โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Aeon Mall เปิดห้างใหม่ในเว้ มุ่งปั้นเวียดนามเป็นตลาดใหญ่ รองจากญี่ปุ่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 16.58 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2567 เวลา 09.58 น.

Aeon Mall ของญี่ปุ่น เปิดศูนย์การค้าใหม่ใน เว้ พร้อมมุ่งมั่นดัน เวียดนาม เป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น

วันที่ 25 กันยายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า อิออน (Aeon) บริษัทค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่น ได้เปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ในเมืองเว้ ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในภาคกลางของเวียดนาม

Aeon Mall Hue ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ (21 ก.ย.) ดึงดูดครอบครัวจำนวนมากในวันถัดมา โดยภายในมีร้านค้าชื่อดังมากมาย รวมถึง Muji และ Phuc Long ซึ่งเปิดสาขาแรกในเมืองเว้ และซูเปอร์มาร์เก็ตของ Aeon ก็คึกคักเป็นอย่างมาก โดยลูกค้าต่างแห่มาซื้อซูชิและอาหารทะเล

นายยาสึยูกิ ฟุรุซาวา ผู้บริหารของ Aeon กล่าวว่า บริษัทกำลังพยายามดำเนินการให้เวียดนามเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น โดยศูนย์การค้าแห่งใหม่นี้มีร้านค้าประมาณ 140 ร้านและมีพื้นที่ให้เช่า 51,000 ตารางเมตร การพัฒนานี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเว้ ซึ่งรวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ ๆ ด้วย

รายงานระบุว่า เวียดนาม มีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจในต่างประเทศของ Aeon ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้างศูนย์การค้า โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา Aeon ได้เปิดศูนย์การค้า 6 แห่งในภาคเหนือและภาคใต้ของเวียดนาม แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ Aeon ขยายกิจการเข้าสู่ภาคกลาง

เว้ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงฮานอยทางภาคเหนือ และนครโฮจิมินห์ซิตีทางภาคใต้ นับว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงสำหรับ Aeon ในการขยายสาขาให้ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเวียดนาม โดยในปัจจุบัน สินค้าถูกส่งมายังภาคกลางนี้มาจากคลังสินค้าและบริษัทผู้เช่า แต่ศูนย์การค้า Aeon Mall แห่งใหม่ในเว้อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโลจิสติกส์ของบริษัทในอนาคต

นายเคย์จิ โอโนะ ประธานบริษัท Aeon Mall กล่าวว่า ธุรกิจในเวียดนามได้เข้าสู่ยุคใหม่แล้ว โดย Aeon มีแผนที่จะขยายกิจการไปยังเมืองอื่น ๆ ในภาคกลาง เช่น เกิ่นเทอ และทัญฮว้า โดยมีเป้าหมายขยายเครือข่ายร้านค้าเป็นสองเท่า นอกจากนี้ Aeon ยังมีแผนจะเปิดตัวซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

เป็นที่คาดการณ์ว่า ในปี 2567 ตลาดค้าปลีกเวียดนาม ซึ่งมีประชากรเกือบ 100 ล้านคน จะเติบโตสู่ระดับ 5,000 ล้านล้านดอง (2.03 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยตลาดแห่งนี้เติบโตปีละมากกว่า 10% ตั้งแต่ช่วงปี 2553-2563 ซึ่งกระตุ้นให้บรรดาผู้ค้าปลีกรายต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ หันมาเปิดศูนย์การค้าในเมืองใหญ่ ๆ ของเวียดนามมากขึ้น

ด้านวินคอม รีเทล (Vincom Retail) ผู้นำด้านศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในประเทศ ได้บริหารศูนย์การค้ากว่ามากกว่า 80 แห่งในทำเลสำคัญต่าง ๆ ขณะที่เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ของไทย ก็ขยายสาขาไปแล้ว 39 แห่ง ด้านลอตเต้ กรุ๊ป (Lotte Group) ของเกาหลีใต้ ก็บุกตลาดด้วยห้างสรรพสินค้าที่เน้นขายสินค้าหรูหราในกรุงฮานอย โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคระดับไฮเอนด์ ต่างจากอิออน มอลล์ ที่มุ่งเป้าไปที่ฐานลูกค้ากลุ่มชนชั้นกลาง

ทั้งนี้ ด้วยความที่บรรดาเมืองใหญ่ เช่น ฮานอย และ โฮจิมินห์ซิตี เริ่มอิ่มตัว และมีผู้ค้าปลีกเป็นจำนวนมาก การแข่งขันจึงกระจายไปสู่เมืองเล็ก ๆ แทน โดยความสำเร็จในพื้นที่เหล่านี้จะขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งของร้านค้าที่วางแผนไว้อย่างดี ระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง และความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อส่งเสริมการขาย

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซึยน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...