โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แม่ค้าผลไม้โอด! องุ่นไชน์มัสแคทขายไม่ออก หลังมีข่าวตรวจพบสารพิษตกค้าง ลูกค้าหายเกลี้ยง ต้องลดราคาขายลงกว่า 70%

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 26 ต.ค. 2567 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2567 เวลา 09.55 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

จากกรณีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายต้านสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2567 พบสารพิษตกค้างสูงถึง 74% ในองุ่นไชน์มัสแคท ซึ่งจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผลการตรวจดังกล่าวสร้างความตกตะลึงในหมู่ผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้คนทั่วประเทศเกิดความวิตกกังวลต่อความปลอดภัยในการบริโภคผลไม้ชนิดนี้ และหลีกเลี่ยงการซื้อองุ่นไชน์มัสแคททันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สะพรึง! สุ่มตรวจองุ่นไชน์มัสแคท พบสารพิษตกค้าง 50 ชนิด และพบตกค้างเกินค่ามาตรฐานมากถึงร้อยละ 95.8 %

สุ่มตรวจ “ไชน์มัสแคท” พบสารพิษตกค้าง-สารอันตราย

ยอดขายตก หลังพบสารเคมีในองุ่นไซน์มัสแคท

(26 ต.ค. 67) ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจแผงขายผลไม้ในตลาดเทิดไท อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผักและผลไม้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าบรรยากาศในโซนจำหน่ายผลไม้นำเข้าที่เคยคึกคักกลับเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแผงจำหน่ายองุ่นไชน์มัสแคทที่ได้รับผลกระทบจากข่าวสารเคมีตกค้างอย่างรุนแรง หลายร้านพยายามดึงดูดลูกค้าด้วยการลดราคากระหน่ำจากราคาปกติถึง 70% โดยจากราคากิโลกรัมละ 250 บาท ลดเหลือเพียง 80 – 100 บาท แต่ถึงกระนั้น ผู้บริโภคยังคงไม่กล้าเสี่ยงซื้อ

นางถาวร อายุ 58 ปี ผู้ค้าองุ่นไชน์มัสแคทในตลาดเทิดไท เปิดเผยด้วยความกังวลว่า ตั้งแต่ข่าวการตรวจพบสารพิษในองุ่นไชน์มัสแคทแพร่กระจายไปตามสื่อต่างๆ ทำให้ร้านของตนได้รับผลกระทบอย่างหนัก สินค้าที่เคยขายได้ดีต้องเหลือค้างสต๊อกจนเกิดความเสียหาย องุ่นไชน์มัสแคทที่นำมาขายเน่าเสียไปแล้วกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือก็ต้องเร่งระบายด้วยการลดราคาขายขาดทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ลูกค้าก็ยังคงไม่มั่นใจ กลัวเรื่องความปลอดภัย จนทำให้ยอดขายตกต่ำและขาดทุนสะสมต่อเนื่อง

นางถาวรฯ ยังกล่าวต่อไปว่า แม่ค้าผลไม้หลายรายรู้สึกเสียใจและเครียดอย่างมาก เพราะไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ด้วยตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วผู้ค้าในตลาดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสารพิษตกค้างในผลไม้แต่อย่างใด โดยปกติการนำเข้าองุ่นไชน์มัสแคทจะผ่านขั้นตอนการนำเข้าตามกฎหมายจากประเทศจีนและญี่ปุ่น ทว่าขั้นตอนการตรวจสอบความปลอดภัยกลับไม่ชัดเจน โดยไม่มีการตรวจสารตกค้างก่อนเข้ามาจำหน่ายในตลาด ทำให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"ที่จริงแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าตั้งแต่ก่อนนำเข้ามาขายที่ประเทศไทย อย่างน้อยควรมีใบรับรองที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำเข้าและลูกค้า แต่อย่างทุกวันนี้ กลับกลายเป็นว่าผู้ค้าตามตลาดทั่วประเทศต้องเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งที่เราไม่สามารถควบคุมเรื่องคุณภาพของสินค้าจากต้นทางได้เลย" นางถาวรระบายความรู้สึก พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือและดูแลอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ผู้ค้าในตลาดเทิดไทหลายรายได้แสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า หากสถานการณ์นี้ยังไม่ดีขึ้น พวกเขาอาจต้องหยุดการจำหน่ายองุ่นไชน์มัสแคทชั่วคราว หรืออาจไม่สั่งเข้ามาจำหน่ายอีกเลย เนื่องจากต้องแบกรับความเสี่ยงต่อยอดขายและขาดทุนหนักกว่าที่เคยเป็นมา ทั้งยังต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าเน่าเสียที่ยิ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย จึงหวังให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องสารเคมีเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง และช่วยกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคอีกครั้ง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...