โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมษา-พฤษภา 2553 กระสุนจริง สำแดง ฤทธานุภาพ หลายศพ ถนนหน้า 'สตรีวิทยา'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 29 ต.ค. 2568 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 03.14 น.

ยุทธการแดงเดือด

เมษา-พฤษภา 2553

กระสุนจริง สำแดง ฤทธานุภาพ

หลายศพ ถนนหน้า ‘สตรีวิทยา’

รายที่ 6 นายทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 43 ปี อาชีพพนักงานบริษัท พยานลำดับที่ 25 ซึ่งให้รายละเอียดกับ “ศปช.” นอกจากจะได้เห็นการเสียชีวิตของ นายฮิโรยูกิ โมราโมโต แล้ว

ยังเป็นพยานผู้เห็นนายทศชัย เมฆงามฟ้า ถูกยิงด้วย

เมื่อประสานเข้ากับบันทึกคำให้การกล่าวโทษหรือพยานของนายทศชัย เมฆงามฟ้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2553 ได้เล่าถึงการเสียชีวิตของนายทศชัย เมฆงามฟ้า ว่า

ในระหว่างที่นักข่าวญี่ปุ่นถูกยิงนายทศชัยพยายามจะเข้าไปถ่ายรูปโดยนายณัฐพงศ์ได้ล็อกตัวผู้เสียชีวิตไว้แต่เขาสะบัดหลุดออกไปได้

และเมื่อวิ่งเข้าใกล้ถึงจุดที่นักข่าวญี่ปุ่นถูกยิงนายทศชัยได้ถูกยิงหงายหลังล้มลง โดยกระสุนยิงเข้าที่หน้าอกทางด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจ พอพลิกตัวมาดูด้านหลังพบเป็นรูขนาดใหญ่

พยานเชื่อว่าเป็นอาวุธสงคราม แม้ไม่เห็นคนยิง แต่ยืนยันได้ว่าทั้งนายทศชัยและนักข่าวญี่ปุ่นถูกทหารยิงแน่นอน

เพราะวิถีกระสุนมาจากทิศสะพานวันชาติซึ่งเป็นฝั่งที่ทหารถอยร่นออกไป

นายทศพล เมฆงามฟ้า ซึ่งเป็นบุตรของนายทศชัยระบุว่าได้ดูศพนายทศชัยและทราบจากโรงพยาบาลตำรวจว่า ถูกกระสุนปืนชนิดเอ็ม 16 ที่บริเวณทรวงอกใต้ราวนมด้านซ้าย กระสุนทะลุหัวใจ 1 นัดทำให้เสียชีวิต

โดยเหตุเกิดที่บริเวณถนนดินสอ บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เวลาประมาณ 20.00-21.00 น.

นายทศชัย เมฆงามฟ้า เสียชีวิตบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล ด้วยบาดแผลกระสุนปืนที่ทรวงอกทะลุหัวใจ เวลา 21.00 น. ตามใบมรณบัตร เลขที่ 03-10088592

แต่จากคำให้การของพยานน่าเชื่อว่าถูกยิงเสียชีวิตหลังนายฮิโรยูกิ มูราโมโต นักข่าวญี่ปุ่นไม่นาน

รายที่ 7 นายจรูญ ฉายแม้น อายุ 46 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่

จากบทสัมภาษณ์ใน “วีรชน 10 เมษา : คนที่ตายมีใบหน้า คนที่ถูกฆ่ามีชีวิต” ของมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย โดยกองบรรณาธิการ “ประชาไท” ครอบครัวของนายจรูญ ฉายแม้น ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายจรูญไว้ว่า

เวลาประมาณ 19.00 น. เวทีราชประสงค์ประกาศขอกำลังไปช่วยที่ผ่านฟ้าลีลาศ นายจรูญได้เดินทางไปสมทบกับคนเสื้อแดงเพื่อผลักดันทหาร

โดยบอกให้ครอบครัวรออยู่ที่เวทีราชประสงค์

จากนั้นเวลาประมาณ 21.00 น. ครอบครัวได้โทรศัพท์ไปหานายจรูญ แต่ปรากฏว่าพยาบาลรับโทรศัพท์และแจ้งว่า “คุณจรูญอาการสาหัสอยู่โรงพยาบาลกลาง”

แต่พอครอบครัวไปถึงพบว่านายจรูญได้เสียชีวิตแล้วโดยครอบครัวได้รับแจ้งว่า นายจรูญเสียชีวิตก่อนเดินทางมาถึงโรงพยาบาล

ภายหลังการเสียชีวิตครอบครัวได้พยายามสืบหาจุดที่นายจรูญเสียชีวิต

โดยการนำรูปถ่ายไปให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุดูและมีผู้บอกว่า นายจรูญถูกยิงบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา

น.ส.นงลักษณ์ ฉายแม้น ได้ระบุผ่านแบบรับเรื่องราวร้องทุกข์ที่ประชาชนที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2553 ว่า นายจรูญ ฉายแม้น ถูกยิงที่หน้าอกขวาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลกลาง เวลา 21.00 น.

รายงานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินระบุใน “รายนามผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบ” ว่า นายจรูญถูกยิงเข้าอกด้านขวา กระสุนฝังในกระดูกสันหลังส่วนเอวชิ้นที่ 1

ขณะเดียวกัน ในใบแจ้งการตายของนายจรูญ ฉายแม้น ออกโดยสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ เล่มที่ 1102 เลขที่ 035 วันที่ 12 เมษายน 2553 และมรณบัตรของนายจรูญ ฉายแม้น เลขที่ 100888588 ระบุว่า

เป็นการเสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ทหารในเวลา ประมาณหลัง 19.00 น.-ก่อน 21.00 น. ด้วยสาเหตุบาดแผลกระสุนปืนความเร็วสูงที่ทรวงอกทำลายปอดและตับ

เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล

รายที่ 8 นายคะนึง ฉัตรเท อายุ 50 ปี อาชีพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เพื่อนร่วมงานของนายคะนึง ฉัตรเท เล่าผ่านกองบรรณาธิการ “ประชาไท” ว่า

วันที่ 10 เมษายน 2553 เวลา 19.00 น.เศษ ได้ยินข่าวแจ้งทางวิทยุว่า “คะนึง ฉัตรเท” เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ผ่านฟ้าลีลาศ จากนั้นได้โทรศัพท์เช็กตามโรงพยาบาลต่างๆ จนทราบแน่นอนว่าศพของนายคะนึงอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระ

จึงเดินทางไปดูศพเพื่อนร่วมงาน ครั้งแรกทางโรงพยาบาลแจ้งว่านายคะนึงหัวใจล้มเหลวแต่ไม่เชื่อจึงได้ขอถ่ายรูปไว้

จากนั้นภรรยาและญาตินายคะนึงเดินทางไปถึงโรงพยาบาลได้ทราบสาเหตุว่าเสียชีวิตจากการถูกยิงโดยในกระเป๋ากางเกงพบปลอกกระสุน 6-7 นัด เพื่อนร่วมงานคาดว่านายคะนึงคงเดินไปเก็บ ณ จุดปะทะก่อนถูกยิงเสียชีวิต

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า นายคะนึงถูกยิงบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา เขาเดินนำไปด้านหน้าและเพื่อนที่มาชุมนุมด้วยกันเดินตามไม่ทัน จากนั้นถูกยิง

จากพยานที่มีสรุปได้ตามใบมรณบัตร เลขที่ 05-10021889 เสียชีวิตจากถูกยิงที่อกขวากระสุนฝังใน เวลาเกิดเหตุประมาณ 19.00-20.00 น. ด้วยสาเหตุเลือดออกในช่องท้องปอดฉีกขาด

จากบาดแผลที่ถูกยิง เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล

พยานลำดับที่ 006 เล่าต่อ “ศปช.” ว่าได้ยินผู้ชุมนุมตะโกนจะมีการสลายการชุมนุมและมีเสื้อแดงตายแล้ว 20 คน พยานจึงเดินทางไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 19.00 น.เศษ พยายามจะเข้าไปด้านหน้าเพื่อดันทหารและไม่ให้ทำร้ายผู้ชุมนุม

19.30-20.00 น. ผู้ชุมนุมมาเป็นจำนวนหมื่น ขณะกำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่เห็น ทหารอยู่บนตึกสตรีวิทยาใส่ชุดลายพรางและดำ

เวลา 20.00 น.เศษ พยานยืนหน้าหัวมุมสตรีวิทยาเห็นผู้ชุมนุมผลักดันทหารให้ถอยร่นห่างจากวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้ พยานจะเข้าไปห้ามไม่ให้ตามทหารไปแม้ทหารจะถอยห่างแนวประมาณ 10 เมตรแต่ยังได้ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม

พยานเห็นคนเจ็บนอนอยู่บนถนนมีรถกระบะจอดขวางพยานกับเพื่อนเข้าไปช่วยยกคนเจ็บขณะจะเข้าไปยกก็ถูกยิงที่ขามั่นใจว่ามาจากฝั่งทหาร

ตอนถูกยิงพยานอยู่ท้ายรถกระบะ

พยานลำดับที่ 018 เล่าต่อ “ศปช.” ว่า เวลา 6 โมงเย็นเศษ เดินทางถึงแยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตรงแมคโดนัลด์มีการยิงแก๊สน้ำตาแล้วและมีการโปรยลงมาด้วยเป็นรอบที่ 2

เห็นรถหุ้มเกราะมีปืนติดอยู่ 3 คันจอดอยู่ แต่มีรถกระบะของผู้ชุมนุมไปกั้นไม่ให้ออกจากซอย

เมื่อเดินไปยังไม่ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทหารก็โปรยแก๊สน้ำตามาจากเฮลิคอปเตอร์ กลุ่มเสื้อแดงวิ่งแตกกระเจิงมารวมกันหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจนเกือบถึง 1 ทุ่มมีข่าวผู้ชุมนุมจากราชประสงค์มาช่วยแล้ว

จากนั้นมีรถ 6 ล้อมา 2 คัน คันแรกเป็นแกนนำซึ่งเป็นอดีตตำรวจ มีการร้องเพลงคนเสื้อแดง จากนั้นทหารก็ยิงลูกแบลงก์ใส่ทำให้ผู้ชุมรุกฮือเข้าไปในแนวทหาร และพยายามจะยึดรถหุ้มเกราะให้ได้ ทหารยังอยู่ในรถหุ้มเกราะคันละ 6 คน

เมื่อยึดรถหุ้มเกราะได้ก็ถอดปืนเอาลูกกระสุนออก พยานพยายามจะปีนขึ้นไป ทหารข้างในไม่กล้าออกขู่ว่าถ้าขึ้นไปจะยิงแต่ผู้ชุมนุมก็ยังขึ้น

ประมาณ 1 ทุ่มมีการยิงอีก แต่ยิงมาจากตึกข้างบน

รายที่ 9 นายนภพล เผ่ามนัส อายุ 30 ปี ชาวชลบุรี เจ้าหน้าที่คณะเทคโนโลยีการเกษตรมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ครอบครัวไม่ใช่คนเสื้อแดง ไม่ชัดเจนว่าวันเกิดเหตุทำอะไรอยู่ตรงไหน เป็นผู้เข้าร่วมชุมนุมหรือไม่

คาดว่าน่าจะถูกยิงบริเวณถนนดินสอ

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่า ถูกยิงที่ท้องด้วยปืนสงคราม เสียชีวิตที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล วันที่ 13 เมษายน 2553 เวลา 09.15 น.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมษา-พฤษภา 2553 กระสุนจริง สำแดง ฤทธานุภาพ หลายศพ ถนนหน้า ‘สตรีวิทยา’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...