โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตราสารหนี้” vs “ตราสารทุน” ต่างกันยังไง?

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 02.43 น.

การลงทุนเป็นเรื่องของ “การเลือก” ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสินทรัพย์, ผลตอบแทน หรือระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และในโลกการเงิน ก็มี “ตราสารลงทุนหลัก” อยู่สองประเภทที่นักลงทุนต้องรู้จักและเข้าใจ นั่นคือ “ตราสารหนี้ (Debt Securities)” และ “ตราสารทุน (Equity Securities)” ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในสถานะของผู้ลงทุน ผลตอบแทน สิทธิ และความเสี่ยง

“ตราสารหนี้” กับ “ตราสารทุน” ต่างกันยังไงบ้าง?

1. ความหมาย

ตราสารหนี้: คือเอกสารหรือสัญญาที่ออกโดยรัฐหรือบริษัทเอกชน เพื่อระดมทุนจากนักลงทุน โดยผู้ที่ซื้อจะมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ของผู้ออกตราสาร และได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด เช่น พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้เอกชน หรือตั๋วเงินคลัง เป็นต้น
ตราสารทุน: คือการลงทุนที่ผู้ถือมีสิทธิความเป็นเจ้าของในบริษัท เมื่อซื้อหุ้นก็เท่ากับถือครอง “หุ้นทุน” ของบริษัทนั้น ได้รับสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผล รวมถึงส่วนต่างราคาหุ้น

2. ผลตอบแทน (Returns)

ตราสารหนี้: ได้รับดอกเบี้ยเป็นรายงวด เหมาะกับผู้ที่ต้องการรายได้มั่นคงและคาดการณ์ได้
ตราสารทุน: มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่า ทั้งจากเงินปันผลและราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น แต่ก็มาพร้อมความไม่แน่นอน

3. ความเสี่ยง (Risks)

ตราสารหนี้: มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
ตราสารทุน: มีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งหากธุรกิจไม่ดี ราคาหุ้นก็อาจร่วงลงได้มาก

4. สิทธิของผู้ลงทุน (Rights)

ตราสารหนี้: ไม่มีสิทธิบริหาร แต่ได้รับการชำระหนี้ก่อนหากบริษัทประสบปัญหา
ตราสารทุน: มีสิทธิออกเสียงและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่ได้รับการชำระคืนหลังเจ้าหนี้

5. เหมาะกับใคร?

ตราสารหนี้: เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคง เน้นการรับเงินสม่ำเสมอ เช่น ผู้เกษียณอายุ หรือผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย
ตราสารทุน: เหมาะกับผู้ที่ต้องการโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว และพร้อมรับความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด

สรุป

ตราสารหนี้และตราสารทุนต่างก็มีบทบาทสำคัญในพอร์ตการลงทุน ซึ่งไม่มีแบบใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการเงินและความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้มากกว่า และการเข้าใจความต่างระหว่างการเป็น เจ้าหนี้ กับการเป็น เจ้าของ ก็เป็นก้าวแรกที่จะช่วยให้คุณเลือกลงทุนได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...