โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สืบ 3 รวบหมอเถื่อนวัย 74 ปลอมชื่อ-ปลอมเอกสาร สมัครพาร์ตไทม์รักษาผู้ป่วย คลินิกย่านลาดพร้าว พบใช้เงินเล่นพนัน

tvpoolonline.com

อัพเดต 05 ก.ย 2568 เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2568 เวลา 07.19 น. • TV Pool

วันที่ 5 กันยายน 2568 พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3 พร้อมด้วยกำลังจับกุมนายบุญมาก พันสีลา อายุ 74 ปี ผู้แอบอ้างเป็น “นพ.มานิตย์ จารุวรรณ” ปลอมบัตรใบอนุญาตและเอกสารเพื่อสมัครงานเป็นแพทย์พาร์ตไทม์ในคลินิกเวชกรรมหลายแห่ง โดยถูกจับกุมตัวที่คลินิกแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าว 48 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง ขณะกำลังตรวจรักษาผู้ป่วยที่มาใช้สิทธิ สปสช.

การจับกุมเกิดขึ้นหลัง พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 รับแจ้งว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นแพทย์ใช้ชื่อนพ.มานิตย์ ไปสมัครทำงานและรักษาคนไข้ในคลินิกและห้องพยาบาลของโรงงานหลายแห่ง ซึ่งเป็นภัยต่อสาธารณสุข เพราะอาจก่อให้เกิดความผิดพลาดในการรักษาและอันตรายต่อผู้ป่วย

จากการตรวจสอบที่คลินิกเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2568 เวลาประมาณ 15.30 น. ตำรวจพบตรายางและเอกสารที่ใช้ในคลินิกระบุชื่อนพ.มานิตย์ พร้อมบันทึกการรักษาเจ้าตัวจึงถูกควบคุมตัวและตรวจสอบเอกสาร พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ทำให้พนักงานพยาบาลและคนไข้ตกใจเป็นอย่างมาก

การสอบสวนเผยว่า นายบุญมากเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ถูกจับดำเนินคดีมาแล้ว 2 ครั้ง และในคดีเก่าที่จังหวัดระยอง ถูกอ่านคำพิพากษาลับหลังจำคุก 1 ปี 2 เดือน เนื่องจากไม่ไปฟังคำพิพากษา ศาลจังหวัดระยองจึงได้ออกหมายจับไว้ (หมายจับที่ 540/2565 ลง 30 พ.ย. 2565) ก่อนเจ้าหน้าที่จะจับกุมตัวครั้งนี้ได้

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ปลอมเอกสารของ นพ.มานิตย์ เนื่องจากเห็นว่าอาชีพแพทย์มีรายได้ดี จึงนำเอกสารปลอมไปสมัครงานพาร์ตไทม์ตามคลินิกและห้องพยาบาลของโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา และระยอง โดยรายได้ชั่วโมงละประมาณ 500–1,000 บาท ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ถูกนำไปเล่นการพนันจนหมด

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่นำตัวนายบุญมากส่งศาลจังหวัดระยองเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาที่มีอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน กก.สส.บก.น.3 จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษความผิดที่กระทำในคลินิกย่านลาดพร้าว 48 ต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมทั้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดต่อพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม และความผิดต่อพระราชบัญญัติยา

เจ้าหน้าที่เตือนให้ผู้ประกอบการคลินิกและโรงพยาบาลตรวจสอบเอกสารประจำตัวบุคลากรอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแอบอ้างและภัยต่อผู้ป่วย.

ข่าวที่น่าสนใจ

สวยสะเทือน! ‘กชเบล’ ปล่อยของ ฟาดลุคควีนดาเมจแรง! ลั่นพร้อมชิงมงทอง MGI 2025!

ผบก.ตม.2 ยืนยัน ทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศ ไปสิงคโปร์อย่างถูกต้อง พบไม่มีหมายจับหรือคำสั่งศาลห้ามเดินทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...