เงินเฟ้อสหรัฐ ต่ำสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง ตลาดมั่นใจเฟดหั่นดอกเบี้ย 0.25%
เงินเฟ้อสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง ตามที่คาดไว้ ตลาดมั่นใจเฟดลดดอกเบี้ย 0.25%
วันที่ 11 กันยายน 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า อัตรา เงินเฟ้อสหรัฐ ปรับตัวลดลงในเดือนส.ค. สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2564 แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อโดยรวมจะลดลง แต่อัตราเงินเฟ้อกพื้นฐานลับสูงกว่าที่คาดไว้ ทำให้มีคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%
กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไป เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. สอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของดาวโจนส์คาดการณ์ไว้ และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไป ลดลง 2.5% ในเดือนส.ค. จากระดับ 2.9% ในเดือนกก.ค. ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.6% และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง
ด้าน ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ที่ระดับ 0.2% และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานทรงตัวที่ระดับ 3.2% สอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้
การที่ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้นนั้น หมายความว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะระมัดระวังเรื่องเงินเฟ้อมากขึ้น ทำให้โอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมีนัยสำคัญในการประชุมสัปดาห์หน้าเป็นไปได้น้อยลง
นางซีมา ชาห์ หัวหน้านักกลยุทธ์ระดับโลกของ Principal Asset Management กล่าวว่า นี่ไม่ใช่รายงานเงินเฟ้อที่ตลาดคาดหวัง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานสูงกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นโอกาสที่เฟดที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% จึงเป็นได้ยากยิ่ง
นางชาห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่ารายงานดังกล่าวจะไม่ได้หยุดยั้งเฟดในการผ่อนคลายนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า แต่ผู้กำหนดนโยบายซึ่งระมัดระวังเรื่องเงินเฟ้อ น่าจะใช้รายงานเงินเฟ้อล่าสุดนี้เป็นตัวชี้วัดว่าการจัดการกับเงินเฟ้อในขั้นตอนสุดท้ายต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง ซึ่งทำให้มีแนวโน้มว่าเฟดน่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%
แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงลดลง แต่ราคาที่อยู่อาศัยยังคงเป็นปัญหาอยู่ โดยของดัชนีราคาที่พักอาศัย ซึ่งคิดเป็นประมาณ1 ใน 3 ของดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือน.ส.ค. ซึ่งดันให้ดัชนี CPI พื้นฐาน เพิ่มขึ้น และเมื่อเมียบเป็นรายปี ดัชนีที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 5.2%
ด้านราคาอาหารเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค. ในขณะที่ราคาพลังงานลดลง 0.8%
นอกจากนี้แล้ว ราคารถมือสองลดลง 1% ค่าบริการทางการแพทย์และค่ารักษาพยาบาลลดลง 0.1% และราคาเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเพิ่มขึ้น 0.3% ส่วนราคาไข่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่ 4.8%
รายได้ที่แท้จริงยังคงเติบโตในเดือนส.ค. โดยค่าจ้างรายชั่วโมงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.2% และเมื่อเทียบเป็นรายปี รายได้รายชั่วโมงที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น 1.3%
ทั้งนี้ เฟดให้ความสำคัญกับตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลง โดยตั้งแต่เดือนเม.ย. การจ้างงานลดลงเหลือประมาณ 50% ของระดับในช่วงห้าเดือนก่อนหน้า และปัจจุบัน เฟดมองว่าการป้องกันภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในวงกว้างนั้นมีความสำคัญเทียบเท่ากับการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง : cnbc.com