โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวอเมริกันเตือน! รักการดื่ม ‘มัทฉะ’ จนป่วย มีทั้งอาการเหนื่อยล้า-คันไม่หยุด

Khaosod

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 09.51 น.

สาวอเมริกันเผยประสบการณ์สุดช็อก! รักการดื่ม ‘มัทฉะ’ จนป่วยหนัก อาการเหนื่อยล้า-คันทั่วทั้งตัว บันทึกเรื่องราวผ่านคลิปวิดีโอที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ต่างประเทศรายงานว่า ความรักในการบริโภค “มัทฉะ” ของหญิงสาวอเมริกันรายหนึ่งกลับกลายเป็นเหตุให้เธอต้องเข้าโรงพยาบาลโดยไม่คาดคิด!

ลินน์ ชาซีน (Lynn Shazeen) พยาบาลจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เปิดเผยว่า เธอเริ่มดื่มมัทฉะสัปดาห์ละครั้ง หลังจากทราบถึงสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบของร่างกาย แต่หลังจากดื่มอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน เธอกลับเริ่มมีอาการผิดปกติที่น่ากังวล เช่น รู้สึกหนาวง่าย และเหนื่อยล้าโดยไม่ทราบสาเหตุ

โดย ลินน์ เล่าว่า “ฉันมีอาการเหนื่อยล้าเพิ่มขึ้น, คันตามตัว และรู้สึกหนาวบ่อยมาก ปกติฉันจะจดบันทึกสุขภาพของตัวเองไว้เสมอในแพลนเนอร์สุขภาพ พอเริ่มมีอาการเหล่านี้มากขึ้น ฉันก็รู้ทันทีว่าต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม”

ภาพประกอบจาก TikTok : @lynnshazeen

หลังเริ่มมีอาการผิดปกติ! เธอได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และเข้ารับการตรวจเลือด และจากรายงานพบว่า เธอเป็น “โรคโลหิตจางอย่างรุนแรง” โดยเธอมีภาวะนี้อยู่แล้ว แต่การดื่มมัทฉะอย่างต่อเนื่องดูเหมือนจะทำให้อาการแย่ลง!

“แม้ก่อนหน้านี้จะเคยได้รับการให้น้ำเกลือเสริมธาตุเหล็กมาแล้วหลายรอบ แต่จนถึงทุกวันนี้ แพทย์ยังสั่งให้ฉันทานยาเสริมธาตุเหล็กควบคู่กับวิตามินซีอยู่” ลินน์ ชาซีนกล่าว

ตามรายงานระบุว่า ชาซีนเลิกดื่มมัทฉะตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังระดับธาตุเหล็กในร่างกายลดลงอย่างมาก และปัจจุบันเธอหันไปดื่มชาเขียวแทน

โดยสาวรายนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ฉันรู้ดีถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมัทฉะ จึงควบคุมตัวเองให้ดื่มเพียงแค่สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังมากเกินไปอยู่ดี ฉันนึกไม่ออกเลยว่าคนที่ดื่มทุกวันจะเป็นยังไง?”,“ซึ่งตอนนี้ระดับพลังงานของฉันเริ่มกลับมาแล้ว และอาการคันก็ดีขึ้นมาก ๆ”

เธอบันทึกประสบการณ์ทั้งหมดลงในวิดีโอและแชร์ผ่านบัญชีติ๊กต็อก ของเธอ @lynnshazeen ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มียอดรับชมกว่า 6.3 ล้านครั้ง และยอดไลก์มากกว่า 315,000 ครั้ง

ด้วยวิดีโอดังกล่าว เธอหวังว่าจะช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการ “บริโภคมัทฉะมากเกินไป!”

@lynnshazeen Lesson learnt #matcha #matchatok #anemic #lowiron #matchalover ♬ Originalton - vspseta

โรคโลหิตจางคืออะไร?

ตามข้อมูลจาก Mayo Clinic ศูนย์การแพทย์เพื่อประโยชน์ทางวิชาการไม่แสวงผลกำไรในสหรัฐโรคโลหิตจาง (Anemia) คือภาวะที่ร่างกายมีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบินไม่เพียงพอ ส่งผลให้ไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ที่มีภาวะโลหิตจางมักจะมีอาการ เหนื่อยล้า อ่อนแรง และหายใจลำบาก

ประโยชน์และความเสี่ยงของ “มัทฉะ”

มัทฉะเป็นชาเขียวแบบผงที่อุดมไปด้วย“สารต้านอนุมูลอิสระ” วิตามิน และแร่ธาตุ เชื่อกันว่ามัทฉะช่วยในเรื่องการเพิ่มสมาธิ, เพิ่มพลังงาน และปรับสมดุลฮอร์โมน

อย่างไรก็ตาม การบริโภคควรอยู่ใน “ปริมาณที่เหมาะสม” เนื่องจากมัทฉะมีคาเฟอีน และหากบริโภคมากเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของยา หรือกระทบต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประเภท

สำหรับคำแนะนำก่อนบริโภคมัทฉะหรืออาหารเสริมอย่างสม่ำเสมอ ควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะหากคุณมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยา

ผู้เชี่ยวชาญว่าอย่างไร?

ดร.พาร์ธ ภาฟซาร์ (Dr. Parth Bhavsar) แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ได้รับใบรับรองสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “มัทฉะสามารถทำหน้าที่เหมือนกับ ‘ตัวดักจับธาตุเหล็ก’ และขัดขวางไม่ให้ธาตุเหล็กเข้าสู่กระแสเลือดได้”

โดยเขาอธิบายว่า มัทฉะมีสารโพลีฟีนอล (polyphenols) ซึ่งจะจับกับธาตุเหล็กในลำไส้และ ยับยั้งการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

“ยิ่งดื่มมัทฉะใกล้เวลาอาหารมากเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลงเท่านั้น วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือ ดื่มมัทฉะระหว่างมื้ออาหาร”

“อีกทางเลือกคือ ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงร่วมกับวิตามินซี ซึ่งจะช่วยเพิ่มการดูดซึมและลดผลกระทบจากมัทฉะได้ระดับหนึ่ง”

ภาพประกอบ

ขอบคุณที่มา: NDTV

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวอเมริกันเตือน! รักการดื่ม ‘มัทฉะ’ จนป่วย มีทั้งอาการเหนื่อยล้า-คันไม่หยุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...