นายกฯ “อนุทิน” นำทีมเศรษฐกิจ ถกสมาคมธนาคารไทย เร่งแก้หนี้ครัวเรือน-อัดฉีดสินเชื่อ SMEs
นายกฯ "อนุทิน" นำทีมเศรษฐกิจ เยือน สมาคมธนาคารไทย ครั้งแรกในรอบ 58 ปี ชู "Quick Big Win" เร่งแก้หนี้ครัวเรือน-อัดฉีดสินเชื่อ SMEs
22 ก.ย. 2568 เวลา 11.30 น.ที่สมาคมธนาคารไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนำทีมเศรษฐกิจหารือกับ สมาคมธนาคารไทยว่าวันนี้ได้หารือกับสมาคมธนาคารไทยในประเด็นที่รัฐบาลมีความห่วงใยและมาขอรับการสนับสนุนจากสมาคมฯ เช่น เรื่องหนี้ครัวเรือน ทั้งหนี้ภาคประชาชนและหนี้ธุรกิจ รวมถึงขอให้สมาคมธนาคารไทยพิจารณาผ่อนปรนเพื่อเร่งให้มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มีศักยภาพ
“เราได้รับฟังความเห็นและความกังวลของธนาคารต่าง ๆ วันนี้สถาบันการเงินต้องแข่งขันกับภูมิภาคด้วย ต้องทำให้ระบบธนาคารไทยกลับมาเป็นผู้นำในอาเซียนได้อีกครั้งและสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลทำได้จะเร่งดำเนินการให้ เรื่องนี้ผมไม่กังวลเพราะทีมเศรษฐกิจมีประสบการณ์ เคยเป็นทั้งนายแบงก์เก่ามาก่อน หลังจากนี้ท่านหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจะนำการหารือในวันนี้ไปสู่การปฏิบัติให้เร็วที่สุด”
ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งการเพิ่มศักยภาพของประเทศไทย เพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน การเพิ่มมูลค่าในภาคการท่องเที่ยว บริการ การแพทย์ เกษตรกรรมทั้งของผู้ผลิต แปรรูป ยานยนต์ และอุตสาหกรรมไฮเทค
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาหลายด้านที่ต้องแก้ไข โดยนโยบายของรัฐบาลคือการฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน
“ท่านนายกฯ ได้ให้นโยบายว่า เราจะฟื้นเศรษฐกิจไทยอย่างไรให้เร็วแต่ต้องยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และแก้ปัญหาเก่า ๆ ของประเทศ”
สำหรับการหารือกับสมาคมธนาคารไทยวันนี้เพื่อทำงานร่วมกันในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและสภาพคล่องของเอสเอ็มอี รวมถึงการผลักดันให้เอสเอ็มอีไทยแข่งขันได้ในโลกยุคใหม่
“ก่อนหน้านี้เราได้ไปคุยกับสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าเพื่อรับทราบปัญหาของผู้ประกอบการ ซึ่งภาคธนาคารจะเป็นเหมือนน้ำมันหล่อลื่นที่จะไปทำให้เครื่องจักรหรือผู้ประกอบการทำงานได้ นโยบายของท่านนายกฯ คือภายในเวลาสั้น ๆ ที่มี ต้องทำให้เป็น Quick Big Win เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ นี่คือโจทย์ที่ผมรับมาเพื่อไปทำการบ้านต่อ”
นายผยง ศรีวณิชย์ ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า วันนี้รัฐบาลฝากโจทย์ใหญ่เรื่องหนี้ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม หนี้ครัวเรือนเป็นเพียง 1 ปัญหาของเศรษฐกิจ โดยการแก้ปัญหาจากที่รัฐบาลมีระยะเวลาสั้นเพียง 4 เดือน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน
“วันนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 58 ปี ที่นายกฯ พร้อมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมาหาเราเอง ก็มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน วันนี้เราไม่ได้ขออะไรเพิ่มเติมจากรัฐบาล เพราะท่านเข้าใจอยู่แล้ว และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลยังประกอบไปด้วยผู้มีประสบการณ์จากทั้งภาคการเงินการธนาคาร ตลาดทุน พลังงาน และการค้าขาย”
ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาสภาพคล่อง นายผยง เปิดเผยว่า สภาพคล่องไม่ได้มีปัญหาในตัวเอง เพียงแต่ไม่สามารถไหลไปสู่จุดที่ต้องการได้ ดังนั้นต้องไปพิจารณาเรื่องข้อติดขัดที่จะเร่งดำเนินการให้ได้ อย่างไรก็ตามต้องรอความชัดเจนในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
“ปัญหาสภาพคล่อง เรื่องการปรับปรุงเครดิต หรือ Credit Enhancement ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญอีกส่วนคือข้อมูลที่ระบบยังไม่ค่อยมี เอสเอ็มอีบ้านเราอยู่นอกระบบมากถึง 48% ทำให้ไม่มีข้อมูลและนำไปสู่ความสับสน สะท้อนไปถึงคุณภาพของหนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจในเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเป็นนักธุรกิจ เข้าใจทุกข้อต่อของห่วงโซ่อุปทาน และองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด”