โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ว่าที่รัฐมนตรีคลังหนุนแก้ปัญหาคนไทยซื้อทองคำดันเงินบาทแข็งจัด ส่งซิกทั้งมาตรการภาษี ซื้อขายใช้ดอลลาร์สหรัฐแทนเงินบาท

BTimes

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 14.10 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความมีดังนี้ ปัญหาการแข็งค่าของค่าเงินบาท เป็นเพราะคนไทยขายทองจริงหรือไม่ ช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจนต่ำกว่า 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยวเป็นหลัก ทำให้เงินบาทแข็งเกินพื้นฐานอาจกระทบต่อการแข่งขันของประเทศโดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เป็นปัจจัยผลักดันให้เงินบาทแข็ง ก็คือการที่คนไทยแห่ขายทองคำ เมื่อราคาทองคำโลกปรับตัวสูงขึ้น

สาเหตุว่าทำไมขายทองแล้วเงินบาทถึงแข็งค่าว่า มาลองดูแบบง่ายๆ คือ คนไทยถือทองคำอยู่ในมือ ต่อมาเมื่อราคาทองโลกสูงขึ้น เช่น ทะลุ $3,600 ต่อออนซ์ นักลงทุนหรือร้านทองตัดสินใจขายทองออกไปยังตลาดโลก ซึ่งเงินที่ได้รับจากการขายทอง คือดอลลาร์สหรัฐ เมื่อจะนำเงินกลับมาใช้ในไทย ต้องแปลงดอลลาร์กลับเป็นเงินบาททำให้เกิดความต้องการซื้อเงินบาทเพิ่มขึ้นมากในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทจึงแข็งค่าอย่างรวดเร็วจากแรงขายทองรอบใหญ่

ดังนั้น ธปท. มองเรื่องนี้อย่างไร และอาจจะเสนออะไร ซึ่งเคยมีการรวบรวมข้อมูลและธปท. เชื่อว่า การซื้อขายทองคำมีผลต่อค่าเงินบาท ซึ่งถ้าบาทยังแข็งอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการขายทองคำออกไป ธปท. อาจจะเสนอแนวทางให้กระทรวงการคลังพิจารณาใช้กลไกภาษี และมาตรการอื่น เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม อาทิ การซื้อขายทองคำด้วยเงินบาท อาจถูกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ซื้อขายทองคำด้วยดอลลาร์ จะได้รับการยกเว้นภาษี

ซึ่งแนวทางนี้คือการจูงใจให้คนซื้อขายทองโดยไม่กระทบต่อค่าเงินบาท ลดแรงแปลงสกุลเงินที่จะทำให้บาทแข็งเกินพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม จะไม่รวมธุรกรรม การซื้อขายทองคำรูปพรรณของลูกค้ารายย่อยทั่วๆ ไป

ที่ผ่านมา หลายประเทศก็เคยเจอเรื่องคล้ายกัน และมีแนวทางป้องกันไม่ให้ค่าเงินตัวเองแข็งเกินไปจากการซื้อขายทอง เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์กลางการส่งออกทองของโลก ซึ่งเงินฟรังก์สวิส เคยแข็งเร็ว จนธนาคารกลางต้องแทรกแซงตั้งอัตราขั้นต่ำกับยูโร เพื่อพยายามไม่ให้กระแสเงินจากทองทำให้ค่าเงินแข็งเกินไป

เช่นเดียวกับดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นครแห่งทองคำของตะวันออกกลาง ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนให้ซื้อขายทองด้วยดอลลาร์สหรัฐ โดยตรง ไม่ผ่านเงินท้องถิ่นเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพค่าเงิน หรือแม้กระทั่ง อินเดีย ประเทศที่บริโภคทองมากที่สุดในโลก เคยประสบปัญหาดุลการค้าเสียเพราะการนำเข้าทอง ก็ใช้การเก็บภาษีทองคำและจำกัดการนำเข้าเพื่อควบคุมผลกระทบ

สาระสำคัญที่ควรจับตา หากไม่จัดการให้ดี พฤติกรรมขายทองตอนราคาขึ้นจะเป็นแรงผลักให้เงินบาทแข็งเกินพื้นฐาน ส่งผลเสียต่อผู้ส่งออก นักท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในภาพรวม โดยธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะเสนอนโยบายเชิงรุกให้ใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสื่อกลางในการซื้อขายทอง เพราะทองคำไม่ได้เป็นแค่สินทรัพย์ที่ปลอดภัย แต่ยังเป็นตัวแปรที่มีผล กดหรือดันค่าเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ในบริบทของประเทศไทย การจัดโครงสร้างภาษีและระบบการซื้อขายทองใหม่ให้ชำระเป็นดอลลาร์สหรัฐแทนเงินบาท อาจเป็นแนวนโยบายหนึ่งที่ช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในช่วงวิกฤติทองแพง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...