โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทั่วโลกจับตา “ธนาคารกลาง” แห่ประชุมสัปดาห์นี้ คาดสหรัฐหั่นดอกเบี้ยครั้งแรกยุคทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 03.49 น.

สัปดาห์นี้ ธนาคารกลาง แคนาดา สหรัฐ อังกฤษ และญี่ปุ่น รวมถึงอีกหลายประเทศ จะทบทวนนโยบายการเงินท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจโลก โดยเฟดคาดว่าจะลดดอกเบี้ย 0.25% หลังตลาดแรงงานอ่อนแรง ขณะที่ยุโรป แอฟริกา และลาตินอเมริกามีทั้งแนวโน้มลด คง หรือชะลอการขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนทิศทางที่แตกต่างกันของเศรษฐกิจโลก

วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 00.43 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของสหรัฐ นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดี มีแนวโน้มจะกลายเป็นจุดสนใจสำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่กำหนดทิศทางนโยบายการเงินของประเทศที่ใช้สกุลเงินซื้อขายมากที่สุด 10 อันดับแรกของโลกถึงครึ่งหนึ่ง

เริ่มต้นจากธนาคารกลางแคนาดา ต่อด้วยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันพุธ จากนั้นเป็นธนาคารกลางอังกฤษในวันพฤหัสบดี และปิดท้ายด้วยธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์ ธนาคารกลางเหล่านี้อาจปรับอัตราดอกเบี้ย แจ้งสัญญาณแนวโน้มในไตรมาสสุดท้ายของปี หรือทั้งสองอย่างควบคู่กัน

เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ อัตราดอกเบี้ยที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลกคิดเป็นสองในห้าจะถูกปรับหรือยืนยันใหม่ ครอบคลุมถึงประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ (G7) ถึง 4 แห่ง ขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งทำเนียบขาวภายใต้ทรัมป์เรียกร้องมานาน คาดว่าจะกลายเป็นจุดเด่น

การเผชิญหน้าทางนโยบายระหว่างทำเนียบขาวกับเฟด

ความตึงเครียดระหว่างการเรียกร้องเสียงแข็งของทรัมป์ให้ลดดอกเบี้ยลง กับความกังวลของเจอโรม พาวเวล ประธาน Fed เรื่องเงินเฟ้อที่เกิดจากภาษีศุลกากร ยังคงปกคลุมการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ดีสัญญาณล่าสุดจากตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลง ทำให้เศรษฐกรส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25%

คาดว่าธนาคารกลางแคนาดาและนอร์เวย์จะลดดอกเบี้ยในระดับเดียวกัน ขณะที่ธนาคารกลางประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ จะมีท่าทีระมัดระวังมากกว่า ธนาคารกลางอังกฤษน่าจะคงดอกเบี้ยไว้หลังจากที่เพิ่งลดลงไปในเดือนสิงหาคม ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่นยังอยู่บนเส้นทางสู่การคุมเข้ม แต่ยังไม่ส่งสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

ประเทศเศรษฐกิจใหญ่บางแห่ง เช่น อินโดนีเซีย บราซิล และแอฟริกาใต้ มีแนวโน้มจะคงดอกเบี้ยตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์

สหรัฐและแคนาดา

ก่อนที่เฟด (Fed) จะตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนสิงหาคมในวันอังคาร โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากขยายตัวแรงในสองเดือนก่อนหน้า

ขณะเดียวกันตลาดแรงงานที่ยังเปราะบางทำให้นักเศรษฐศาสตร์จับตาตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินว่าการเพิ่มขึ้นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวหรือสะท้อนถึงความอ่อนแอเชิงโครงสร้าง

ส่วนในแคนาดา คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2% ขณะที่มาตรวัดเงินเฟ้อหลักยังคงที่ราว 3% ตามการสำรวจของบลูมเบิร์ก ซึ่งไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 2.5% ในวันพุธ หลังเศรษฐกิจหดตัวและตลาดแรงงานซบเซา

เอเชีย

ฝั่งเอเชีย สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยจีนที่เผยข้อมูลเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมทั้งยอดค้าปลีก ผลผลิตอุตสาหกรรม การลงทุน และอัตราว่างงาน เพื่อประเมินว่ามาตรการกระตุ้นเฉพาะจุดช่วยพยุงความต้องการได้มากน้อยเพียงใด

อินเดียมีแนวโน้มว่าขาดดุลการค้าจะลดลง ขณะที่ปากีสถานน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยเช่นเดิม

วันพุธ ญี่ปุ่นจะประกาศดุลการค้า และสิงคโปร์รายงานตัวเลขการส่งออกนอกภาคน้ำมัน ขณะเดียวกันธนาคารกลางอินโดนีเซียก็จะประชุมท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้หลังจากที่เพิ่งลดลงติดต่อกัน 2 ครั้ง

วันพฤหัสบดี นิวซีแลนด์จะเผยตัวเลข GDP และออสเตรเลียประกาศตัวเลขการจ้างงาน ส่วนวันศุกร์ ญี่ปุ่นจะประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) และผลการประชุมธนาคารกลาง ซึ่งคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ย

ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

สำหรับยุโรป สหราชอาณาจักรเตรียมประกาศอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวที่ 3.8% ก่อนการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 4%

ขณะที่นอร์เวย์เผชิญการถกเถียงเรื่องการลดดอกเบี้ย หลังจากเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่เหนือระดับ 3%

สหภาพยุโรปเองจะจัดการประชุม ECB สองวัน โดยคริสติน ลาการ์ดจะเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซนด้วย

เยอรมนีจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (ZEW) ในวันอังคาร และฝรั่งเศส อิตาลี รวมถึงกรีซจะถูกประเมินอันดับความน่าเชื่อถือในวันศุกร์

สวิตเซอร์แลนด์เตรียมเผยตัวเลขการส่งออก ขณะที่อิสราเอลคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมจะลดลงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง

แอฟริกา

ในภูมิภาคแอฟริกา ธนาคารกลางอังโกลาอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยจาก 19.5% ส่วนกาน่าคาดว่าจะปรับลดจาก 25% เหลือ 23% ขณะที่แอฟริกาใต้น่าจะคงดอกเบี้ยที่ 7% ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นเล็กน้อย เอสวาตินีซึ่งผูกค่าเงินกับแรนด์แอฟริกาใต้ก็น่าจะปรับตามเช่นกัน

ลาตินอเมริกา

ฝั่งลาตินอเมริกา บราซิลคาดว่าข้อมูล GDP proxy จะสะท้อนการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางยังมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 19 ปีที่ 15%

สำหรับโคลอมเบีย คาดว่ายอดค้าปลีกและการผลิตจะปรับตัวดีขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจเปรูยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพ

ด้านอาร์เจนตินา ประธานาธิบดีฮาเวียร์ ไมเลอเผชิญแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจ หลังผลการเลือกตั้งระดับจังหวัดออกมาไม่เป็นไปตามคาด นักวิเคราะห์หลายฝ่ายปรับลดคาดการณ์การเติบโตปี 2025 ก่อนการเปิดเผยข้อมูล GDP ไตรมาสสอง ตัวเลขการค้า งบประมาณ และอัตราว่างงานในสัปดาห์นี้

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...