โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยเบฟ ลงทุน “AgriValley มาเลเซีย”วางฐานผลิต-ส่งออกโพรดักซ์ฮาลาล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 03.37 น.

ไทยเบฟ เคาะงบก้อนใหญ่ 9.5 พันล้านบาทลงทุน AgriValley มาเลเซีย พร้อมปั้น “ฮาลาล โพรดักซ์” เปิดตลาดอินโด-มาเลเซีย ตั้งโรงงานกัมพูชา เดินเครื่องผลิตชา-นมข้น พร้อมแตกไลน์พอร์ตเครื่องดื่มสุขภาพนำร่องแบรนด์แรก “นิวติเวลล์” ลงตลาดเครื่องดื่มสุขภาพไทยสิ้นปีนี้

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 ไทยเบฟ ผู้เล่นรายใหญ่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของไทยสามารถทำรายได้จากการขายกว่า 217,055 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 0.5 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไร 38,595 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 2.2% จากแรงหนุนธุรกิจเบียร์และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เติบโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ไทยเบฟ ได้วางงบการลงทุนรอบใหม่ในกรอบปี 2568 ไว้ที่ 18,000 ล้านบาท สิ่งที่น่าสนใจคือ ไทยเบฟได้จัดสรรงบประมาณการลงทุนในส่วนของธุรกิจนอน-แอลกอฮอลล์ ไว้กว่า 10,800 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในสายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ( NAB ) 9,500 ล้านบาท และธุรกิจอาหาร 1,300 ล้านบาท

โดยในส่วนของธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ( NAB ) เงินลงทุนก้อนใหญ่จะถูกใช้ไปในโปรเจกต์“AgriValley” มาเลเซีย ราวๆ 8,000 ล้านบาท และเม็ดเงินอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการลงทุนในกัมพูชา 1,500 ล้านบาท

นายโฆษิต สุขสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้บริหารสูงสุดปฏิบัติการประเทศไทย, ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานดิจิทัลและเทคโนโลยี ขยายภาพการลงทุนดังกล่าวว่า ในส่วนของการลงทุน NAB ในประเทศจะเน้นในเรื่องของ Product และ Market เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับตลาดในเมืองไทย

ไฮไลท์สำคัญคือการดึงแบรนด์ “100พลัส” กลับมาทำตลาดในเมืองไทยอีกครั้งโดยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มโปรตีน เจาะกลุ่มคนเล่นกีฬาทั้งในรูปแบบอัดลมและไม่อัดลมโดยใช้ไลน์การผลิตในประเทศ รวมทั้งโพรดักซ์ใหม่ตระกูล Health and Wellness ภายใต้ flagship Brand “นิวติเวลล์” โดยมีโพรดักซ์ซีรีส์แรก Flaxseed และ Oats- Quinoa ออกสู่ตลาดภายในสิ้นปีนี้

“เรามี Core Product หลายๆ แบรนด์ที่เป็นเบอร์ 1 ของตลาด สิ่งที่จะทำคือทำให้แข็งแรงมากขึ้น ขณะที่ Product ที่รั้งเบอร์ 2 ของตลาดเราจะสร้างการเติบโตและดันขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของตลาด นอกจากนี้ยังมี product อื่นๆที่มีโอกาสเติบโตสูงซึ่งอยู่ระหว่างสร้างแบรนด์ และในอนาคตจะมีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพมากขึ้นภายใต้แบรนด์ใหม่ๆ ซึ่งสิ้นปีนี้จะเริ่มเห็น 2 product Line คือ Flaxseed และ Oats- Quinoa”

ขณะที่ตลาดต่างประเทศ ThaiBev ได้วาง Strategic core market ไว้ที่ มาเลเซีย เวียดนามและเมียนมาร์ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโครงข่ายการกระจายสินค้าและโครงข่ายการผลิต โดยในมาเลเซียมีการลงทุนใน “AgriValley” หรือ ฟาร์มโคนม 20,000 ตัวบนพื้นที่ราวๆ 17,000 ไร่ กำลังการผลิตนม 200 ล้านลิตรต่อปี ภายใต้งบลงทุน 8,000 ล้านบาท

ขณะที่การลงทุน 1,500 ล้านบาท ในกัมพูชาจะเน้นไปที่การก่อสร้างโรงงานผลิต นมข้นหวานแบรนด์ทีพอท, ชาเขียว โออิชิ และเบียร์ ช้าง

“ส่วน Strategic market อย่างสิงคโปร์และลาว แม้มาร์เก็ตไซส์อาจจะเล็กแต่ก็เป็นตลาดที่จำเป็นจะต้องลงไปพัฒนา ส่วนตลาดค่อนข้างใหญ่อย่าง “มาเลเซีย” เรามีแผนจะใช้ “Halal Product” เข้าไปเปิดตลาดและใช้ AgriValley เป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้า Halal ในอนาคต”

เตรียมดันแบรนด์อาหารไทย-ฮาลาลตีตลาดอาเซียน

ขณะเดียวกัน นายโสภณ ราชรักษา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่, ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มงานทรัพยากรบุคคลและสมรรถนะองค์กร, ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหารประเทศไทย และผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจโลจิสติกส์ เปิดแผนการลงทุนกลุ่มธุรกิจอาหารว่า

ในงบลงทุนปี 2568 กลุ่มธุรกิจอาหารได้วางงบ 1,300 ล้านบาท สำหรับเปิดร้านอาหารใหม่เพิ่ม 600 ล้านบาท โดยโฟกัสไปที่การขยายร้าน KFC ภายใต้การบริหารของ QSA และขยายสาขาร้านอาหารภายใต้แบรนด์โออิชิรวมทั้งรีโนเวทร้านเดิมราว ๆ 200 ล้านบาท

“ปีหน้าเราวางเป้าเปิดร้านอาหารใหม่ 69 ร้าน แบ่งเป็น KFC 45 ร้าน และแบรนด์อื่นๆในพอร์ตรวม 24 ร้าน โดยการลงทุนหลักๆจะอยู่ในโครงการ One Bangkok กว่า 16 ร้านจากทุกแบรนด์ในพอร์ต 1 ร้านต่อ 1 แบรนด์ ยกเว้นสตาร์บัค เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนอย่างน้อย 400 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ ณ สิ้นปี 2568 ไทยเบฟจะมีร้านอาหารทั้งหมดในมือ 888 ร้าน แต่ขณะเดียวกันก็มีแผนที่จะปิดร้านในบางโลเคชั่นรวมทั้งลดขนาดสาขาลงในบางโลเคชั่นด้วย”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าสำหรับเป้าปี 2030 จะมุ่งไปที่“Ready to eat Package food” ซึ่งยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคต่อเนื่องมาจากช่วงโควิดและปัจจุบันสามารถพลิกกลับขึ้นมาทำกำไรได้สำเร็จในอัตราค่อนข้างสูง โดยเบื้องต้นจะใช้โรงงานบ้างบึงเป็นฐานการผลิต

นอกจากนี้ไทยเบฟยังมองไกลไปถึงตลาดส่งออกโดยเฉพาะอาหาร Ready to eat Halal โดยจะทำงานร่วมกับ F&N มาเลเซีย เพื่อใช้ “AgriValley” เป็นฐานการผลิต Ready to eat Package food Halal Base เพื่อเจาะตลาดมาเลเซียและส่งออกเปิดตลาดอินโดนีเซีย

ขณะเดียวกันยังมีแผนนำแบรนด์อาหารไทยในพอร์ตไปเปิดตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งอยู่ระหว่าง ศึกษา Format ทั้งในส่วนของการหา Partner ในแต่ละประเทศ และการขยายผ่านแฟรนไชส์ในต่างประเทศ

“ปัจจุบันในเชิงของรายได้เราเป็นเบอร์ 3 ในตลาดเป็นรองไมเนอร์และ MK รายได้ 9 เดือนแรกปี 2567 ธุรกิจอาหารอยู่ที่ราวๆ 1.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าจบปี2567 นี้มีลุ้นรายได้ 1.9 หมื่นล้านแตะๆแสนล้าน”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...