โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MUFG มีรายได้ 45% จากเอเชีย โดยครึ่งหนึ่งมาจาก ‘แบงก์กรุงศรี’ ในไทย

TODAY

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 15.28 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 08.28 น. • workpointTODAY

ในวาระครบรอบ 80 ปี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้สะท้อนเส้นทางการเติบโตจากจุดเริ่มต้นสู่การเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของประเทศไทย และปัจจุบันให้บริการลูกค้ากว่า 19 ล้านรายทั่วภูมิภาคอาเซียน

ซึ่งประเทศไทยยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต โดยทั้งธนาคารกรุงศรีฯ และบริษัทแม่อย่าง MUFG (Mitsubishi UFJ Financial Group) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ต่างยืนยันว่าตลาดไทยมีบทบาทหลักในภูมิภาค ด้วยสัดส่วนรายได้ 45% ของ MUFG ในเอเชียมาจากประเทศไทย ซึ่งคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้ในอาเซียนทั้งหมด

แม้จะเผชิญความท้าทาย ทั้งหนี้ครัวเรือน สังคมผู้สูงวัย และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว แต่ไทยยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์ที่ MUFG ให้ความสำคัญสูงสุด

[ ESG คือ DNA ]

โดย ‘คาเนทสุกุ มิเกะ’ ประธานกรรมการของ MUFG เปิดเผยว่า กลยุทธ์ของกลุ่มในระยะกลาง ( 2567-2669 ) ยังคงเน้นการเติบโตผ่านธนาคารกรุงศรี โดยเฉพาะในบริบทของเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่ไม่ได้จำกัดเพียงการสนับสนุนธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอนต่ำเท่านั้น แต่ยังให้ความร่วมมือในการลดและเปลี่ยนผ่าน ธุรกิจที่ยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ ให้ก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ได้ในอนาคต

นอกจากนี้ MUFG ยังมองว่า Digital Transformation คือโอกาสสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน พร้อมสนับสนุนการลงทุนระยะยาว เช่น การพัฒนา AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ด้าน‘เคนอิจิ ยามาโตะ’ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันเรื่อง ความยั่งยืน (ESG) ว่าไม่ใช่แค่กลยุทธ์ แต่เป็นถึงองค์ประกอบหลักในการทำงาน

โดยธนาคารตั้งเป้า ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2573 ซึ่งในปี 2567 ก็สามารถลดการปล่อยได้แล้ว 9-10% ผ่านมาตรการ เช่น ใช้รถ EV และติดตั้งโซลาร์เซลล์ในสาขาธนาคาร

[ ปรับเป้าสินเชื่อสีเขียว ]

ด้านการปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน กรุงศรีฯ ตั้งเป้าปล่อยกู้ 2.5 แสนล้านบาทภายในปี 2573 ซึ่งในตอนนี่สามารถปล่อยไปแล้วกว่า 2.2 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ พลังงาน ขนส่ง และประมง ผ่านโครงการ Blue Loan ที่เน้นการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

และเพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธนาคารกรุงศรีฯ วางแนวทางการเติบโตอย่างมั่นคงไว้ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

1.กลยุทธ์และความร่วมมือระดับภูมิภาค : เชื่อมโยงโครงการต่าง ๆ กับนโยบายของประเทศ พร้อมใช้เครือข่ายของ MUFG ในการเสริมศักยภาพลูกค้าทั่วอาเซียน

2.นวัตกรรมดิจิทัล : ลงทุนในเทคโนโลยีและ AI เพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้ตอบโจทย์ยุคใหม่ พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน

3.ความยั่งยืนในทุกมิติ : บูรณาการ ESG เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ สร้างสังคมที่เติบโตอย่างรับผิดชอบและสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต

[ สถาบันการเงินอันดับ 5 ของไทย ]

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศไทย และเรายังเชื่อมั่นว่าไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตที่ดี แม้ปัจจุบันหลายฝ่ายจับตามองผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ (Reciprocal Tariffs) ก็ตาม

ทาง MUFG กลับมองว่า สิ่งสำคัญกว่าคือ โครงสร้างพื้นฐาน และ นโยบายอุตสาหกรรมของประเทศปลายทาง ซึ่งไทยยังคงมีความได้เปรียบ ทั้งในแง่ของอัตราภาษีที่ใกล้เคียงเพื่อนบ้าน และความหลากหลายของอุตสาหกรรม

แม้เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวในบางช่วง แต่ไทยยังมีจุดแข็งที่หาได้ยาก เช่น อุตสาหกรรมหลากหลาย และห่วงโซ่การผลิตที่แข็งแรงอยู่

ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา กรุงศรีได้ผ่านพ้นทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก การยืนหยัดได้อย่างมั่นคงท่ามกลางสถานการณ์เหล่านี้ ได้หล่อหลอมให้เราแข็งแกร่งขึ้น พร้อมรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนในยุคปัจจุบัน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราเชื่อมั่นว่าความยืดหยุ่นและความพร้อมของเรา จะทำให้สามารถก้าวข้ามทุกบททดสอบไปได้อย่างมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...