เที่ยวมอลตา 3 วัน ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กสองเกาะ กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีที่ไหนน่าแวะบ้างนะ ?
LSA Thailand
อัพเดต 14 ส.ค. 2567 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2567 เวลา 11.30 น. • Lifestyle Asia Thailandในมุมหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีเกาะขนาดเล็กสองเกาะที่รอคอยการมาเยือนของคุณ เที่ยวมอลตา เกาะแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมอันหลากหลาย กำลังเรียกหาผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยอย่างคุณอยู่
เตรียมตัวให้พร้อมที่จะหลงใหลไปกับเมืองหลวงที่มีเสน่ห์ของ วัลเลตตา ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโก ที่เต็มไปด้วยพระราชวังและโบสถ์อันงดงาม สำรวจถ้ำใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เมือง และดำดิ่งสู่ประวัติศาสตร์อันยาวนานของมอลตาที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม หรือธรรมชาติ มอลตาก็มีสิ่งมหัศจรรย์มากมายรอให้คุณค้นพบ พร้อมหรือยัง ? สำหรับการเดินทางที่น่าจดจำตามรอยแห่งประวัติศาสตร์และความงามไปด้วยกัน
1 /7
Top 5 of Malta
Photo Credit: https://embassyvallettahotel.com/blog/2023/08/22/popeye-village/
1. เมืองเก่า Mdina: หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เมืองแห่งความเงียบ” เป็นเมืองบนยอดเขาในยุคกลางที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ย้อนหลังไปถึง 4,000 ปี เมืองนี้มีทิวทัศน์อันงดงามของหมู่เกาะมอลตา และเป็นจุดยอดนิยมสำหรับการจิบกาแฟและพักผ่อน
2. มหาวิหารร่วมเซนต์จอห์น: ตั้งอยู่ในเมือง Valletta แห่งนี้ เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบบาโรก มีผลงานศิลปะสองชิ้นของศิลปินชื่อดัง Caravaggio เป็นอนุสรณ์สถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญสำหรับการสักการะบูชา
3. หมู่บ้าน Popeye: เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เพลง “Popeye” ในปี 1980 ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิการล่องเรือ ชายหาดสำหรับอาบแดด แทรมโพลีนน้ำ และพิพิธภัณฑ์การ์ตูน
4. Golden Bay: ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมอลตา เป็นหนึ่งในชายฝั่งที่สวยที่สุดบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องหาดทรายและทิวทัศน์ที่งดงาม
5. Valletta: เมืองหลวงของมอลตา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความงาม มีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลายแห่ง ย่านช้อปปิ้ง และ Grand Harbour ซึ่งสามารถสำรวจได้โดยทางเรือ
2 /7
Best Time
Photo Credit: https://www.facebook.com/maltaweathersite
การไปเที่ยวมอลตา เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและมีความหลากหลายตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมจะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและกิจกรรมที่คุณสนใจ
– ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)
- อุณหภูมิ: 9°C ถึง 24°C
- กิจกรรม: ฤดูนี้เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และการเดินป่า เนื่องจากอากาศจะเย็นสบายและมีดอกไม้บานสะพรั่ง นอกจากนี้ยังมีงานเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลอีสเตอร์และเทศกาลสตรอเบอรี่
– ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)
- อุณหภูมิ: 15°C ถึง 31°C
- กิจกรรม: เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด อากาศร้อนและแห้ง เหมาะสำหรับกิจกรรมชายหาด และการดำน้ำในน้ำทะเลที่ใสสะอาด นอกจากนี้ยังมีเทศกาลต่างๆ เช่น Malta International Arts Festival และ Malta Jazz Festival
– ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)
- อุณหภูมิ: 13°C ถึง 23°C
- กิจกรรม: อากาศจะเย็นสบายและมีฝนตกบางครั้ง เหมาะสำหรับการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในเดือนกันยายนซึ่งยังมีอากาศอบอุ่นและนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่น
– ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)
- อุณหภูมิ: 9°C ถึง 16°C
- กิจกรรม: อากาศจะเย็นลงและมีฝนตกบ่อยครั้ง แต่ก็ยังเหมาะสำหรับการสำรวจพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลบาร็อคในวัลเลตตาและงานเฉลิมฉลองคริสต์มาส
โดยสรุป
- เดือนที่แนะนำ: เดือนเมษายนและพฤษภาคมถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการท่องเที่ยว เนื่องจากอากาศดีและไม่แออัดเกินไป
- เดือนที่ไม่แนะนำ: เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่มีฝนตกมากที่สุดและมีลมแรง ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวที่ต้องการกิจกรรมกลางแจ้ง
3 /7
Day 1: สำรวจวัลเลตตา (Valletta)
Photo Credit: https://www.viator.com/Valletta-attractions/Grand-Masters-Palace/overview/d4142-a9857
Valletta เป็นเมืองหลวงของมอลตาและเป็นมรดกโลกของยูเนสโก มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายเช่น:
– Saint John’s Co-Cathedral: โบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมบาโรกที่สวยงามและมีผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง Caravaggio ภายในตกแต่งด้วยทองคำและภาพวาดที่น่าทึ่ง (ค่าเข้าชมประมาณ €15 ยูโร)
– Upper Barracca Gardens: สวนที่มีทิวทัศน์สวยงามของท่าเรือและเมือง มีจุดชมวิวที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ
– National Museum of Archaeology: พิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงวัตถุโบราณจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ของมอลตา (ค่าเข้าชมประมาณ €5 ยูโร)
– Grandmaster’s Palace: พระราชวังที่เคยเป็นที่ตั้งของอัศวินแห่งมอลตา มีห้องต่างๆ ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา (ค่าเข้าชมประมาณ €8 ยูโร) เป็นอาคารที่โดดเด่นในเมือง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่พำนักของ Grand Masters of the Order of St. John ปัจจุบันเป็นที่ทำการของรัฐสภาและสำนักงานของประธานาธิบดีแห่งมอลตา
ไฮไลท์
• ห้อง State: ห้องชุดแห่งนี้ใช้สำหรับงานพิธีและการต้อนรับ และตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะโบราณ
• ห้องอาวุธ: จัดแสดงคอลเลกชันอาวุธและชุดเกราะที่น่าประทับใจ ซึ่งเคยใช้โดยอัศวินแห่งเซนต์จอห์น
• ลานกลาง: อันงดงามแห่งนี้มีน้ำพุและลานระเบียงที่มองเห็นท่าเรือ Grand Harbour
• ห้อง Tapestry: จัดแสดงชุดผ้าทอขนาดใหญ่ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของ Order of St. John
• ห้อง Council: ห้องนี้ใช้สำหรับการประชุมของสภาแห่ง Order of St. John
การเดินทาง
พระราชวัง Grandmaster ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Valletta และสามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยรถโดยสารสาธารณะ จากท่าเรือ Valletta คุณสามารถเดินไปยังพระราชวังได้ในเวลาประมาณ 5 นาที
เคล็ดลับ
• ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมพระราชวัง Grandmaster คือช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเมื่อมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า
• สวมรองเท้าที่สวมใส่สบายเนื่องจากมีการเดินค่อนข้างเยอะในพระราชวัง
• เคารพวัฒนธรรมและประเพณีของมอลตา และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง
• อย่าลืมกล้องของคุณเพื่อบันทึกภาพความงามของพระราชวัง Grandmaster ด้วย
4 /7
Day 2: Mdina และ Rabat
Photo Credit: https://heritagemalta.mt/explore/st-pauls-catacombs/
Mdina เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีบรรยากาศเงียบสงบและสถาปัตยกรรมที่สวยงาม:
– Mdina Old City: หรือที่รู้จักในชื่อ “เมืองแห่งความเงียบ” ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีถนนแคบๆ และอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่ง เหมาะสำหรับการเดินเล่นและสำรวจวัฒนธรรม เป็นเมืองบนยอดเขาในยุคกลางที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนหลังไปได้ถึง 4,000 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของมอลตา Mdina มีทิวทัศน์อันงดงามของหมู่เกาะมอลตา และเป็นจุดยอดนิยมสำหรับการจิบกาแฟและพักผ่อน
ไฮไลท์
•ประตูเมือง: เป็นทางเข้าหลักสู่เมืองเก่าแห่งนี้ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 และมีสะพานชักที่ยังใช้งานได้อยู่
• มหาวิหารเซนต์พอล: สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 และเป็นที่ตั้งของผลงานศิลปะอันล้ำค่าหลายชิ้น รวมถึงภาพวาดโดย Mattia Preti
• พิพิธภัณฑ์ Mdina Experience: เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ Mdina ผ่านการจัดแสดงแบบมัลติมีเดีย
• พระราชวัง Falson: สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 และปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะโบราณ
• Bastion Square: จัตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่ที่จุดสูงสุดของ Mdina และมีทิวทัศน์อันงดงามของเกาะ
การเดินทาง
Mdina เชื่อมต่อโดยรถโดยสารสาธารณะกับเมืองและเมืองอื่นๆ ในมอลตา จาก Valletta คุณสามารถขึ้นรถโดยสารสาย 80 หรือ 81 ไปยัง Mdina ได้
– Rabat: เมืองใกล้เคียงที่มีสถานที่สำคัญ เช่น สุสานใต้ดินเซนต์พอล (St. Paul’s Catacombs) เป็นสุสานใต้ดินที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างมาก สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 3 และ 4 และใช้เป็นสถานที่ฝังศพของชาวคริสเตียนยุคแรก
ไฮไลท์
• สุสานใต้ดิน: ประกอบด้วยห้องใต้ดินและทางเดินหลายห้อง ซึ่งมีหลุมฝังศพและซุ้มฝังศพที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง
• ภาพวาดฝาผนัง: มีภาพวาดฝาผนังจำนวนมาก ซึ่งแสดงถึงฉากในพระคัมภีร์และชีวิตของนักบุญ
• หลุมฝังศพของเซนต์อากาธา: นักบุญอุปถัมภ์ของมอลตา
•พิพิธภัณฑ์: จัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดพบจากสุสานใต้ดิน รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาและโคมไฟน้ำมัน
– Dingli Cliffs: จุดชมวิวที่สูงที่สุดในมอลตา มีทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลและชายฝั่ง
5 /7
Day 3: Southern Malta และ Marxaslokk
Photo Credit: https://www.barcelo.com/guia-turismo/en/malta/malta/things-to-do/marxaxlokk/
Marxaslokk เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีชื่อเสียง:
– Marxaslokk Fishing Village: หมู่บ้านที่มีท่าเรือสวยงามและเรือประมงที่มีสีสันสดใส เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายรูป ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมอลตา เป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์ มีสีสัน ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องท่าเรือที่สวยงามและเรือประมงแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า luzzus
ไฮไลท์
• ท่าเรือ: ท่าเรือ Marsaxlokk เป็นหัวใจสำคัญของหมู่บ้าน และเป็นที่ตั้งของเรือ luzzu หลากสีสันที่จอดเรียงรายอยู่ริมฝั่ง
• ตลาดปลา: ตลาดปลาในวันอาทิตย์เป็นตลาดท้องถิ่นยอดนิยมที่จัดขึ้นที่ท่าเรือ Marsaxlokk ที่ซึ่งคุณสามารถซื้อปลาสดและอาหารทะเลอื่นๆ ได้
• โบสถ์ Our Lady of Pompei: โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมท่าเรือ มีโดมสีสันสดใสที่โดดเด่น
•ป้อมเซนต์ลูเซียน: ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เพื่อปกป้องท่าเรือ Marsaxlokk ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์
• ร้านอาหารริมน้ำ: มีร้านอาหารริมน้ำมากมายใน Marsaxlokk ซึ่งให้บริการอาหารทะเลสดและอาหารมอลตาแบบดั้งเดิม
การเดินทาง
หมู่บ้านชาวประมง Marsaxlokk ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมอลตา สามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยรถโดยสารสาธารณะ จาก Valletta คุณสามารถขึ้นรถโดยสารสาย 81 ไปยัง Marsaxlokk ได้
– St Peter’s Pool: สระว่ายน้ำธรรมชาติที่มีน้ำใสและเหมาะสำหรับการว่ายน้ำและพักผ่อน
– Blue Grotto: ถ้ำทะเลที่มีชื่อเสียง สามารถนั่งเรือไปชมความงามของถ้ำและน้ำทะเลที่ใสสะอาด (ค่าเข้าชมเรือประมาณ €8)
6 /7
Unseen
Photo Credit: https://heritagemalta.mt/explore/hal-saflieni-hypogeum/
มอลตา เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีเสน่ห์ แต่ก็ยังมีสถานที่ลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักอยู่มากมาย นี่คือ 5 สถานที่ท่องเที่ยวลับในมอลตาที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน:
1. Fomm ir-Riħ
Fomm ir-Riħ เป็นชายหาดที่ซ่อนตัวอยู่ในภูเขา มีน้ำทะเลใสและมีทิวทัศน์ที่สวยงาม รอบๆ เป็นหน้าผาที่สูงชัน การเข้าถึงชายหาดนี้ค่อนข้างยาก ต้องเดินลงไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวประมาณ 20 นาที แต่ความสวยงามของชายหาดและน้ำทะเลที่ใสจะทำให้คุณรู้สึกคุ้มค่า
2. Tal-Mixta Cave
Tal-Mixta Cave ตั้งอยู่ในเกาะโกโซ (Gozo) เป็นถ้ำที่มีวิวสวยงามมองเห็น Ramla Bay หนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดของมอลตา ภายในถ้ำมีบรรยากาศที่เงียบสงบและเหมาะสำหรับการพักผ่อนและถ่ายรูป
3. The Church of St Paul the Hermit
โบสถ์นี้ตั้งอยู่ในถ้ำธรรมชาติในเมือง Mosta สร้างขึ้นในปี 1656 และเป็นสถานที่ที่มีความสงบและมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ การเดินทางไปยังโบสถ์นี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบและธรรมชาติที่สวยงาม
4. Buskett Gardens
Buskett Gardens เป็นสวนที่มีต้นไม้เขียวขจีและเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่ใหญ่ที่สุดในมอลตา สวนนี้ถูกปลูกโดยอัศวินแห่งมอลตาในอดีต เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
5. Hal Saflieni Hypogeum
Hal Saflieni Hypogeum เป็นระบบหลุมฝังศพใต้ดินที่มีอายุกว่า 6,000 ปี ตั้งอยู่ใกล้กับวัลเลตตา เป็นมรดกโลกของยูเนสโก และมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมเพียง 300 คนต่อวัน ทำให้เป็นสถานที่ที่เงียบสงบและน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจประวัติศาสตร์ของมอลตา
การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับมอลตาในมุมมองที่แตกต่าง และหลีกหนีจากความแออัดของนักท่องเที่ยวในสถานที่ยอดนิยม
7 /7
Did You Know ?
Photo Credit: https://axhotelsmalta.com/discover-activities-in-malta/events/best-spots-fireworks/
มอลตา เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ พร้อมกับข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งหลายประการ นี่คือ 10 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับมอลตา:
1. มอลตาไม่ใช่เกาะเดียว
มอลตาเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะที่มีทั้งหมด 7 เกาะ แต่มีเพียง 3 เกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่ ได้แก่ มอลตา (เกาะหลัก), โกโซ (Gozo) และคอมิโน (Comino)
2. ชื่อ “มอลตา” มาจากคำว่า “น้ำผึ้ง”
ชื่อ“มอลตา” เชื่อว่ามาจากคำในภาษากรีก “meli” ซึ่งแปลว่าน้ำผึ้ง เนื่องจากชาวกรีกโบราณมองว่ามอลตาเป็นที่ที่หวานเหมือนน้ำผึ้ง เนื่องจากมีการผลิตน้ำผึ้งเป็นจำนวนมาก
3. มอลตาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแสงแดดมากที่สุดในยุโรป
มอลตา มีแดดเฉลี่ยประมาณ 3,000 ชั่วโมงในแต่ละปี ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน
4. มีโบสถ์มากกว่า 300 แห่งในมอลตา
มอลตา เป็นประเทศที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แข็งแกร่ง มีโบสถ์มากถึง 359 แห่ง ซึ่งเกือบจะเท่ากับจำนวนวันในหนึ่งปี
5. ประชากรนักท่องเที่ยวมากกว่าประชากรท้องถิ่น
มอลตาต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งทำให้จำนวนผู้เยี่ยมชมมากกว่าประชากรท้องถิ่นถึงสามเท่า
6. มอลตาเป็นที่รู้จักในเรื่องการผลิตดอกไม้ไฟ
มอลตามีโรงงานผลิตดอกไม้ไฟถึง 35 แห่ง และการเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ มักจะมีการจุดดอกไม้ไฟเกือบทุกวันในช่วงฤดูร้อน
7. ภาษาที่พูดในมอลตา
ชาวมอลตาส่วนใหญ่พูดได้ถึง 3 ภาษา ได้แก่มอลตา (ซึ่งมีรากฐานจากภาษาเซมิติก) อังกฤษ และอิตาลี
8. มอลตาเป็นประเทศที่ไม่มีแม่น้ำ
มอลตา ไม่มีแม่น้ำหรือทะเลสาบ แต่มีภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและทุ่งนาที่มีการจัดการอย่างดี
9. การขับรถในมอลตา
มอลตามีรถยนต์มากกว่า 400,000 คัน ซึ่งหมายความว่ามีรถยนต์ประมาณ 8 คันต่อประชากร 10 คน การจราจรจึงมักจะหนาแน่นและทำให้การเดินทางใช้เวลานาน
10. มอลตาเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับ LGBTQ+
แม้ว่ามอลตาจะมีข้อห้ามเรื่องการทำแท้ง แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นมิตรกับ LGBTQ+ ที่สุดในยุโรป
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia Main, Hero and Featured images: www.aquarium.com.mt/the-aquarium/maltese-history/blue-grotto/ www.metoffice.gov.uk/weather/travel/holiday-weather/europe/malta Reference: www.traveltriangle.com/blog/places-to-visit-in-malta/ www.axhotelsmalta.com/discover-activities-in-malta/attractions/top-10-places-of-interest/ www.erikastravels.com/3-days-in-malta-itinerary/ www.visitmalta.com/it/blog/epic-3-day-malta-itinerary-blog/ The information in this article is accurate as of the date of publication.