โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

"น้ำตกเลือด" ทำไมเป็นสีแดง-มีรสเค็มจัด นักวิทย์ฯ ใช้เวลาเกิน 100 ปี กว่าจะไขปริศนานี้ได้!

sanook.com

เผยแพร่ 23 ส.ค. 2568 เวลา 10.25 น. • Sanook
Blood Falls ในแอนตาร์กติกา สายน้ำสีแดงสดไหลออกจากธารน้ำแข็ง นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลากว่าศตวรรษกว่าจะไขปริศนานี้ได้!

เผยความจริง "น้ำตกเลือด" ที่มาของน้ำสีแดง นักวิทย์ฯ ใช้เวลาเกิน 100 ปี ถึงไขปริศนานี้ได้!

นักวิทย์เผยความจริง “Blood Falls” กลางแอนตาร์กติกา ไม่ใช่เลือด แต่คือปรากฏการณ์สุดลึกลับ ไขลึกถึงปริศนาใต้ธารน้ำแข็ง!

ถ้าคุณได้เห็นภาพของน้ำตกสีแดงสดไหลออกจากผืนธารน้ำแข็งสีขาวโพลนในแอนตาร์กติกา คุณอาจจะคิดว่าเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ หรือมีบางสิ่งลี้ลับซ่อนอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง… แต่ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เลือด และไม่มีสิ่งมีชีวิตถูกทำร้าย ที่จริงแล้ว “น้ำตกเลือด” หรือ Blood Falls คือหนึ่งในความลับทางวิทยาศาสตร์ที่ลึกลับที่สุดของโลกใบนี้ ซึ่งเพิ่งได้รับการไขกระจ่างเมื่อไม่นานมานี้เอง

ย้อนรอยการค้นพบ “น้ำตกเลือด” ที่น่าทึ่ง

“น้ำตกเลือด” ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1911 โดยนักธรณีวิทยาชาวอังกฤษ Thomas Griffith Taylor ระหว่างการสำรวจในหุบเขา McMurdo ทางตะวันออกของทวีปแอนตาร์กติกา โดยเขาสังเกตเห็นว่าน้ำที่ไหลจากปลายธารน้ำแข็ง Taylor นั้นมีสีแดงสดอย่างน่าประหลาด ราวกับเลือดที่ไหลออกจากผิวโลก

แม้ตอนแรกจะมีการคาดเดาว่าอาจเกิดจากตะไคร่น้ำหรือสาหร่ายสีแดง แต่นักวิทยาศาสตร์ในยุคนั้นยังไม่มีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีเพียงพอที่จะศึกษาให้ชัดเจน ทำให้ปริศนานี้ถูกทิ้งไว้โดยไม่มีคำตอบนานกว่าศตวรรษ

คำตอบที่รอคอยมานาน 100 ปี

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์จากหลายมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย ได้เปิดเผยคำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับที่มาของ “น้ำตกเลือด” โดยพวกเขาพบว่า น้ำสีแดงดังกล่าวมาจากเครือข่ายของน้ำเค็มใต้ดินที่ไหลอยู่ลึกกว่า 400 เมตรใต้ธารน้ำแข็ง Taylor

น้ำใต้ดินนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล็ก และเมื่อมันซึมขึ้นมาสู่ผิวโลกและสัมผัสกับออกซิเจน จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (เหมือนสนิมเหล็ก) ทำให้เกิดสีแดงเข้มคล้ายเลือด

ทำไมน้ำถึงไม่แข็งตัวทั้งที่อยู่ในแอนตาร์กติกา?

แม้ว่าอุณหภูมิในพื้นที่นี้จะต่ำกว่าจุดเยือกแข็งของน้ำจืดมาก แต่น้ำใต้ดินของน้ำตกเลือดกลับยังคงอยู่ในสภาพของเหลวได้ เพราะมันมีความเค็มสูงกว่าน้ำทะเลถึง 2-3 เท่า ซึ่งทำให้จุดเยือกแข็งของมันต่ำกว่าน้ำปกติ

นอกจากนี้ เมื่อน้ำเค็มบางส่วนเริ่มแข็งตัว มันจะปล่อยพลังงานความร้อนออกมา (เรียกว่า latent heat) ซึ่งช่วยให้บริเวณโดยรอบยังคงมีน้ำเหลวไหลออกมาได้อย่างช้า ๆ

มีสิ่งมีชีวิตใน “น้ำตกเลือด” จริงหรือ?

เรื่องน่าทึ่งกว่านั้นคือ การค้นพบว่ามีแบคทีเรียชนิดพิเศษที่สามารถอยู่รอดในน้ำเค็มจัด อุณหภูมิต่ำ และไม่มีแสงแดดมานานนับล้านปี! แบคทีเรียเหล่านี้ใช้กระบวนการเคมีที่ไม่พึ่งแสงแดดเพื่อผลิตพลังงาน และอาศัยการรีไซเคิลธาตุเหล็กและกำมะถันเป็นแหล่งอาหาร

นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของชีวิตในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจให้เบาะแสเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์อื่น เช่น ดาวอังคาร หรือดวงจันทร์ Europa ของดาวพฤหัสบดี

“น้ำตกเลือด” ไม่ได้แค่สวย แต่ซ่อนจักรวาลทั้งใบ

จากการค้นพบของ Thomas Taylor เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว มาสู่การศึกษาเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ “น้ำตกเลือด” ได้กลายเป็นห้องทดลองธรรมชาติกลางน้ำแข็งที่ยังคงมีอะไรให้มนุษย์ค้นหาอีกมากมาย

แม้น้ำจะไหลช้า แต่ความรู้จากที่นี่กำลังไหลเข้าสู่ความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับโลกของเรา และบางที…อาจรวมถึงโลกอื่นด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...