โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

POP: 3 กันยายน วันเกิด ‘โดราเอม่อน’ แม้จะไม่ใช่หุ่นยนต์แมวที่สมบูรณ์แบบ แต่โดราเอม่อนก็ทำหน้าที่เป็น ‘เพื่อนแท้’ ได้อย่างเต็มหัวใจ

BrandThink

เผยแพร่ 03 ก.ย 2568 เวลา 07.00 น.

ถ้าหากความกล้าหาญคือสิ่งที่ทำให้เราเอ็นดูโนบิตะ ความอบอุ่นก็คือสิ่งที่ทำให้เราไม่เคยหยุดรัก ‘โดราเอม่อน’ เช่นกัน

[โดราเอม่อนเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?]

โดราเอม่อนถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1969 จากปลายปากกาของ ‘ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ’ (Fujiko Fujio) ซึ่งเป็นนามปากกาจากคนสองคนคือ ‘ฟูจิโมโตะ ฮิโรชิ’ (Hiroshi Fujimoto) และ ‘อาบิโกะ โมโตโอะ’ (Motoo Abiko)

พวกเขาได้แรงบันดาลใจในการสร้างโดราเอม่อนจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การที่เขาต้องการเครื่องจักรที่สามารถคิดไอเดียให้เขาได้, การสะดุดของเล่นของลูกสาว รวมถึงการได้ยินเสียงแมวทะเลาะกันในละแวกบ้าน สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ตัวละคร ‘โดราเอม่อน’

ต่อมา ทั้งสองได้กำหนดวันเกิดให้กับโดราเอม่อนเป็นหุ่นยนต์แมวในศตวรรษที่ 22 โดยให้เกิดในวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2112 ถูกผลิตที่โรงงานผลิตหุ่นยนต์แมวในอนาคต หรือ Matsushiba Robot Factory พร้อมรหัสประจำตัว MS-903 โดยตัวเลขถูกอ้างอิงมาจากวันเกิดในวันที่ 3 เดือน 9 นั่นเอง

ทั้งนี้จะตรงกับวันนี้ในอีก 87 ปีข้างหน้า BrandThink จึงอยากพาทุกคนไปส่อง ‘ความอบอุ่น’ ของน้องหุ่นยนต์แมวสีฟ้าที่ชื่อว่า ‘โดราเอม่อน’ ตัวนี้กัน!

ถึงแม้ในสายตาของโนบิตะและสำหรับเด็กหลายคน โดราเอม่อน ตัวละครหุ่นยนต์แมว? ทานูกิ? หรือแรคคูน? จะดูเหมือนไร้ที่ติคนมาตลอดหลายทศวรรษ…แต่ใครว่าหุ่นยนต์ที่สมองเป็นปัญญาประดิษฐ์จะต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป

เพราะจริงๆ แล้ว เจ้าโดราเอม่อนก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบเสียเท่าไรนะ! โดราเอม่อนกลัวหนูเหมือนที่เรากลัวบางสิ่งบางอย่างในชีวิต โดยอาจจะเป็นตุ๊กแก แมลงสาบ ความมืด ห้องแคบ หรือแม้กระทั่งของวิเศษในกระเป๋าด้านหน้าท้องกลมๆ ของโดราเอม่อน บางครั้งมันก็นำพาไปสู่ปัญหาใหม่ๆ แทนที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเช่นกัน

แต่สิ่งที่โดราเอม่อนยังรักษาให้คงที่เสมอมา ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด คือการเป็น ‘เพื่อนแท้’ ที่อยู่เคียงข้างโนบิตะ เช่นเดียวกับมนุษย์ผู้เป็นเพื่อนแท้ที่พร้อมคอยปกป้องเพื่อนหรือคนที่เรารัก แม้ตัวเองจะกำลังรู้สึกหวาดกลัวจนสั่นเกร็งในหลายๆ ครา

ยกตัวอย่างเดอะมูฟวี่อย่าง ‘ไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ’ (Doraemon: Nobita’s New Dinosaur) ถ้าหากทุกคนยังจำกันได้ ล่าสุดเมื่อปี 2020 สตูดิโอผู้ผลิต ‘ชินเออิ แอนิเมชัน’ ได้ตัดสินใจผลิตภาคนี้ขึ้นมา เนื่องด้วยเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปี กับไดโนเสาร์ตัวสีส้มๆ ที่คุ้นเคยกัน

ทั้งนี้ในฉบับปี 2020 โนบิตะได้เลี้ยงเจ้าโดโนเสาร์ฝาแฝดนามว่า ‘คิว’ กับ ‘มิว’ แต่สุดท้ายก็กลายเป็นความเศร้าจากการพลัดพราก โนบิตะจำต้องยอมปล่อยน้องๆ กลับเข้าสู่ยุคดึกดำบรรพ์

ในฉากร่ำลาระหว่างโนบิตะและไดโนเสาร์นั้น ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของโนบิตะ แต่โดราเอม่อนก็ยังคอยอยู่เคียงข้างโนบิตะเสมอมา สะท้อนถึง ‘การแบ่งเบาความเจ็บปวดทางใจ’ ที่ทั้งสองคอยช่วยแบกให้กันและกัน

หรือเดอะมูฟวี่ในตำนานที่แฟนๆ ทุกคนต่างยกให้เป็นเดอะมูฟวี่ที่จมดิ่งมากที่สุด อย่าง ‘โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่: โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก’ (Doraemon: Nobita and the Steel Troops) ที่ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 1986 และถูกนำมาสร้างใหม่ในปี 2011

ในฉากไคลแม็กซ์ที่หุ่นยนต์ยักษ์เริ่มไม่สามารถควบคุมตนเองได้ โนบิตะพยายามปกป้องชิซึกะ โดราเอม่อนไม่อยากให้โนบิตะต้องเสี่ยงคนเดียว จึงตัดสินใจเสี่ยงชีวิตของตนเอง เพื่อให้โนบิตะปลอดภัย ถึงแม้รู้ดีว่าร่างกายของตัวเองอาจสลายกลายเป็นเศษเหล็ก

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเดอะมูฟวี่ที่แสดงถึงบทบาทของโดราเอม่อน ที่ไม่ใช่แค่เพียงผู้ช่วย แต่คือเพื่อนแท้ที่พร้อมเคียงข้างและสู้ไปด้วยกันในทุกสถานการณ์

แล้วทำไมความเป็นเพื่อนแท้และความอบอุ่นของโดราเอม่อน ตัวละครที่ไม่ได้มีอยู่จริง ถึงสำคัญขนาดนั้น?

หากมองย้อนกลับไป ฟูจิโมโตะและอาบิโกะ ผู้สร้างโดราเอม่อน ต่างเติบโตในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถหลีกหนีจากโลกแห่งสงครามอันเต็มไปด้วยผู้คนที่โมโหโกรธาได้ มิหนำซ้ำยังถูกระบบการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น กดทับจากคราบของความเป็นชาตินิยม ด้วยผู้คนต่างกำลังเทิดทูนจักรพรรดิ

ถึงแม้ฟูจิโมะโตะและอาบิโกะจะไม่ได้กล่าวโดยตรงว่า แรงบันดาลใจในการสร้างโดราเอม่อน มาจากบริบทสงครามหรือความเหงาที่ก่อตัวท่ามกลางโลกอันหม่นหมอง หากแต่ถ้าให้วิเคราะห์จริงจัง การมีอยู่ของโดราเอม่อนนั้นสามารถสะท้อนออกมาได้อย่างหลากหลายนัย

อย่างแรกที่จริงแท้แน่นอนคือ ‘มิตรภาพแท้จริง…ต้องข้ามพันข้อจำกัด’ ไม่ว่าจะเป็น เวลาหรือระยะทาง ที่โดราเอม่อนต้องข้ามกาลเวลาเพื่อมาดูแลโนบิตะ หรือแม้แต่เชื้อชาติและสายพันธุ์ที่แตกต่าง นั่นคือ ‘มนุษย์และหุ่นยนต์’ ซึ่งถ้าให้เปรียบกับโลกจริง ก็อาจคือสีผิวและอัตลักษณ์ทางเพศได้เช่นกัน

อย่างที่สอง คือการที่โดราเอม่อนเกิดขึ้นหลังช่วงสงครามนั้น ถือว่าสำคัญกับมนุษย์ที่กำลังต้องการบรรยากาศการฟื้นฟู และมองหาความอบอุ่นทางใจเป็นอย่างมาก โดราเอม่อนจึงทำหน้าที่คล้ายๆ กับ ‘เพื่อนที่ไม่มีวันหักหลัง’ ภายใต้ยุคที่เด็กๆ ต้องเผชิญความกดดันหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น การเรียน การแข่งขัน รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในครอบครัว

ดังนั้น ไม่ว่าของวิเศษภายในการ์ตูนจะดู ‘วิเศษ’ และน่าสนุกสำหรับเด็กๆ หรือผู้ใหญ่วัยทำงานอย่างเรามากขนาดไหน แต่ความเป็น ‘เพื่อนที่ไว้ใจกัน’ ระหว่างโดราเอม่อนและโนบิตะนั้นก็อาจกลายเป็นสิ่งที่ ‘สำคัญ’ มากกว่า

เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่การ์ตูนผจญภัย ทำภารกิจ และต้องเผชิญกับวายร้ายไปวันๆ หากแต่เป็นการ์ตูน ‘มิตรภาพ’ ที่เป็นสัญลักษณ์อันแสดงถึงวัฒนธรรมที่ปลูกฝังให้เด็กว่า ‘มนุษย์ทุกคนสมควรมีเพื่อนอยู่เคียงข้างเสมอ’ ไม่ว่าเขาจะเป็นคนที่อ่อนแอเพียงใดก็ตาม

สุดท้ายนี้ หากแฟนๆ โดราเอม่อนคนไทยคนไหนคิดถึงเจ้าโดราเอม่อน ความเป็นเพื่อนแท้ หรือบรรยากาศวัยเด็กที่ต้องตื่นเช้ามาดูช่อง 9 การ์ตูน ทุกเช้าวันหยุด ทุกคนเตรียมเฮได้เลย!

เพราะในวันเสาร์ที่ 6 กันยายน เวลา 9 โมงเช้า โดราเอม่อนกำลังจะมาเที่ยวไทย ที่ตลาดขึ้นชื่ออย่าง ‘ตลาดน้ำดำเนินสะดวก’ ภายใต้ชื่อตอนว่า ‘อยากพบเธอคนนั้นที่เมืองไทย’ เห็นว่าจะมีการเคารพวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของคนไทยหลายอย่างด้วยนะ เช่น พายเรือขายอาหารในน้ำ, นั่งรถตุ๊กตุ๊ก ไปจนถึงประเพณีแห่นางแมว!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...