกฎหมายแรงงาน และอำนาจของสหภาพแรงงานในประเทศตัวเอง ซึ่งแน่นอนงานกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลคือ พวกงานกลุ่ม ‘โรงงานนรก’ ในการผลิตเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้า แต่อีกด้าน การขยายตัวของอินเทอร์เน็ตก็ทำให้งานงานกลุ่มงานบริการที่สามารถทำงานระยะไกลได้นั้นได้รับผลจากกระแสด้วย
นี่ก็เลยทำให้อินเดียกลายเป็นฮับของงานบริการระยะไกลมาตั้งแต่ยุคนั้น และคงไม่ต้องพูดว่า มันดึงรายได้เข้ามาในระบบเศรษฐกิจอินเดียไม่น้อย
ในแง่นี้ อินเดียก็ไม่ได้ต่างจากไทย บริษัทข้ามชาติมาตั้งแผนกบริการลูกค้าที่รับบริการลูกค้าทั่วโลกในอินเดีย มันไม่ได้ต่างจากบริษัทรถญี่ปุ่นมาตั้งโรงงานในไทย ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมันมหาศาลระดับแยกออกจากระบบเศรษฐกิจไม่ได้ ซึ่งทำให้นักการเมืองไม่อยากไปยุ่ง
หรือพูดง่ายก็คือ ถ้าอินเดียทำกฎหมายแรงงานใช้เข็มแข็งทันที แล้วพวกบริษัทข้ามชาติหนีไปหมด เศรษฐกิจอินเดียก็จะเจ็บหนักแน่ และใครเป็นรัฐบาลก็คงไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ดังนั้นการ ‘กดขี่แรงงาน’ ภายใต้ ‘ช่องโหว่ของกฎหมายแรงงาน’ ในอินเดียก็ยังดำเนินต่อไป
ทุกวันนี้ แม้คนทำงานให้บริษัทข้ามชาติในอินเดียจะถือว่า มีหน้าที่การงานดีรายได้สูงกว่าเพื่อนร่วมชาติมากๆ แต่ถ้าเทียบกับคนทำงานเดียวกันในประเทศอื่น คนทำงานอินเดียนอกจากจะได้ค่าแรงน้อยกว่าแล้ว คนอินเดียยังต้องทำงานในชั่วโมงทำงานนานกว่าโดยปราศจากค่าล่วงเวลาใดๆ ซึ่งเรากำลังพูดถึงการทำงานยาวๆ 10-12 ชั่วโมงต่อวันสำหรับพนักงานบริษัท
แต่ที่น่าสนใจคือ นี่เป็นปัญหาที่โลกตะวันตกมอง และสำนักข่าวที่ทำเรื่องนี้ก็คือ DW ซึ่งเป็นสื่อเยอรมนี ถ้าเราอ่านสื่อฝั่งอินเดียเราจะไม่ได้ยิน ‘ปัญหา’ นี้เลยสักนิด ซึ่งนี่เป็นคนละโลกกับจีนที่คนรุ่นใหม่ๆ ลุกขึ้นมาโวยว่าตน ‘ไม่อยากทำงานหนัก’ กันจนเป็นกระแสใหญ่โต
ที่สถานการณ์เป็นแบบนี้จริงๆ คำอธิบายก็ง่ายมาก เพราะในประเทศที่มีโอกาสสร้างรายได้สูงๆ ไม่เยอะอย่างอินเดีย คนที่ทำงานให้บริษัทข้ามชาติ ถึงแม้ว่าจะถูกใช้งานหนักกว่าชาติใดในโลก แต่งานนี้ในอินเดียคือแทบจะเป็น ‘งานที่ดีที่สุด’ แล้ว ดังนั้นคนส่วนใหญ่ก็รู้ว่างานมันหนัก และก็อาจรู้ว่าตัวเองถูกเอาเปรียบด้วยถ้าเทียบกับคนทำงานให้บริษัทเดียวกันที่อื่น แต่ในอินเดียมันไม่มีงานที่ดีกว่านี้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณได้ค่าจ้างมากกว่าคนอื่น 2-3เท่า คุณจะเอาอะไรมาบ่นอีก
หากงจะพูดในทางปฏิบัติ ชนชั้นกลางอินเดียในเมืองใหญ่ๆ นั้นรายได้เฉลี่ยประมาณเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งถ้าทำงานบริษัทข้ามชาติ เงินเดือนก็อาจขึ้นไปถึง 30,000-40,000 บาท นี่อาจเป็นเงินนิดเดียวในมาตรฐานตะวันตก แต่เป็นเงินมหาศาลในอินเดีย และคนที่ทำงานได้เงินเดือนระดับนี้ในอินเดีย ทั่วๆ ไปก็น่าจะไม่กล้ามาบ่นว่า ตัวเองต้องทำงาน 12 ชั่วโมง เพราะนี่คือรายได้ระดับที่คนอินเดียทั่วไปคงไม่กล้าฝันด้วยซ้ำ
ข้อมูลอ้างอิงจาก
India's archaic labor laws allow firms to exploit workers
How much an average lower-middle class Indian earns in 2024