โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อินเดีย” ตั้งเป้าผลิต “ชิป” เชิงพาณิชย์ในปี 2025 ก้าวสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 15.38 น.
อินเดียประกาศความมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก โดยตั้งเป้าเริ่มต้นการผลิตชิปเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นปี 2025

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Prime Minister Narendra Modi) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าสำคัญในงานประชุมประจำปี "Semicon India" ว่าในปัจจุบันได้มีการผลิตชิปตัวอย่างจากโรงงานของบริษัทไมครอน (Micron) และทาทา (Tata) แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมนี้ พร้อมประกาศความมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ตั้งเป้าเริ่มต้นการผลิตชิปเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นปี 2025

การเติบโตของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ในอินเดีย

ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดียมีการเติบโตที่น่าจับตามอง จากมูลค่า 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2023 เพิ่มขึ้นเป็น 45,000 - 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024-2025 และรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าตลาดให้ได้ถึง 100,000 -110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030

จุดแข็งด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในอินเดีย

ถึงแม้ว่าอินเดียจะเริ่มต้นในเส้นทางนี้ล่าช้ากว่าประเทศอื่น แต่รัฐบาลก็มีความเชื่อมั่นว่าจะไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งการพัฒนาในครั้งนี้ได้ โดยชี้ถึงข้อได้เปรียบที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

  • ความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์

  • การเป็นแหล่งจัดหาวัสดุสำคัญ เช่น สารเคมีและแร่ธาตุ

  • และการให้บริการที่ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนาไปจนถึงด้านเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) บิ๊กดาต้า (big data) และคลาวด์คอมพิวติ้ง (cloud computing)

นอกจากนี้ อินเดียยังมีความได้เปรียบด้าน"ทรัพยากรบุคคล" อย่างชัดเจน โดยบุคลากรด้านการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ร้อยละ 20 ของโลกมาจากอินเดีย ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของประเทศในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการลงทุนในอินเดียมูลค่า68,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์และ AI

แรงผลักดันที่ทำให้เกิดเป้าหมายครั้งสำคัญ

อินเดีย ในฐานะประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลกและมีการเติบโตที่รวดเร็ว กำลังเผชิญกับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บถึงร้อยละ 50 ทำให้ต้องหาแนวทางใหม่ ๆ ในการเติบโต

ดังนั้น ท่ามกลางความต้องการชิปทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น แต่ห่วงโซ่อุปทานยังคงกระจุกตัวในไม่กี่ภูมิภาค อินเดียจึงมุ่งมั่นที่จะสร้าง “ระบบนิเวศที่สมบูรณ์” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต และการบรรจุหีบห่อ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...