โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดยอด แรงงานกัมพูชาในไทย เหลือไม่ถึง 5 แสนคน หลังเกิดความขัดแย้ง

Khaosod

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 04.16 น.
เปิดยอด แรงงานกัมพูชาในไทย เหลือไม่ถึง 5 แสนคน หลังเกิดความขัดแย้ง

เปิดยอด แรงงานกัมพูชาในไทย เหลือไม่ถึง 5 แสนคน หลังเกิดความขัดแย้ง กระทรวงแรงงาน เร่งดึง 3 แนวทางบริหารจัดการคนทดแทน

วันที่ 7 ต.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงแรงงาน ถึงจำนวนแรงงานสัญชาติกัมพูชา ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานคงเหลือในประเทศไทยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2568) ว่า แรงงานกัมพูชาที่ได้รับใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย มีทั้งสิ้น จำนวน 490,534 คน จำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • แรงงานที่เข้ามาทำงานโดยใช้ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ (Work Permit) จำนวน 676 คน

  • แรงงานที่เข้ามาทำงานโดยใช้แรงกายเป็นหลัก จำนวน 489,858 คน แบ่งเป็น

  • แรงงานที่เข้ามาทำงานตาม MoU จำนวน 162,015 คน

  • แรงงานที่เข้ามาทำงานแบบไป-กลับ หรือตามฤดูกาล จำนวน 27,017 คน

  • แรงงานที่เข้ามาทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 300,826 คน

ส่วนจำนวนแรงงานกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานคงเหลือในประเทศไทย ช่วงก่อนเกิดการปะทะ (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2568) มีทั้งสิ้น จำนวน 512,207 คน จำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • แรงงานที่เข้ามาทำงานโดยใช้ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ (Work Permit) จำนวน 765 คน
  • แรงงานที่เข้ามาทำงานโดยใช้แรงกายเป็นหลัก จำนวน 511,442 คน แบ่งออกเป็น แรงงานที่เข้ามาทำงานตาม MoU จำนวน 183,704 คน, แรงงานที่เข้ามาทำงานแบบไป-กลับ หรือตามฤดูกาล จำนวน 22,297 คน และแรงงานที่เข้ามาทำงานตามมติครม. จำนวน 305,441 คน

กระทรวงแรงงาน ยังระบุต่อว่า จากสถานการณ์การปิดด่านชายแดนไทย - กัมพูชา ส่งผลให้แรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานโดย Border Pass เพื่อทำงานแบบไป - กลับ หรือตามฤดูกาล เดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชามากที่สุด ส่วนใหญ่เข้ามาทำงานกิจการเกษตรและปศุสัตว์

เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่เดินทางกลับเป็นผู้ใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass) เนื่องจากแรงงานกัมพูชา มีความกังวลกรณีการปิดด่าน โดยหากยังอยู่ในประเทศไทยและระยะเวลาการให้พำนักสิ้นสุด จะได้รับโทษ Over Stay ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองของประเทศไทย จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร

อย่างไรก็ดี หากแรงงานจำนวนดังกล่าวเดินทางกลับประเทศ ก็ยังมีแรงงาน 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว เมียนมา เวียดนาม ที่เหลือทดแทนได้ โดยพบว่า คนกัมพูชาส่วนใหญ่เข้ามาประกอบอาชีพกรรมกร อยู่ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครมากที่สุด

สำหรับแนวทางการดำเนินการรับมือแรงงานกัมพูชาทะลักเข้ามาในไทย ได้แก่

  • ดูแลสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของแรงงาน
  • ส่งเสริมให้แรงงานเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนแรงงาน
  • ลดแรงจูงใจในการเข้ามาแบบผิดกฎหมายโดยปราบปรามนายหน้าหรือขบวนการค้ามนุษย์
  • ให้ความรู้แก่แรงงานเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง

นอกจากนี้ ยังระบุถึงมาตรการการบริหารจัดการคนต่างด้าวเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน มี 3 แนวทาง ได้แก่

  • มาตรการรักษาของเดิมให้แรงงานยังอยู่ในระบบอย่างถูกต้อง เช่น การต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 และการผ่อนผันให้แรงงานกัมพูชาที่ถือบัตรผ่านแดน (Border Pass) ทำงานบริเวณชายแดน ตามมติครม.เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568
  • มาตรการเพิ่มเติมของใหม่ การพิจารณาให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาสามารถออกมาทำงานได้ และการทำ MoU/Agreement ด้านการจ้างแรงงานสัญชาติอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ศรีลังกา และการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายตามมติครม. เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568
  • มาตรการจัดหาแรงงานไทยทดแทนแรงงานต่างด้าว โครงการบริการจัดหางานและอาชีพการให้บริการจัดหางานในประเทศ ให้บริการจัดหางานแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดยอด แรงงานกัมพูชาในไทย เหลือไม่ถึง 5 แสนคน หลังเกิดความขัดแย้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...