โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เบื้องหลังแนวคิด KCG Logistics Park ในงบ 350 ล้านบาท ปังขนาดไหน?

TODAY Bizview

อัพเดต 13 ก.ย 2567 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2567 เวลา 01.41 น. • workpointTODAY

หลายธุรกิจมักจะพูดว่า ‘โลจิสติกส์สำคัญ’ แต่บางทีก็ไม่ได้ขยายความชัดว่า แล้วมันสำคัญอย่างไร หรือมีผลต่อการเติบโตในเชิงตัวเลขธุรกิจมากขนาดไหน ซึ่งล่าสุด KCG ธุรกิจคุ้กกี้กล่องแดง ชีส-เนยของคนไทย ทุ่มเงินกว่า 350 ล้านบาทเพื่อสิ่งนี้ เพราะอะไรกัน?

[ จากกิมจั๊วพาณิชย์ สู่ธุรกิจสินค้า 2,000 รายการ 50 แบรนด์ ]

เมื่อก่อนชื่อเดิมของ KCG คือ กิมจั๊วพาณิชย์ ก่อตั้งธุรกิจขึ้นในปี 2501 หรือ 66 ปีที่ผ่านมา โดย‘วิจัย วิภาวัฒนกุล’ และน้องชายก็คือ ‘ตง ธีระสรณ์นุกิจ’ (เราจะเห็นหน้ากันอยู่บ่อยๆ)

โดยเริ่มแรกในชื่อเดิมก็ทำธุรกิจด้านการนำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่าย สินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปจากต่างประเทศอยู่แล้ว และสินค้าแรกที่นำเข้าสมาก็คือ ‘เนย’ ที่ชื่อว่า ‘อลาวรี่’ (Allowrie) จากประเทศออสเตรเลีย จากนั้นก็เติมพอร์ตสินค้าเข้ามาเรื่อยๆ จนมีคุ้กกี้กล่องแดง ‘อิมพีเรียล’ คุ้กกี้คนไทยรสชาติสากลนั่นเอง

แต่เราไม่ต้องย้อนเรื่องราวประวัติกันให้เหนื่อย เพราะในปัจจุบัน KCG มีสินค้าในพอร์ตมากกว่า 2,000 รายการภายใต้ 50 แบรนด์ด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ‘ซันควิก’ น้ำผลไม้เข้มข้นที่มียอดขายในไทยกว่า 800,000 ขวดต่อปี

KCG ตัดสินใจเปลี่ยนนามสกุลเป็น ‘มหาชน’ เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566 โดยมีเป้าหมายเป็นองค์กรที่สร้างสรรค์ความรื่นรมย์ให้กับการทานอาหารของคนไทย รวมทั้งเพื่อผลิตวัตถุดิบที่ดีให้กับคนที่รักในการทำอาหารและขนมเป็นชีวิตจิตใจ

1 ปีเต็มที่ KCG ใช้เวลาในการเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งรื้อโครงสร้างระบบภายใน และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ รวมถึงการใช้ data ในการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น DNA เหล่านี้ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงาน ปี 2566 มียอดขายรวม 7,157.0 ล้านบาท เติบโต 16.2%

โดยมีกำไรสุทธิ 305.9 ล้านบาท เติบโต 26.9% ทั้งกำไรสุทธิและรายได้จากการขายถือว่าเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 66 ปี นับตั้งแต่ที่ก่อตั้งธุรกิจมา

แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักของ KCG ได้ 3 ประเภท ก็คือ

  • ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (Dairy Products) ยอดขาย 4,086.5 ล้านบาท เติบโต 15.0%
  • ผลิตภัณฑ์สำหรับการประกอบอาหารและเบเกอรี่ และอื่นๆ (FBI) มีรายได้ 2,061.1 ล้านบาท เติบโต 15.3%
  • ผลิตภัณฑ์บิสกิต (Biscuits) มีรายได้ 1,009.3 ล้านบาท เติบโต 23.9%

โดยเป็นรายได้จาก B2C มากสุดประมาณ 3,938.6 ล้านบาท โตถึง 17.7% ตามด้วย B2B รายได้ราวๆ 2,892.7 ล้านบาท และยอดส่งออกที่ตอนนี้ยังน้อยอยู่ ประมาณ 325.7 ล้านบาท

[ สนใจตลาดแอฟริกาใต้ – ตะวันออกกลาง ]

ด้วยความที่ตัวเลขรายได้ของ ‘การส่งออก’ มันยังน้อยมาก ๆ ทั้งที่ KCG เป็นเจ้าใหญ่ในตลาดไทย ทั้งเป็นเบอร์หนึ่งของสินค้าเดลี่ เบอร์ต้นๆ ของอาหารและเบอเกอรี่ แล้วก็อยู่ใน Top 3 ของสินค้าประเภทบิสกิต

‘ดำรงชัย วิภาวัฒนกุล’ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า “ตอนนี้หลัก ๆ เราบุกตลาดอาเซียน ก็คือ CLMV ประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็มาเลเซีย ญี่ปุ่น แต่ถามว่าตลาดไหนที่สนใจและอยากจะลองศึกษา ก็คงเป็นทวีปแอฟริกาทางตอนใต้ และก็ตะวันออกกลาง เพราะมูลค่าตลาดน่าสนใจ จำนวนประชากร และกำลังซื้อ”

ในเมื่อเป้าหมายใหญ่ที่สุดของ KCG นับจากนี้ไปอีก 3-5 ปี คือการบรรลุตัวเลขรายได้สูงถึง 10,000 ล้านบาท ใช้ชื่อเรียกได้เต็มปากว่าเป็นธุรกิจหมื่นล้าน ดังนี้ ‘KCG Logistics Park’ จึงเป็นหนึ่งในกระดูกสันหลังของธุรกิจให้ไปถึงเป้าหมายนั้น

[ 350 ล้านบาทที่ลงทุนไป ได้อะไรกลับมา? ]

ในงบประมาณก่อสร้าง ‘KCG Logistics Park’ ศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าแห่งใหม่ กับเม็ดเงิน 350 ล้านบาท เป็นการซัพพอทเป้าหมายโต 10,000 ล้านบาทเต็มที่ของ KCG

ซึ่งตอนนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/2567 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมียอดขายรวม 1,688.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% และมีกำไรสุทธิ 94.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

สินค้าในทุกพอร์ตฟอลิโอมีการเติบโต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (Dairy Products) มียอดขาย 1,022.6 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 60.6% ถือเป็นยอดขายอันดับ 1 ในตลาด ส่วนตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับประกอบอาหารและเบเกอรี่ รวมทั้งตลาดบิสกิต ก็ทำยอดขายสูงสุดติด 5 อันดับแรกเช่นกัน

การเติบโตสวนทางเศรษฐกิจในประเทศ KCG มองว่า หากระบบการขนส่งและการจัดเก็บสินค้าเชื่อมโยงกัน ทำให้คุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำเหมือนเดิมเป๊ะๆ ปัจจัยนี้จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ เพราะปัจจุบันมีดีมานด์สูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การเปิดใช้ KCG Logistics Park เพิ่มเติมจาก 3 สาขาเดิม ที่จ. เชียงใหม่, ขอนแก่น และสุราษฏร์ธานี จะทำให้โปรดักส์ของ KCG ครอบคลุมการให้บริการทั้ง 76 จังหวัด จนสามารถส่งมอบสินค้าถึงมือผู้บริโภคได้ภายใน 1 วัน

จากสิ่งที่ KCG เปิดเผยเกี่ยวกับ Logistic Park เราสรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ แบบไม่อินดีเทลมากด้วยศัพท์แสงทางเทคนิค ก็คือ

  • หลังคาทั้ง 6 อาคารที่จะเป็นพลังงานโซลาร์
  • รถบรรทุกส่งของที่เป็นรถไฟห้า (EV) ซึ่งมีเป้าก็คือ 30% ใน 3 ปี (ตอนนี้เป็นปีที่2 ซึ่งมี 12-16 คัน)
  • พลาสติกพาเลทที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่แข็งแรงและรับน้ำหนักได้เยอะ
  • การจัดเก็บแบบควบคุมอุณหภูมิ (Temperature-Controlled Storage) ซึ่ง KCG เป็นผู้นำอันดับ 1 ในด้านการจัดเก็บ และการขนส่ง แบบควบคุมอุณหภูมิได้อย่างเต็มรูปแบบ (Cold Chain Logistics)
  • ใส่ใจเรื่องการควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทก็คือ 1. Ambient 2. Air Con (18°C to 22°C) 3. Chilled (0°C to 8°C) และ 4. Frozen (-18°C) (-25°C) เพราะสินค้าแต่ละตัวจะใช้อุณหภูมิแตกต่างกันในการรักษาคุณภาพ
  • เป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณปีละ 1,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าได้กับการปลูกต้นไม้กว่า 120,000
  • ใช้รถโฟล์คลิฟที่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียม
  • ใช้ระบบ Backhual Matching ปรับเส้นทางเดินรถ เพื่อไม่ให้ตีรถเปล่ากลับเข้าศูนย์ฯ เพื่อลดต้นทุน

นี่เป็นเพียงบางตัวอย่างที่ KCG เล่าให้ฟังและพาสื่อมวลชนไปเยี่ยมชม ซึ่งแพลนที่วางไว้นั้นอย่างน้อยๆ จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณปีละ 10 ล้านบาท และหากเป็นเช่นนั้น เป้าการเติบโตแตะ 10,000 ล้านบาทก็ไม่น่าไกลเกินเอื้อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...