โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนจนไทยพุ่งแตะ 3.43 ล้านคน สศช.เตือน “เส้นบางแห่งความเปราะบาง” เสนอ 3 ทางรอดลดเหลื่อมล้ำ-ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก

The Better

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 07.27 น. • THE BETTER
สศช.เผยตัวเลขความยากจนไทยปี 2567 พุ่งแตะ 3.43 ล้านคน แรงกดดันเศรษฐกิจ-ปัจจัยโครงสร้าง-ภัยธรรมชาติ ซ้ำเติมกลุ่มเปราะบาง ภาคเกษตรรับผลกระทบหนัก ขณะที่ความเหลื่อมล้ำยังทรงตัว เสนอ 3 ทางรอดลดปัญหายั่งยืน

สภาพัฒน์เผยรายงานความยากจนปี 2567 จำนวนคนจนเพิ่มขึ้นแตะ 3.43 ล้านคน คิดเป็น 4.89% ของประชากรทั้งประเทศ สะท้อนแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ค่าครองชีพสูงขึ้น และความเปราะบางเชิงโครงสร้างในภาคเกษตร ชี้ “การศึกษาคือกุญแจ” สู่การลดความยากจน ขณะความเหลื่อมล้ำยังคงทรงตัว

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำประจำปี 2567 โดยพบว่า จำนวนคนจนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 3.41% ของประชากรในปี 2566 เป็น 4.89% ในปี 2567 หรือคิดเป็น 3.43 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับเส้นความยากจนเพิ่มขึ้นเป็น 3,078 บาท/คน/เดือน จากเดิม 3,043 บาท

แม้แนวโน้มความยากจนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่การเพิ่มขึ้นในปีล่าสุดสะท้อนความเปราะบางของครัวเรือนไทยเมื่อเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนขึ้น

โครงสร้างความจนไทย: “เปราะบางและพลิกผัน”

รายงานของ สศช. เน้นว่า ความยากจนของไทยมีลักษณะเป็น พลวัต (Dynamic Poverty) คือสามารถเปลี่ยนสถานะจาก “ไม่จน” กลับมาเป็น “จน” ได้อย่างรวดเร็วจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ภัยธรรมชาติ หรือความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก

โดยกลุ่ม “คนจนมาก” (Extreme Poor) หรือผู้มีรายจ่ายต่ำกว่าเส้นความยากจนมากกว่า 20% มีจำนวนกว่า 879,000 คน ขณะที่ “คนจนน้อย” เพิ่มขึ้นเป็น 2.55 ล้านคน

เกษตรกรยังคงแบกภาระความยากจน

ภาคเกษตรยังคงเป็น “ด่านหน้า” ของปัญหาความยากจน โดยคิดเป็นถึง 45.49% ของจำนวนคนจนทั้งหมด ซึ่งสะท้อนความเปราะบางในโครงสร้างเศรษฐกิจการเกษตรของไทย ที่พึ่งพารายได้จากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภูมิอากาศ และราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก

นอกจากนี้ ปัญหา Climate Change ยังซ้ำเติมความไม่แน่นอน ส่งผลให้ครัวเรือนเกษตรหลายแห่งเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสม และหลุดจากระบบเศรษฐกิจ

การศึกษาคือกุญแจ แต่โอกาสยังไม่เท่าเทียม

ข้อมูลจาก สศช. ชี้ชัดว่า ระดับการศึกษามีความสัมพันธ์เชิงตรงกับความยากจน โดยกลุ่มที่ “ไม่ได้เรียนหนังสือ” มีอัตราคนจนสูงถึง 14.21% ขณะที่ผู้มีการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมปลายขึ้นไปมีอัตราคนจนต่ำกว่า 3%

อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงการศึกษาไม่ได้เท่ากัน โดยพบว่า ครัวเรือนรายได้สูง ใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงกว่าครัวเรือนยากจนถึง 8.16 เท่า เป็นเครื่องยืนยันว่าความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการลดความยากจนอย่างยั่งยืน

ความเหลื่อมล้ำไทย: แม้ลดลง แต่ยังทรงตัว

ดัชนีความไม่เสมอภาคด้านรายจ่าย (Gini Coefficient) ลดลงเล็กน้อยจาก 0.335 ในปี 2566 มาอยู่ที่ 0.333 ในปี 2567 ถือว่ายังอยู่ในระดับ “ทรงตัว” และไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานระบุว่า กลุ่มประชากร 20% ล่างสุด ใช้รายจ่ายครึ่งหนึ่งไปกับอาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่กลุ่ม 10% บนสุด ใช้จ่ายไปกับสิ่งที่ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐาน เช่น เทคโนโลยี ยานพาหนะ หรือบริการสุขภาพเอกชน

ระบบสวัสดิการไทยครอบคลุม แต่ยังไม่ครอบคลุมพอ

ด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ คนจนไทยกว่า 97% เข้าถึงสิทธิสวัสดิการพื้นฐาน โดยเฉพาะบัตรทอง และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่เพิ่มสัดส่วนการครอบคลุมจาก 94.19% เป็น 97.01%

ขณะที่ผู้พิการที่อยู่ในกลุ่มยากจน ได้รับเบี้ยความพิการเพิ่มจาก 73.85% เป็น 87.45% แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของนโยบายรัฐที่เน้นการให้ความคุ้มครองกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอเชิงนโยบาย: 3 แนวทางสู่ความยั่งยืน

สศช. เสนอ 3 แนวทางหลัก เพื่อบรรเทาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว ได้แก่:

  • ประเมินโครงการใช้งบสูงอย่างต่อเนื่อง

  • ยุติโครงการที่ไม่คุ้มค่า

  • ใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการกำหนดนโยบาย

  • พัฒนาฐานข้อมูลกลางประชาชน

  • ลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณ

  • ทำให้สามารถออกแบบนโยบายที่ “ตรงจุด” และวัดผลได้

  • ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาคเกษตรอย่างยั่งยืน

  • หนุนเงินช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไข

  • ปฏิรูปที่ดิน และจัดการน้ำ

  • เพิ่มการเข้าถึงตลาดและเทคโนโลยี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...