Chery บิ๊กรถยนต์จีน ลงทุน 5 พันล้านบาท ตั้งไทยฐานผลิตรถ EV-ไฮบริด เป็นฮับส่งออก
Chery ยักษ์รถยนต์จีน ร่วมทุน KGEN ครั้งแรกไทยถือหุ้นมากกว่า 60% ลงทุน 5,000 ล้านบาท ตั้งฐานผลิตในไทย ฮับส่งออกอาเซียน-ตะวันออกกลาง-ออสเตรเลีย ทำรถ EV-ไฮบริด พวงมาลัยซ้าย-ขวา เฟสแรกปี 2568 กำลังผลิต 5 หมื่นคัน/ปี และภายในปี 2571 เพิ่มเป็น 8 หมื่นคัน/ปี
วันที่ 23 สิงหาคม 2567 นางสาวพรทิพย์ ตรงกิ่งตอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN กล่าวว่า คิงเจนได้ร่วมทุน (JV) กับ เชอรี่ อินเตอร์เนชันแนล ทำโรงงานผลิตรถยนต์ ภายใต้ บริษัท คิงเจน ออโต้ จำกัด โดยถือหุ้นสัดส่วน 60 : 40 ตามลำดับ ส่วนในแง่การจัดจำหน่ายจะถือหุ้นอยู่ที่ 25 : 75 ตามลำดับ ภายใต้บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด
“ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการยานยนต์ไทย จากการลงทุนในอดีตที่บริษัทต่างชาติจะลงทุนเองทั้ง 100% ซึ่งเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของไทยจากการเป็นเพียงแหล่ง OEM”
โดยการลงทุนครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท คาดว่าเฟสแรกจะสามารถเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2568 และจะขยายกำลังการผลิตในปี 2571
นอกจากการจำหน่ายในประเทศแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก โดยโรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในการส่งออก ที่สามารถรองรับการผลิตรถยนต์ทั้งพวงมาลัยขวาและพวงมาลัยซ้าย
ซึ่ง โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ตั้งเป้าหมายมุ่งยกกระดับให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคเอเซียตะวันออกฉียงใต้
และการขยายตลาดส่งออกจะเป็นส่วนสำคัญในการดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ประเทศตามเป้าหมายของรัฐบาล เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะ เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ KGEN และช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดยานยนต์ระดับโลก
สอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ณ ปี 2567 มีการจดทะเบียนมากกว่า 35,000 คัน และเฉพาะเดือนกรกฎาคมมีการตดทะเบียนในสัดส่วน 13% ของการจดทะเบียนของทั้งตลาดรถยนต์
นายเฉิน ชุนชิง (Mr.Chen Chunqing) รองประธาน เชอรี่ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า Chery มีประสบการณ์ด้านยานยนต์ระดับโลกมากว่า 27 ปี ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไปกว่า 80 ประเทศทั่วโลกมีโรงงานในต่างประเทศกว่า 10 แห่ง
พร้อมผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการมากกว่า 1,500 แห่ง รวมถึงมีศูนย์วิจัยและพัฒนาทุกภูมิภาคทั่วโลก ขึ้นแท่นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรายใหญ่ที่สุดของจีนติดต่อกันมาถึง 22 ปี และเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก
“ด้วยความเชื่อมั่นในนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย Chery จึงตัดสินใจเข้ามาลงทุนโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย”
โดยการปักหมุดไทย มีทั้งการทำโรงงานผลิตที่ระยอง สำนักงานใหญ่ที่ One Bangkok ในกรุงเทพ คลังอะไหล่ขนาด 1,000 ตร.ม. ที่สมุทรปราการ และเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ที่อุดมสุข
“บริษัทฯ ตั้งเป้าขึ้นเป็นท็อป 3 ของตลาดรถยนต์ไทยใน 3 ปี แม้จะมีการแข่งขันสงครามราคาในไทย แต่คาดว่าจะเป็นแค่ระยะสั้น และเรายึดมั่นในการขายรถยนต์ด้วยราคาเดียวกันทั้งหมด”
นายฉี เจี๋ย (Mr. Qi jie) ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การจับมือกับ KGEN เพื่อร่วมลงทุนสร้างโรงงานในครั้งนี้ จะเน้นผลิตรถไฟฟ้าทั้งแบบแบตเตอรี่และไฮบริด
โดยเฟสแรกมีเป้าหมายการผลิตรถ JAECOO EV จำนวน 50,000 คัน ภายในปี 2568 และเฟสต่อมามีเป้าหมายผลิตรถ OMODA EV จำนวน 80,000 คัน ภายในปี 2571 สำหรับขายในประเทศ และส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการบริการหลังการขายของทั้งสองแบรนด์ ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าแบบครบวงจร ผ่านผู้จำหน่าย โอโมดา แอนด์ เจคู ทั่วประเทศทั้ง 23 แห่ง และจะขยายถึง 40 แห่งภายในปีนี้