โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

เที่ยวมอลตา 3 วัน ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กสองเกาะ กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีที่ไหนน่าแวะบ้างนะ ?

LSA Thailand

อัพเดต 14 ส.ค. 2567 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2567 เวลา 11.30 น. • Lifestyle Asia Thailand
เที่ยวมอลตา

ในมุมหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีเกาะขนาดเล็กสองเกาะที่รอคอยการมาเยือนของคุณ เที่ยวมอลตา เกาะแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมอันหลากหลาย กำลังเรียกหาผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยอย่างคุณอยู่

เตรียมตัวให้พร้อมที่จะหลงใหลไปกับเมืองหลวงที่มีเสน่ห์ของ วัลเลตตา ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโก ที่เต็มไปด้วยพระราชวังและโบสถ์อันงดงาม สำรวจถ้ำใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เมือง และดำดิ่งสู่ประวัติศาสตร์อันยาวนานของมอลตาที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม หรือธรรมชาติ มอลตาก็มีสิ่งมหัศจรรย์มากมายรอให้คุณค้นพบ พร้อมหรือยัง ? สำหรับการเดินทางที่น่าจดจำตามรอยแห่งประวัติศาสตร์และความงามไปด้วยกัน

1 /7

Top 5 of Malta

Photo Credit: https://embassyvallettahotel.com/blog/2023/08/22/popeye-village/

1. เมืองเก่า Mdina: หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เมืองแห่งความเงียบ” เป็นเมืองบนยอดเขาในยุคกลางที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ย้อนหลังไปถึง 4,000 ปี เมืองนี้มีทิวทัศน์อันงดงามของหมู่เกาะมอลตา และเป็นจุดยอดนิยมสำหรับการจิบกาแฟและพักผ่อน

2. มหาวิหารร่วมเซนต์จอห์น: ตั้งอยู่ในเมือง Valletta แห่งนี้ เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบบาโรก มีผลงานศิลปะสองชิ้นของศิลปินชื่อดัง Caravaggio เป็นอนุสรณ์สถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญสำหรับการสักการะบูชา

3. หมู่บ้าน Popeye: เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เพลง “Popeye” ในปี 1980 ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิการล่องเรือ ชายหาดสำหรับอาบแดด แทรมโพลีนน้ำ และพิพิธภัณฑ์การ์ตูน

4. Golden Bay: ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมอลตา เป็นหนึ่งในชายฝั่งที่สวยที่สุดบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องหาดทรายและทิวทัศน์ที่งดงาม

5. Valletta: เมืองหลวงของมอลตา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความงาม มีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลายแห่ง ย่านช้อปปิ้ง และ Grand Harbour ซึ่งสามารถสำรวจได้โดยทางเรือ

2 /7

Best Time

Photo Credit: https://www.facebook.com/maltaweathersite

การไปเที่ยวมอลตา เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและมีความหลากหลายตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมจะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและกิจกรรมที่คุณสนใจ

– ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)

  • อุณหภูมิ: 9°C ถึง 24°C
  • กิจกรรม: ฤดูนี้เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และการเดินป่า เนื่องจากอากาศจะเย็นสบายและมีดอกไม้บานสะพรั่ง นอกจากนี้ยังมีงานเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลอีสเตอร์และเทศกาลสตรอเบอรี่

– ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)

  • อุณหภูมิ: 15°C ถึง 31°C
  • กิจกรรม: เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด อากาศร้อนและแห้ง เหมาะสำหรับกิจกรรมชายหาด และการดำน้ำในน้ำทะเลที่ใสสะอาด นอกจากนี้ยังมีเทศกาลต่างๆ เช่น Malta International Arts Festival และ Malta Jazz Festival

– ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)

  • อุณหภูมิ: 13°C ถึง 23°C
  • กิจกรรม: อากาศจะเย็นสบายและมีฝนตกบางครั้ง เหมาะสำหรับการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในเดือนกันยายนซึ่งยังมีอากาศอบอุ่นและนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่น

– ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

  • อุณหภูมิ: 9°C ถึง 16°C
  • กิจกรรม: อากาศจะเย็นลงและมีฝนตกบ่อยครั้ง แต่ก็ยังเหมาะสำหรับการสำรวจพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลบาร็อคในวัลเลตตาและงานเฉลิมฉลองคริสต์มาส

โดยสรุป

  • เดือนที่แนะนำ: เดือนเมษายนและพฤษภาคมถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการท่องเที่ยว เนื่องจากอากาศดีและไม่แออัดเกินไป
  • เดือนที่ไม่แนะนำ: เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่มีฝนตกมากที่สุดและมีลมแรง ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวที่ต้องการกิจกรรมกลางแจ้ง

3 /7

Day 1: สำรวจวัลเลตตา (Valletta)

Photo Credit: https://www.viator.com/Valletta-attractions/Grand-Masters-Palace/overview/d4142-a9857

Valletta เป็นเมืองหลวงของมอลตาและเป็นมรดกโลกของยูเนสโก มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายเช่น:

Saint John’s Co-Cathedral: โบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมบาโรกที่สวยงามและมีผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง Caravaggio ภายในตกแต่งด้วยทองคำและภาพวาดที่น่าทึ่ง (ค่าเข้าชมประมาณ €15 ยูโร)

Upper Barracca Gardens: สวนที่มีทิวทัศน์สวยงามของท่าเรือและเมือง มีจุดชมวิวที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ

National Museum of Archaeology: พิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงวัตถุโบราณจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ของมอลตา (ค่าเข้าชมประมาณ €5 ยูโร)

Grandmaster’s Palace: พระราชวังที่เคยเป็นที่ตั้งของอัศวินแห่งมอลตา มีห้องต่างๆ ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา (ค่าเข้าชมประมาณ €8 ยูโร) เป็นอาคารที่โดดเด่นในเมือง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่พำนักของ Grand Masters of the Order of St. John ปัจจุบันเป็นที่ทำการของรัฐสภาและสำนักงานของประธานาธิบดีแห่งมอลตา

ไฮไลท์

ห้อง State: ห้องชุดแห่งนี้ใช้สำหรับงานพิธีและการต้อนรับ และตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะโบราณ
ห้องอาวุธ: จัดแสดงคอลเลกชันอาวุธและชุดเกราะที่น่าประทับใจ ซึ่งเคยใช้โดยอัศวินแห่งเซนต์จอห์น
ลานกลาง: อันงดงามแห่งนี้มีน้ำพุและลานระเบียงที่มองเห็นท่าเรือ Grand Harbour
ห้อง Tapestry: จัดแสดงชุดผ้าทอขนาดใหญ่ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของ Order of St. John
ห้อง Council: ห้องนี้ใช้สำหรับการประชุมของสภาแห่ง Order of St. John

การเดินทาง

พระราชวัง Grandmaster ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Valletta และสามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยรถโดยสารสาธารณะ จากท่าเรือ Valletta คุณสามารถเดินไปยังพระราชวังได้ในเวลาประมาณ 5 นาที

เคล็ดลับ

• ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมพระราชวัง Grandmaster คือช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเมื่อมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า
• สวมรองเท้าที่สวมใส่สบายเนื่องจากมีการเดินค่อนข้างเยอะในพระราชวัง
• เคารพวัฒนธรรมและประเพณีของมอลตา และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง
• อย่าลืมกล้องของคุณเพื่อบันทึกภาพความงามของพระราชวัง Grandmaster ด้วย

4 /7

Day 2: Mdina และ Rabat

Photo Credit: https://heritagemalta.mt/explore/st-pauls-catacombs/

Mdina เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีบรรยากาศเงียบสงบและสถาปัตยกรรมที่สวยงาม:

Mdina Old City: หรือที่รู้จักในชื่อ “เมืองแห่งความเงียบ” ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีถนนแคบๆ และอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่ง เหมาะสำหรับการเดินเล่นและสำรวจวัฒนธรรม เป็นเมืองบนยอดเขาในยุคกลางที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนหลังไปได้ถึง 4,000 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของมอลตา Mdina มีทิวทัศน์อันงดงามของหมู่เกาะมอลตา และเป็นจุดยอดนิยมสำหรับการจิบกาแฟและพักผ่อน

ไฮไลท์

ประตูเมือง: เป็นทางเข้าหลักสู่เมืองเก่าแห่งนี้ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 และมีสะพานชักที่ยังใช้งานได้อยู่
มหาวิหารเซนต์พอล: สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 และเป็นที่ตั้งของผลงานศิลปะอันล้ำค่าหลายชิ้น รวมถึงภาพวาดโดย Mattia Preti
พิพิธภัณฑ์ Mdina Experience: เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ Mdina ผ่านการจัดแสดงแบบมัลติมีเดีย
พระราชวัง Falson: สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 และปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะโบราณ
Bastion Square: จัตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่ที่จุดสูงสุดของ Mdina และมีทิวทัศน์อันงดงามของเกาะ

การเดินทาง

Mdina เชื่อมต่อโดยรถโดยสารสาธารณะกับเมืองและเมืองอื่นๆ ในมอลตา จาก Valletta คุณสามารถขึ้นรถโดยสารสาย 80 หรือ 81 ไปยัง Mdina ได้

Rabat: เมืองใกล้เคียงที่มีสถานที่สำคัญ เช่น สุสานใต้ดินเซนต์พอล (St. Paul’s Catacombs) เป็นสุสานใต้ดินที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างมาก สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 3 และ 4 และใช้เป็นสถานที่ฝังศพของชาวคริสเตียนยุคแรก

ไฮไลท์

สุสานใต้ดิน: ประกอบด้วยห้องใต้ดินและทางเดินหลายห้อง ซึ่งมีหลุมฝังศพและซุ้มฝังศพที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง
ภาพวาดฝาผนัง: มีภาพวาดฝาผนังจำนวนมาก ซึ่งแสดงถึงฉากในพระคัมภีร์และชีวิตของนักบุญ
หลุมฝังศพของเซนต์อากาธา: นักบุญอุปถัมภ์ของมอลตา
พิพิธภัณฑ์: จัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดพบจากสุสานใต้ดิน รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาและโคมไฟน้ำมัน

Dingli Cliffs: จุดชมวิวที่สูงที่สุดในมอลตา มีทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลและชายฝั่ง

5 /7

Day 3: Southern Malta และ Marxaslokk

Photo Credit: https://www.barcelo.com/guia-turismo/en/malta/malta/things-to-do/marxaxlokk/

Marxaslokk เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีชื่อเสียง:

Marxaslokk Fishing Village: หมู่บ้านที่มีท่าเรือสวยงามและเรือประมงที่มีสีสันสดใส เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายรูป ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมอลตา เป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์ มีสีสัน ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องท่าเรือที่สวยงามและเรือประมงแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า luzzus

ไฮไลท์

ท่าเรือ: ท่าเรือ Marsaxlokk เป็นหัวใจสำคัญของหมู่บ้าน และเป็นที่ตั้งของเรือ luzzu หลากสีสันที่จอดเรียงรายอยู่ริมฝั่ง
ตลาดปลา: ตลาดปลาในวันอาทิตย์เป็นตลาดท้องถิ่นยอดนิยมที่จัดขึ้นที่ท่าเรือ Marsaxlokk ที่ซึ่งคุณสามารถซื้อปลาสดและอาหารทะเลอื่นๆ ได้
โบสถ์ Our Lady of Pompei: โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมท่าเรือ มีโดมสีสันสดใสที่โดดเด่น
ป้อมเซนต์ลูเซียน: ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เพื่อปกป้องท่าเรือ Marsaxlokk ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์
ร้านอาหารริมน้ำ: มีร้านอาหารริมน้ำมากมายใน Marsaxlokk ซึ่งให้บริการอาหารทะเลสดและอาหารมอลตาแบบดั้งเดิม

การเดินทาง

หมู่บ้านชาวประมง Marsaxlokk ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมอลตา สามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยรถโดยสารสาธารณะ จาก Valletta คุณสามารถขึ้นรถโดยสารสาย 81 ไปยัง Marsaxlokk ได้

St Peter’s Pool: สระว่ายน้ำธรรมชาติที่มีน้ำใสและเหมาะสำหรับการว่ายน้ำและพักผ่อน

Blue Grotto: ถ้ำทะเลที่มีชื่อเสียง สามารถนั่งเรือไปชมความงามของถ้ำและน้ำทะเลที่ใสสะอาด (ค่าเข้าชมเรือประมาณ €8)

6 /7

Unseen

Photo Credit: https://heritagemalta.mt/explore/hal-saflieni-hypogeum/

มอลตา เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีเสน่ห์ แต่ก็ยังมีสถานที่ลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักอยู่มากมาย นี่คือ 5 สถานที่ท่องเที่ยวลับในมอลตาที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน:

1. Fomm ir-Riħ

Fomm ir-Riħ เป็นชายหาดที่ซ่อนตัวอยู่ในภูเขา มีน้ำทะเลใสและมีทิวทัศน์ที่สวยงาม รอบๆ เป็นหน้าผาที่สูงชัน การเข้าถึงชายหาดนี้ค่อนข้างยาก ต้องเดินลงไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวประมาณ 20 นาที แต่ความสวยงามของชายหาดและน้ำทะเลที่ใสจะทำให้คุณรู้สึกคุ้มค่า

2. Tal-Mixta Cave

Tal-Mixta Cave ตั้งอยู่ในเกาะโกโซ (Gozo) เป็นถ้ำที่มีวิวสวยงามมองเห็น Ramla Bay หนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดของมอลตา ภายในถ้ำมีบรรยากาศที่เงียบสงบและเหมาะสำหรับการพักผ่อนและถ่ายรูป

3. The Church of St Paul the Hermit

โบสถ์นี้ตั้งอยู่ในถ้ำธรรมชาติในเมือง Mosta สร้างขึ้นในปี 1656 และเป็นสถานที่ที่มีความสงบและมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ การเดินทางไปยังโบสถ์นี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบและธรรมชาติที่สวยงาม

4. Buskett Gardens

Buskett Gardens เป็นสวนที่มีต้นไม้เขียวขจีและเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่ใหญ่ที่สุดในมอลตา สวนนี้ถูกปลูกโดยอัศวินแห่งมอลตาในอดีต เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

5. Hal Saflieni Hypogeum

Hal Saflieni Hypogeum เป็นระบบหลุมฝังศพใต้ดินที่มีอายุกว่า 6,000 ปี ตั้งอยู่ใกล้กับวัลเลตตา เป็นมรดกโลกของยูเนสโก และมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมเพียง 300 คนต่อวัน ทำให้เป็นสถานที่ที่เงียบสงบและน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจประวัติศาสตร์ของมอลตา

การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับมอลตาในมุมมองที่แตกต่าง และหลีกหนีจากความแออัดของนักท่องเที่ยวในสถานที่ยอดนิยม

7 /7

Did You Know ?

Photo Credit: https://axhotelsmalta.com/discover-activities-in-malta/events/best-spots-fireworks/

มอลตา เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ พร้อมกับข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งหลายประการ นี่คือ 10 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับมอลตา:

1. มอลตาไม่ใช่เกาะเดียว

มอลตาเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะที่มีทั้งหมด 7 เกาะ แต่มีเพียง 3 เกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่ ได้แก่ มอลตา (เกาะหลัก), โกโซ (Gozo) และคอมิโน (Comino)

2. ชื่อ “มอลตา” มาจากคำว่า “น้ำผึ้ง”

ชื่อ“มอลตา” เชื่อว่ามาจากคำในภาษากรีก “meli” ซึ่งแปลว่าน้ำผึ้ง เนื่องจากชาวกรีกโบราณมองว่ามอลตาเป็นที่ที่หวานเหมือนน้ำผึ้ง เนื่องจากมีการผลิตน้ำผึ้งเป็นจำนวนมาก

3. มอลตาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแสงแดดมากที่สุดในยุโรป

มอลตา มีแดดเฉลี่ยประมาณ 3,000 ชั่วโมงในแต่ละปี ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน

4. มีโบสถ์มากกว่า 300 แห่งในมอลตา

มอลตา เป็นประเทศที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แข็งแกร่ง มีโบสถ์มากถึง 359 แห่ง ซึ่งเกือบจะเท่ากับจำนวนวันในหนึ่งปี

5. ประชากรนักท่องเที่ยวมากกว่าประชากรท้องถิ่น

มอลตาต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งทำให้จำนวนผู้เยี่ยมชมมากกว่าประชากรท้องถิ่นถึงสามเท่า

6. มอลตาเป็นที่รู้จักในเรื่องการผลิตดอกไม้ไฟ

มอลตามีโรงงานผลิตดอกไม้ไฟถึง 35 แห่ง และการเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ มักจะมีการจุดดอกไม้ไฟเกือบทุกวันในช่วงฤดูร้อน

7. ภาษาที่พูดในมอลตา

ชาวมอลตาส่วนใหญ่พูดได้ถึง 3 ภาษา ได้แก่มอลตา (ซึ่งมีรากฐานจากภาษาเซมิติก) อังกฤษ และอิตาลี

8. มอลตาเป็นประเทศที่ไม่มีแม่น้ำ

มอลตา ไม่มีแม่น้ำหรือทะเลสาบ แต่มีภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและทุ่งนาที่มีการจัดการอย่างดี

9. การขับรถในมอลตา

มอลตามีรถยนต์มากกว่า 400,000 คัน ซึ่งหมายความว่ามีรถยนต์ประมาณ 8 คันต่อประชากร 10 คน การจราจรจึงมักจะหนาแน่นและทำให้การเดินทางใช้เวลานาน

10. มอลตาเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับ LGBTQ+

แม้ว่ามอลตาจะมีข้อห้ามเรื่องการทำแท้ง แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นมิตรกับ LGBTQ+ ที่สุดในยุโรป

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia Main, Hero and Featured images: www.aquarium.com.mt/the-aquarium/maltese-history/blue-grotto/ www.metoffice.gov.uk/weather/travel/holiday-weather/europe/malta Reference: www.traveltriangle.com/blog/places-to-visit-in-malta/ www.axhotelsmalta.com/discover-activities-in-malta/attractions/top-10-places-of-interest/ www.erikastravels.com/3-days-in-malta-itinerary/ www.visitmalta.com/it/blog/epic-3-day-malta-itinerary-blog/ The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...