ทั่วโลกจับตา “ธนาคารกลาง” แห่ประชุมสัปดาห์นี้ คาดสหรัฐหั่นดอกเบี้ยครั้งแรกยุคทรัมป์
สัปดาห์นี้ ธนาคารกลาง แคนาดา สหรัฐ อังกฤษ และญี่ปุ่น รวมถึงอีกหลายประเทศ จะทบทวนนโยบายการเงินท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจโลก โดยเฟดคาดว่าจะลดดอกเบี้ย 0.25% หลังตลาดแรงงานอ่อนแรง ขณะที่ยุโรป แอฟริกา และลาตินอเมริกามีทั้งแนวโน้มลด คง หรือชะลอการขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนทิศทางที่แตกต่างกันของเศรษฐกิจโลก
วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 00.43 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของสหรัฐ นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดี มีแนวโน้มจะกลายเป็นจุดสนใจสำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่กำหนดทิศทางนโยบายการเงินของประเทศที่ใช้สกุลเงินซื้อขายมากที่สุด 10 อันดับแรกของโลกถึงครึ่งหนึ่ง
เริ่มต้นจากธนาคารกลางแคนาดา ต่อด้วยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันพุธ จากนั้นเป็นธนาคารกลางอังกฤษในวันพฤหัสบดี และปิดท้ายด้วยธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์ ธนาคารกลางเหล่านี้อาจปรับอัตราดอกเบี้ย แจ้งสัญญาณแนวโน้มในไตรมาสสุดท้ายของปี หรือทั้งสองอย่างควบคู่กัน
เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ อัตราดอกเบี้ยที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลกคิดเป็นสองในห้าจะถูกปรับหรือยืนยันใหม่ ครอบคลุมถึงประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ (G7) ถึง 4 แห่ง ขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งทำเนียบขาวภายใต้ทรัมป์เรียกร้องมานาน คาดว่าจะกลายเป็นจุดเด่น
การเผชิญหน้าทางนโยบายระหว่างทำเนียบขาวกับเฟด
ความตึงเครียดระหว่างการเรียกร้องเสียงแข็งของทรัมป์ให้ลดดอกเบี้ยลง กับความกังวลของเจอโรม พาวเวล ประธาน Fed เรื่องเงินเฟ้อที่เกิดจากภาษีศุลกากร ยังคงปกคลุมการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ดีสัญญาณล่าสุดจากตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลง ทำให้เศรษฐกรส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25%
คาดว่าธนาคารกลางแคนาดาและนอร์เวย์จะลดดอกเบี้ยในระดับเดียวกัน ขณะที่ธนาคารกลางประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ จะมีท่าทีระมัดระวังมากกว่า ธนาคารกลางอังกฤษน่าจะคงดอกเบี้ยไว้หลังจากที่เพิ่งลดลงไปในเดือนสิงหาคม ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่นยังอยู่บนเส้นทางสู่การคุมเข้ม แต่ยังไม่ส่งสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ประเทศเศรษฐกิจใหญ่บางแห่ง เช่น อินโดนีเซีย บราซิล และแอฟริกาใต้ มีแนวโน้มจะคงดอกเบี้ยตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์
สหรัฐและแคนาดา
ก่อนที่เฟด (Fed) จะตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนสิงหาคมในวันอังคาร โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากขยายตัวแรงในสองเดือนก่อนหน้า
ขณะเดียวกันตลาดแรงงานที่ยังเปราะบางทำให้นักเศรษฐศาสตร์จับตาตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินว่าการเพิ่มขึ้นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวหรือสะท้อนถึงความอ่อนแอเชิงโครงสร้าง
ส่วนในแคนาดา คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2% ขณะที่มาตรวัดเงินเฟ้อหลักยังคงที่ราว 3% ตามการสำรวจของบลูมเบิร์ก ซึ่งไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 2.5% ในวันพุธ หลังเศรษฐกิจหดตัวและตลาดแรงงานซบเซา
เอเชีย
ฝั่งเอเชีย สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยจีนที่เผยข้อมูลเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมทั้งยอดค้าปลีก ผลผลิตอุตสาหกรรม การลงทุน และอัตราว่างงาน เพื่อประเมินว่ามาตรการกระตุ้นเฉพาะจุดช่วยพยุงความต้องการได้มากน้อยเพียงใด
อินเดียมีแนวโน้มว่าขาดดุลการค้าจะลดลง ขณะที่ปากีสถานน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยเช่นเดิม
วันพุธ ญี่ปุ่นจะประกาศดุลการค้า และสิงคโปร์รายงานตัวเลขการส่งออกนอกภาคน้ำมัน ขณะเดียวกันธนาคารกลางอินโดนีเซียก็จะประชุมท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้หลังจากที่เพิ่งลดลงติดต่อกัน 2 ครั้ง
วันพฤหัสบดี นิวซีแลนด์จะเผยตัวเลข GDP และออสเตรเลียประกาศตัวเลขการจ้างงาน ส่วนวันศุกร์ ญี่ปุ่นจะประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) และผลการประชุมธนาคารกลาง ซึ่งคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ย
ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
สำหรับยุโรป สหราชอาณาจักรเตรียมประกาศอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวที่ 3.8% ก่อนการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 4%
ขณะที่นอร์เวย์เผชิญการถกเถียงเรื่องการลดดอกเบี้ย หลังจากเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่เหนือระดับ 3%
สหภาพยุโรปเองจะจัดการประชุม ECB สองวัน โดยคริสติน ลาการ์ดจะเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซนด้วย
เยอรมนีจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (ZEW) ในวันอังคาร และฝรั่งเศส อิตาลี รวมถึงกรีซจะถูกประเมินอันดับความน่าเชื่อถือในวันศุกร์
สวิตเซอร์แลนด์เตรียมเผยตัวเลขการส่งออก ขณะที่อิสราเอลคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมจะลดลงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง
แอฟริกา
ในภูมิภาคแอฟริกา ธนาคารกลางอังโกลาอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยจาก 19.5% ส่วนกาน่าคาดว่าจะปรับลดจาก 25% เหลือ 23% ขณะที่แอฟริกาใต้น่าจะคงดอกเบี้ยที่ 7% ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นเล็กน้อย เอสวาตินีซึ่งผูกค่าเงินกับแรนด์แอฟริกาใต้ก็น่าจะปรับตามเช่นกัน
ลาตินอเมริกา
ฝั่งลาตินอเมริกา บราซิลคาดว่าข้อมูล GDP proxy จะสะท้อนการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางยังมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 19 ปีที่ 15%
สำหรับโคลอมเบีย คาดว่ายอดค้าปลีกและการผลิตจะปรับตัวดีขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจเปรูยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพ
ด้านอาร์เจนตินา ประธานาธิบดีฮาเวียร์ ไมเลอเผชิญแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจ หลังผลการเลือกตั้งระดับจังหวัดออกมาไม่เป็นไปตามคาด นักวิเคราะห์หลายฝ่ายปรับลดคาดการณ์การเติบโตปี 2025 ก่อนการเปิดเผยข้อมูล GDP ไตรมาสสอง ตัวเลขการค้า งบประมาณ และอัตราว่างงานในสัปดาห์นี้
อ้างอิง : bloomberg.com