QR Code ชำระเงิน โตแรงในอาเซียน ยอดจ่ายพร้อมเพย์ไทย พุ่ง 1.29 แสนล้าน
การชำระเงินผ่าน QR Code กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอาเซียน เผย ยอดจ่ายเงินผ่าน พร้อมเพย์ ของไทย พุ่ง 1.29 แสนล้าน ในปีที่แล้ว
วันที่ 18 กันยายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า การชำระเงินด้วยรหัส QR Code ผ่านสมาร์ทโฟนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในมาเลเซียและกัมพูชา โดยกระแสความนิยมดังกล่าวเพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อไม่กี่ปี เนื่องมาจากผู้คนจำนวนมากในภูมิภาคอาเซียนไม่มีบัญชีธนาคาร การขาดแคลนตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ชนบท และการที่มีสมาร์ทโฟนราคาไม่แพงวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้แล้ว การท่องเที่ยวและบริการชำระเงินข้ามพรมแดนก็ช่วยส่งเสริมความนิยมเช่นกัน
ข้อมูลจากธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ระบุว่า ในกัมพูชา การชำระเงินผ่าน QR Code เพิ่มขึ้น 29% ในปี 2566 โดยมียอดธุรกรรมอยู่ที่ 601 ล้านรายการ ซึ่งเพิ่มขึ้น 10 เท่าจาก 3 ปีที่แล้ว และเมื่อเดือนส.ค. NBC ได้เปิดตัวระบบชำระเงินผ่านมือถือ Bakong Tourists ซึ่งระบบนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถชำระเงินได้โดยไม่ต้องใช้เงินสด และยังส่งเสริมการใช้สกุลเงินเรียลของกัมพูชาอีกด้วย
นางเจีย สะเร็ย ผู้ว่าการ NBC กล่าวว่า ระบบ Bakong Tourists เป็นส่วนหนึ่งของระบบชำระเงินดิจิทัล Bakong ที่เปิดตัวในปี 2563 ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่งของธนาคารกลาง การชำระเงินโดยใช้ระบบ Bakong จะทำผ่านรหัส QR ระบบเดียวของกัมพูชา หรือระบบ KHQR ซึ่งในปัจจุบัน กัมพูชามีร้านค้า 3.3 ล้านแห่งทั่วประเทศที่รับการชำระเงินด้วยระบบ KHQR ซึ่งรวมถึงร้านค้าเล็ก ๆ และร้านค้าริมถนนในพนมเปญและเสียมราฐ
ระบบชำระเงินผ่าน QR Code หลัก ในอาเซียน ได้แก่
ไทย
ระบบ Thai QR Payment Standard เริ่มใช้เมื่อปี 2560
สิงคโปร์
ระบบ SGQR เริ่มใช้เมื่อปี 2561
อินโดนีเซีย
ระบบ QRIS เริ่มใช้เมื่อปี 2562
ฟิลิปปินส์
ระบบ QR Ph เริ่มใช้เมื่อปี 2562
มาเลเซีย
ระบบ DuitNow QR เริ่มใช้เมื่อปี 2562
เวียดนาม
ระบบ VietQR เริ่มใช้เมื่อปี 2564
กัมพูชา
ระบบ KHQR เริ่มใช้เมื่อปี 2565
ในมาเลเซีย ระบบ DuitNow QR ซึ่งเปิดตัวโดย Payments Network Malaysia หรือ PayNet ในปี 2562 ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการชำระเงินดิจิทัลของประเทศ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีการทำธุรกรรมผ่าน ระบบ DuitNow QR จำนวน 1,500 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 1,370 ล้านริงกิต (320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้น 64% และมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ระบบ DuitNow QR ยังรองรับระบบชำระเงินอื่น ๆ ของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ทำให้ผู้ใช้สามารถชำระเงินข้ามพรมแดนได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่น ชาวมาเลเซียสามารถใช้ ระบบ DuitNow QR เพื่อชำระเงินผ่านระบบ QRIS ของอินโดนีเซียได้ รวมถึงระบบ NETS ของสิงคโปร์ และระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ของไทย นอกจากนี้ยังรองรับระบบ Alipay ของจีนอีกด้วย ขณะที่ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังมาเลเซีย ก็สามารถใช้ระบบ QR ของตนเองเพื่อชำระเงินได้เช่นกัน
นายฟาร์ฮาน อาหมัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ PayNet กล่าวว่า บริษัทกำลังร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ในภูมิภาคเพื่อขยายช่องทางการชำระเงินผ่าน QR ข้ามพรมแดน นอกจากนี้แล้ว นายฟาร์ฮานเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับร้านค้ารายย่อยและนักท่องเที่ยว โดยชี้ว่า PayNet มุ่งมั่นที่จะมอบวิธีการทำธุรกรรมที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้มากที่สุดแก่ผู้ใช้
การชำระเงินด้วย QR Code ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงปี 2565 และ 2566 (โดยประมาณ) มีดังต่อไปนี้
มาเลเซีย
2565 : 1.1 ล้านครั้ง
2566 : 2.2 พันล้านครั้ง
อินโดนีเซีย
2565 : 800 ล้านครั้ง
2566 : 1.6 ล้านครั้ง
กัมพูชา
2565 : 480 ล้านครั้ง
2566 : 600 ล้านครั้ง
สิงคโปร์
2565 : 300 ล้านครั้ง
2566 : 470 ล้านครั้ง
เวียดนาม
2565 : 230 ล้านครั้ง
2566 : 250 ล้านครั้ง
ไทย
2565 : 70 ล้านครั้ง
2566 : 80 ล้านครั้ง
อนึ่ง ตัวเลขสำหรับไทย แสดงระบบการชำระเงินโดยเฉพาะ PromptPay ส่วนและสิงคโปร์แสดงเฉพาะการชำระเงินผ่าน PayNow เท่านั้น
ด้าน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขยายบริการ PromptPay ไปยังประเทศอาเซียนอื่น ๆ และกำลังดำเนินการเชื่อมโยงบริการนี้กับประเทศต่าง ๆ ที่มีการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะประเทศที่มีแรงงานต่างชาติและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยในปี 2566 PromptPay มียอดธุรกรรมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 77.2 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 2.9 ล้านรายการจากปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 1.29 แสนล้านบาท (3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อวัน
อินโดนีเซียและเวียดนาม ก็พบว่าการชำระเงินผ่านQR Code มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของ โดยธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) รายงานว่า ธุรกรรมผ่านระบบ QRIS ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 เพิ่มขึ้น 226% เมื่อเทียบเป็นรายปีโดยมีผู้ใช้ 50 ล้านรายและร้านค้า 32 ล้านแห่ง ขณะที่ธนาคารกลางเวียดนาม (SBV) รายงานว่าจำนวนธุรกรรมผ่าน QR Code เพิ่มขึ้น 104.23% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 99.57% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
ขณะที่ในฟิลิปปินส์ การชำระเงินดิจิทัลผ่านระบบ QR แตะระดับ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้น 28.1% จากปีก่อนหน้า โดย ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) รายงานว่า การชำระเงินผ่าน QR Code ผ่านระบบ QR Ph เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีการทำธุรกรรม 73.8 ล้านรายการในปี 2566 เพิ่มขึ้น 17.2 เท่าจากปี 2565
อ้างอิง : asia.nikkei.com