โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อสมัครใจลาออก จะจัดการเงินให้อยู่รอดยังไง ทริก 4 ขั้นตอน รับมือจุดเปลี่ยนใหญ่มนุษย์เงินเดือน

Thairath Money

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 13.15 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 13.15 น.
ภาพไฮไลต์

เป็นข่าวฮอตกลางเดือนสิงหาคมนี้ เมื่อธนาคารกสิกรไทยออกประกาศภายใน เริ่มโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดภายใต้ชื่อ “โครงการเกษียณก่อน เกษมสุข” โดยให้พนักงานที่มีอายุ 45-60 ปี สามารถยื่นใบสมัครเข้าร่วมโครงการ ภายใน 15 สิงหาคม - 7 ตุลาคม 2568 และผู้ที่ได้รับการอนุมัติจากธนาคารจะถือเป็นการลาออกก่อนเกษียณอายุ และมีผลตั้งแต่ 1 ธันวาคม ปีนี้

สำหรับมนุษย์เงินเดือนหลายคนที่ได้ยินข่าวนี้ เริ่มร้อนๆ หนาวๆ ว่า เศรษฐกิจไทยที่เติบโตไม่ถึง 2% ในปีนี้และโตต่ำมาอย่างต่อเนื่อง จากรายงานข่าวเรื่องจีดีพีจากสภาพัฒน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ผสมกับอารมณ์ความรู้สึกเรื่องเศรษฐกิจไทยไปไม่ถึงไหนหลังการเลือกตั้งปี 2566

ทำให้มนุษย์เงินเดือนต้องคิดทบทวนว่า หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินใดๆ จะทำยังไงกับภาระที่มีอยู่

แม้การสมัครใจลาออก จะได้รับเงินก้อนโตทั้งจากเงินชดเชยการเข้าโครงการสมัครใจลาออก, เงินช่วยเหลือพิเศษ, เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) และผลประโยชน์อื่นๆ ที่สะสมไว้

แต่เงินก้อนนี้ ไม่ใช่ “เงินรางวัล” หากเป็น “ต้นทุนชีวิต” หลังออกจากงาน ที่ต้องบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตและสิ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อไปจนถึงวัยสูงอายุ หรือจนกว่าจะมีงานใหม่ เงินใหม่เข้ามาเติม

เปิด 4 ขั้นตอน คู่มือมนุษย์เงินเดือน ที่คิดจะ “สมัครใจลาออก”

แนวทางสำหรับผู้ที่อาจพบกับสถานการณ์ เช่นกรณีพนักงานบางส่วนของธนาคารดังกล่าว มี 4 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: "ตั้งสติ" ก่อน "ตั้งตัว" - สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อได้รับเงินก้อน

เมื่อเงินจำนวนมากเข้าบัญชี สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "การตั้งสติ" อย่าเพิ่งรีบร้อนนำเงินไปใช้จ่ายก้อนโต หรือลงทุนตามคำชวนของใคร

  • พักเงินไว้ในที่ปลอดภัย: นำเงินทั้งก้อนไปฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือบัญชีฝากประจำระยะสั้นที่ถอนง่ายและมีความเสี่ยงต่ำที่สุด เพื่อป้องกันการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น และให้เวลาตัวเองได้ทบทวนแผนการเงินอย่างรอบคอบ
  • สำรวจสถานะทางการเงินทั้งหมด: ทำบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่

-ทรัพย์สิน: เงินก้อนที่ได้รับ, เงินฝากอื่นๆ, การลงทุน, อสังหาริมทรัพย์, ยานพาหนะ

-หนี้สิน: หนี้บ้าน, หนี้รถ, หนี้บัตรเครดิต, หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล

-เป้าหมาย: เพื่อให้เห็นภาพรวมทางการเงินที่แท้จริงว่ามี "ทุนชีวิตสุทธิ” เท่าไหร่

ขั้นตอนที่ 2: ทำความเข้าใจ "ขุมทรัพย์" ในมือ - เงินก้อนนี้มาจากไหนบ้าง?

เงินก้อนที่ได้รับประกอบด้วยส่วนต่างๆ ซึ่งมีที่มาและเงื่อนไขทางภาษีแตกต่างกัน การทำความเข้าใจส่วนประกอบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญมาก

1.เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน และเงินช่วยเหลือพิเศษ

-จากกรณีนี้ สมมติ คุณมีอายุงาน 25 ปี มีเงินเดือนขั้นสุดท้ายก่อนออกคือ 55,000 บาท นั่นหมายความคุณจะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานสูงสุดคือ 400 วันของค่าจ้างสุดท้าย (ประมาณ 733,333 บาท จากฐานเงินเดือน 55,000 บาท)

-อาจมีเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่มเติมตามนโยบายของบริษัท

แต่สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักมากๆ คือ เรื่องภาษี เพราะเงินชดเชยส่วนนี้ หากไม่เกิน 300,000 บาทแรก จะได้รับการยกเว้นภาษี ส่วนที่เกินจะต้องนำไปคำนวณภาษี แต่สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบพิเศษได้

2.เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) นี่คือเงินก้อนสำคัญที่สุดที่เก็บออมมาตลอดการทำงานของมนุษย์เงินเดือน และเป็นหัวใจของแผนการเกษียณ

ทางเลือกในการจัดการ:

-คงไว้ที่กองทุนเดิม (ถ้าเงื่อนไขอนุญาต): เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน สามารถคงสถานะไว้เพื่อรอให้เงินเติบโตต่อไป บางแห่งให้คงไว้นานสุดถึง 1 ปี

-โอนย้ายไปยัง RMF (Retirement Mutual Fund) กองอื่นๆ: ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อ "เลื่อน" การเสียภาษีออกไปก่อน และให้เงินได้ลงทุนต่อเนื่อง และสามารถทยอยขายคืนเมื่อต้องการใช้เงินหลังอายุ 55 ปีบริบูรณ์

-รับเป็นเงินก้อนออกมาทั้งหมด: เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาเป็นอันดับสุดท้าย เพราะเงินส่วนนี้ (ทั้งส่วนของนายจ้างและผลประโยชน์) จะต้องถูกนำไปคำนวณภาษี ซึ่งอาจทำให้เสียภาษีจำนวนมาก และทำให้เงินทุนสำหรับเกษียณลดลงอย่างน่าเสียดาย

3.เงินสะสมประกันสังคม (กรณีชราภาพ): นี่ไม่ใช่เงินก้อนที่จะได้รับทันที แต่เป็นหลักประกันในอนาคต

เมื่อคุณอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน จะสามารถยื่นขอรับ "เงินบำนาญชราภาพ" ได้ ซึ่งจะได้รับเป็นรายเดือนไปตลอดชีวิต

จากกรณีตัวอย่าง สมมติ คุณมีอายุงาน 25 ปี แต่มีอายุ 47 ปี ณ วันเข้าโครงการสมัครใจลาออก และคุณส่งเงินสมทบประกันสังคมมาตลอด 25 ปี โดยใช้ฐานเงินเดือนสูงสุด (15,000 บาท) จะได้รับบำนาญประมาณเดือนละ 4,000 - 5,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพแน่นอน ดังนั้นจึงต้องวางแผนการเงินส่วนอื่นเสริม

ขั้นตอนที่ 3: สร้างแผน "กระแสเงินสด" รับมือช่วงว่างงาน หรือก่อนจะอายุครบ 55 ปี

ช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดคือ "8 ปี" ก่อนที่คุณจะอายุครบ 55 ปี ซึ่งเป็นวัยที่สามารถรับบำนาญชราภาพจากประกันสังคมได้ คุณต้องวางแผนให้เงินก้อนที่มีอยู่สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตและสร้างผลตอบแทนให้ได้ ด้วยวิธีเช่น

1.จัดทำงบประมาณรายเดือนใหม่: โดยต้องลืมเงินเดือน 55,000 บาทไปก่อน แล้วคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆ ในแต่ละเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน/รถ, ค่าน้ำไฟ, ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่ารักษาพยาบาล

2.กันเงินสำรองฉุกเฉิน: สำรองเงินสดสำหรับค่าใช้จ่าย 6-12 เดือน ไว้ในบัญชีที่ถอนง่ายที่สุด เผื่อกรณีเจ็บป่วยหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

3.จัดการหนี้สิน: นำเงินส่วนหนึ่งไป "ปิดหนี้" ที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อลดภาระรายจ่ายและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

4.วางแผนสิทธิประกันสังคมและสุขภาพ: สิทธิประกันสังคมของคุณจะสิ้นสุดลงหลังลาออก ควรตัดสินใจว่าจะรักษาสิทธิต่อหรือไม่

  • สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39: จ่ายเงินสมทบ 432 บาท/เดือน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์หลักๆ เช่น กรณีเจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต และยังคงนับระยะเวลาเพื่อคำนวณเงินบำนาญชราภาพต่อไป เป็นทางเลือกที่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับคนที่ยังไม่มีสวัสดิการอื่นรองรับ
  • ซื้อประกันสุขภาพส่วนตัว: หากต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น ควรเจียดเงินมาซื้อประกันสุขภาพเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลที่อาจบั่นทอนเงินเก็บทั้งชีวิต

ขั้นตอนที่ 4: "ต่อยอดเงิน" วางกลยุทธ์ลงทุนสร้างความมั่งคั่ง

เมื่อจัดการเรื่องพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาทำให้เงินก้อนที่มีงอกเงย เป้าหมายไม่ใช่การรวยเร็ว แต่เป็นการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและชนะเงินเฟ้อ

1.แบ่งเงินลงทุนเป็น 3 ส่วน (Bucket Strategy):

ส่วนที่ 1: สภาพคล่อง (1-3 ปี): เงินสำหรับใช้จ่ายในระยะสั้น ควรอยู่ในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝากประจำ, กองทุนรวมตลาดเงิน, กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น

ส่วนที่ 2: สร้างการเติบโต (3-7 ปี): เงินส่วนกลางที่ต้องการผลตอบแทนมากขึ้น แต่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง อาจลงทุนในกองทุนรวมผสม, หุ้นกู้เอกชนคุณภาพดี, หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า

ส่วนที่ 3: เติบโตระยะยาว (7 ปีขึ้นไป): เงินสำหรับอนาคตหลังเกษียณ สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงสูงขึ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว เช่น กองทุนรวมหุ้นไทย/ต่างประเทศ หรือหุ้นรายตัว ซึ่งแน่นอน คุณต้องศึกษาหาความรู้เรื่องหุ้นและการลงทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะช่วงว่างงาน เพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน การได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ จะทำให้ชีวิตไม่เคว้งคว้าง

2.กระจายความเสี่ยง: อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียว

ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม

3.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ:

การมีที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) ที่น่าเชื่อถือ จะช่วยให้การวางแผนการลงทุนทำได้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ใดๆ แล้วการต้องออกจากงานประจำไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิต เงินก้อนที่ได้รับมาคือเครื่องมือและโอกาสสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน ด้วยการ "ตั้งสติ" วางแผนอย่างรอบคอบ จัดการหนี้สิน ปกป้องความเสี่ยง และต่อยอดเงินลงทุนอย่างถูกวิธี

ด้วยแนวทางจาก 4 ทริกข้างต้น เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้ และมีความสุขกับอิสรภาพทางการเงินที่ออกแบบได้ด้วยตัวเอง เป็นกำลังใจให้มนุษย์เงินเดือนทุกๆ คน

ที่มา: สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, สำนักงานประกันสังคม

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money

เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมื่อสมัครใจลาออก จะจัดการเงินให้อยู่รอดยังไง ทริก 4 ขั้นตอน รับมือจุดเปลี่ยนใหญ่มนุษย์เงินเดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...