โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทำไมจีนผงาดขึ้นแท่นเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ?

BT Beartai

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 09.53 น.
ทำไมจีนผงาดขึ้นแท่นเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ?

เมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในตลาดปัจจุบัน หลายคนมักนึกถึงแบรนด์รถไฟฟ้าจากประเทศจีนเป็นอันดับต้น ๆ เพราะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนมีการเติบโตและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด บทความนี้ BT beartai พาสำรวจเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้จีนกลายเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของโลก แม้ว่าตอนนี้ผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้ารายย่อยในจีนบางส่วนเริ่มล้มหายตายจากไปแล้ว

อะไรที่ทำให้จีนกลายเป็นเบอร์หนึ่งของผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า ?

ภาพลักษณ์ “Made in China” คือภาพจำว่าประเทศจีนกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าราคาถูกและไร้คุณภาพ แต่ตอนนี้ภาพลักษณ์เหล่านั้นกำลังถูกลบไป เมื่อจีนได้เข้าสู่สถานะผู้นำนวัตกรรมระดับโลก คำถามสำคัญคือ จีนผงาดขึ้นมาเป็นคู่แข่งทางการค้าที่น่าเกรงขามที่สุดของมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้อย่างไร โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ?

ต้องยอมรับเลยว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจีนได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ชัดเจนและแน่วแน่ที่จะขึ้นแท่นเป็นผู้นำในตลาดรถ EV

จีนรู้ดีว่าการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์สันดาปเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เมื่อเทียบกับยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ที่คร่ำหวอดในวงการนี้มานาน แทนที่จะลงแข่งสนามเดิม จีนจึงเลือกที่จะสร้างสนามแข่งขันใหม่ โดยหันไปทุ่มเทให้กับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเรื่องใหม่และมีความเสี่ยงสูง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

ความสำเร็จของจีนไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เกิดจากการวางแผนระยะยาวที่ชัดเจน โดยมีปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้จีนครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้

  • การสนับสนุนจากภาครัฐ รัฐบาลจีนมีบทบาทสำคัญในการผลักดันตลาด EV ผ่านนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ทั้งการให้เงินอุดหนุนโดยตรงแก่ผู้ซื้อ, การลดหย่อนภาษี และการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จทั่วประเทศ นอกจากนี้ โครงการ “Trade-in” ที่สนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนรถยนต์สันดาปคันเก่ามาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ยังช่วยกระตุ้นยอดขายให้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างมหาศาล
  • ความได้เปรียบด้านราคา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนสามารถพัฒนารถยนต์ที่มีราคาเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น อีกทั้งหลายบริษัทยังคิดค้นนวัตกรรมการขับขี่ใหม่ ๆ ขึ้นเอง ซึ่งช่วยให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในจีนมีข้อได้เปรียบของประสิทธิภาพและราคา
  • ตลาดในประเทศที่แข็งแกร่ง ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศจีนนั้นสูงมาก รถยนต์หลายรุ่นที่ขายดีติดอันดับโลกนั้นจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขนาดและความสำคัญของตลาดภายในที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตและนวัตกรรมรถ EV จีน

หัวใจแห่งความสำเร็จ คือ แบตเตอรี่

จุดแข็งที่แท้จริงและทำให้จีนทิ้งห่างคู่แข่ง คือการควบคุมห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ ซึ่งเป็น “หัวใจ” ของรถยนต์ไฟฟ้า

จีนควบคุมการผลิตและแปรรูปแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการผลิตแบตเตอรี่ เช่น ลิเทียม โคบอลต์ และกราไฟต์ ได้กว่า 60-80% ของตลาดโลก ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนและปริมาณการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วงก่อนหน้านี้ เราอาจเห็นกระแสความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในการส่งออกแร่หายาก (Rare earth) จากจีนไปสหรัฐฯ ซึ่งข้อมูลจาก Reuters ชี้ว่าจีนมีสัดส่วนในการผลิตแร่ธาตุหายากประมาณ 90% ของโลก

นอกจากนี้ ผู้ผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง CATL และ BYD ยังมุ่งเน้นการพัฒนาแบตเตอรี่ชนิด Lithium Iron Phosphate (LFP) ซึ่งมีข้อดีคือ ราคาถูกกว่า มีความปลอดภัยสูงกว่า และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ซึ่งตอบโจทย์ในแง่ของราคาและการใช้งาน รวมไปถึงการแก้ Pain point ของรถไฟฟ้า อย่างการชาร์จแบตเตอรี่ ด้วยเทคโนโลยีการชาร์จที่ดีและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

แนวโน้มการเติบโตของตลาดรถ EV จีน

รถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างไม่มีตก ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้รถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง จากยอดขายในปี 2024 ทะลุ 11 ล้านคัน ซึ่งมากกว่ายอดขายรถ EV ทั่วโลกรวมกันเมื่อสองปีก่อน และคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดที่ขายได้ทั่วโลก

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 จีนขายรถยนต์ไฟฟ้าได้ถึง 10,891,000 คัน เติบโตขึ้น 10.7% จากปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในตลาดรถ EV อย่างชัดเจน

โดยมีผู้นำอย่าง BYD ที่โดดเด่นด้วยยอดขายที่ทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง ความแข็งแกร่งของ BYD และแบรนด์จีนอื่น ๆ ไม่ได้มาจากรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการครองตลาดรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้บริโภคชาวจีน เนื่องจากตอบโจทย์การใช้งานที่ยืดหยุ่นกว่า

การที่จีนขึ้นแท่นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงเพราะการผลิตรถยนต์ราคาถูก แต่เป็นผลมาจากวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของภาครัฐ การสร้างตลาดภายในที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่และห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้จีนไม่ใช่แค่ผู้ตาม แต่เป็นผู้กำหนดเกมในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...