โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PTTGC ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ โบรกฯ ชี้ปลดล็อคมูลค่าสินทรัพย์ สร้างกระแสเงินสด คาดปี 69 บุ๊กกำไร 2-2.3 พันล้านบาท

Share2Trade

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 02.50 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 03.00 น. • Share2Trade

PTTGC แจงบอร์ดไฟเขียวขายหุ้น “ไทยแท้งค์เทอร์มินัล” มูลค่า 4.40 พันล้านบาท พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ ฟากโบรกฯ มองเป็นบวก จะช่วยสร้างกระแสเงินสดที่สูงขึ้น คาดจะบันทึกกำไรราว 2.0-2.3 พันล้านบาท ในปี 69

PTTGC ปรับโครงสร้างธุรกิจ_S2T (เว็บ)_0.jpg

นาย ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในการประชุมคณะกรรมการได้มติเห็นชอบให้ขายหุ้นสามัญของบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (“TTT”) ซึ่งมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ให้แก่ PTT TANK จำนวน 4,463,999 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35.43% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ TTT ในราคาหุ้นละประมาณ 986.34 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น จำนวน 4,403,000,000 บาท

ทั้งนี้ บริษัทอาจได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติม (Earn Out) ซึ่งคำนวณจากมูลค่าปัจจุบันของประมาณการกระแสเงินสดที่ TTT จะได้รับจากการต่อสัญญาบริการถังบรรจุอีเทนที่ทำกับบริษัท ในช่วงระหว่างปี 2587 ถึง 2595 เป็นจำนวนสูงสุดไม่เกิน 604 ล้านบาท

โดยบริษัทจะได้รับชำระค่าตอบแทนส่วนนี้เมื่อบริษัทได้เข้าทำสัญญาบริการถังบรรจุอีเทนกับ TTT ตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาซื้อขายหุ้นแล้ว นอกจากนี้ราคาซื้อขายอาจมีการปรับลดลง หากมูลค่าโครงการสร้างถังบรรจุอีเทนหลังประกวดราคาสูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้

ทั้งนี้ ภายหลังการเข้าทำธุรกรรมการขายหุ้นแล้ว บริษัทจะยังคงถือหุ้นใน TTT จำนวน 126,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ TTT เพื่อให้โครงสร้างการถือหุ้นของ TTT เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ว่าให้ผู้ถือหุ้นเดิมต้องถือหุ้นรวมกันไม่ต่ำกว่า 51% ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (PPP) ซึ่ง TTT ทำกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับการเข้าทำธุรกรรมการขายหุ้นดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์Asset Light & Portfolio Transformation และแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยโครงการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non-Core Asset Monetization) เป็นหนึ่งในโครงการที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรเพื่อรักษาความมั่นคงของบริษัทโดยภายหลังจากการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว คาดว่าบริษัทจะมีเงินสดเพิ่มขึ้น ช่วยทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่งขึ้น ลดภาระหนี้สิน และช่วยให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นธุรกิจหลัก

พร้อมกันนี้ ในการประชุมคณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทจะดำเนินการขายทรัพย์สินและเช่าทรัพย์สินกลับบางส่วนรวมถึงรับบริการท่าเทียบเรือและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานบางส่วนของบริษัทสาขาที่ 7 ท่าเทียบเรือและคลังผลิตภัณฑ์ (BTF) ได้แก่ ท่าเทียบเรือ ถังเก็บผลิตภัณฑ์ ระบบขนถ่ายสินค้าทางรถบรรทุก เครื่องมือและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งการโอนสิทธิการให้บริการแก่ลูกค้าและสิทธิในการใช้ที่ดิน ซึ่งตั้งอยู่ ณ อำเภอเมืองระยอง จังหวัด ระยอง ตลอดจนการโอนใบอนุญาตที่สำคัญที่ใช้ในการประกอบกิจการท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าว (การปรับโครงสร้างธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์) รวมทั้งการเข้าทำสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non-Core Asset Monetization) ของบริษัทการเข้าทำธุรกรรมการปรับโครงสร้างธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ Asset Light & Portfolio Transformation และแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท

โดยโครงการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non-Core Asset Monetization) เป็นหนึ่งในโครงการที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรเพื่อรักษาความมั่นคงของบริษัท โดยภายหลังจากการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว คาดว่าบริษัทจะมีเงินสดเพิ่มขึ้น ช่วยทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น ลดภาระหนี้สิน และช่วยให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นธุรกิจหลัก

ภายหลังจากที่บริษัทได้ดำเนินการโอนขายทรัพย์สิน บริษัทจะเช่าทรัพย์สินกลับบางส่วนรวมถึงเข้ารับบริการท่าเทียบเรือและพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้บริษัทสามารถใช้ทรัพย์สินที่เช่าและรับบริการในการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท

ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วยธุรกรรมที่สำคัญ ได้แก่ธุรกรรมการขายทรัพย์สินบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ของบริษัทสาขาที่ 7 ท่าเทียบเรือและคลังผลิตภัณฑ์ (BTF) ได้แก่ ท่าเทียบเรือ ถังเก็บผลิตภัณฑ์ ระบบขนถ่ายสินค้าทางรถบรรทุก เครื่องมือและอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งการโอนสิทธิการให้บริการแก่ลูกค้า และสิทธิในการใช้ที่ดิน ซึ่งตั้งอยู่ ณ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ตลอดจนการโอนใบอนุญาตที่สำคัญที่ใช้ในการประกอบกิจการท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ ให้แก่ บริษัทย่อยของ PTT TANK ที่จะได้จัดตั้งขึ้นใหม่ (บริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK”) คิดเป็นมูลค่า 4,840,000,000 บาท

ธุรกรรมการเช่าทรัพย์สินกลับระยะสั้น เพื่อให้บริษัทยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติในระหว่างดำเนินการโอนใบอนุญาตที่ใช้ในการประกอบกิจการท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ไปยังบริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK บริษัทจะเช่าทรัพย์สินที่ขายดังกล่าว กลับมาจากบริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK

โดยเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ โดยการเข้าทำสัญญาเช่าทรัพย์สินระยะสั้นเป็นระยะเวลาเบื้องต้นไม่เกิน 12 เดือน นับแต่วันที่การซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ หรือตามระยะเวลาที่คู่สัญญาจะได้ตกลงกัน กับบริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK โดยมีค่าตอบแทนรวมตลอดระยะเวลา 12 เดือนจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 516 ล้านบาท

ธุรกรรมการให้บริการบำรุงรักษาระยะสั้น เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอยู่ภายใต้การดำเนินงานของผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษา ในระหว่างการโอนใบอนุญาตที่ใช้ในการประกอบกิจการท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ไปยังบริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK

โดยบริษัทจะให้บริการด้านการบำรุงรักษา แก่บริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK เป็นระยะเวลาเบื้องต้นไม่เกิน 12 เดือน นับแต่วันที่การซื้อขายเสร็จสมบูรณ์หรือตามระยะเวลาที่คู่สัญญาจะได้ตกลงกัน โดยมีค่าตอบแทนรวมตลอดระยะเวลา 12 เดือน จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 207 ล้านบาท

ธุรกรรมการเช่าถังเก็บผลิตภัณฑ์กลับ โดยบริษัทจะเช่าถังเก็บผลิตภัณฑ์จำนวน 9 ถังกลับมาจากบริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK เพื่อใช้ในการ ประกอบกิจการของบริษัทโดยการเข้าทำสัญญาเช่าถังเก็บผลิตภัณฑ์เป็นระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่บริษัทได้ดำเนินการโอนใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องให้แก่บริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK ครบถ้วน กับบริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK โดยมีค่าตอบแทนรวมตลอดระยะเวลา 3 ปีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 534 ล้านบาท

ธุรกรรมการรับบริการท่าเทียบเรือและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อเนื่องไปได้ โดยการเข้าทำสัญญาบริการท่าเทียบเรือและพื้นที่ส่วนกลาง กับบริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK โดยบริษัทจะชำระค่าบริการเป็นรายเดือนโดยแบ่งเป็นสองส่วน

โดยจะประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Handling Charge) และค่าบริการท่าเทียบเรือและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางแบบเหมาจ่าย ซึ่งเป็นไปตามราคาตลาด (arm-length basis) ที่เหมาะสมสำหรับบริการประเภทนั้น ๆ โดยมีค่าตอบแทนรวมตลอดระยะเวลา 10 ปี จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1,600 ล้านบาท

ธุรกรรมการให้บริการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) บริษัทจะให้บริการงานสนับสนุนต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ (O&M Service) แก่บริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK โดยการเข้าทสัญญาว่าจ้างการดำเนินงานและการบำรุงรักษา กับบริษัทย่อยใหม่ของ PTT TANK โดยให้มีอัตราค่าบริการเป็นไปตามราคาตลาด (arm-length basis) ที่เหมาะสมสำหรับบริการประเภทนั้น ๆ โดยมีค่าตอบแทนรวมตลอดระยะเวลา 10 ปี จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 3,737 ล้านบาท

สุดท้าย ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 11/2568 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568ได้มีมติอนุมัติเห็นชอบให้บริษัทขายหุ้นสามัญของบริษัท คุราเร่ จีซี แอด วานซ์ แมททีเรียลส์ จำกัด (KGC) ให้ Kuraray Company Limited (KRR) ในสัดส่วน 20.1%

โดยที่ประชุมคณะกรรมการ KRR ในวันที่ 25 กันยายน 2568 มีมติอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมนี้ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 และจะโอนหุ้นแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2568 ภายหลังจากที่การโอนหุ้นแล้วเสร็จ สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ จะลดลงจาก 33.4% เป็น 13.3%

ในขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นของ KRR จะเพิ่มขึ้นจาก 53.3% เป็น 73.4% และสัดส่วนการถือหุ้นของ Sumitomo Corporation คงอยู่ที่ 13.3% ส่งผลให้การลงทุนของบริษัทใน KGC เปลี่ยนสถานะจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นเงินลงทุนอื่น และการขายหุ้นดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างเป็นนัยสำคัญ การทำธุรกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงโครงสร้างทางธุรกิจ (portfolio transformation) ของบริษัท

เปิดความเห็นนักวิเคราะห์

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองต่อประเด็นข้างต้นเป็นบวกจากกระแสเงินสดที่เป็นไปได้ที่จะสูงขึ้นแต่มองเป็นกลางจากผลกระทบต่องบกำไรขาดทุน แม้เชื่อว่าบริษัทจะบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจาก 2 ธุรกรรมนี้ในช่วง 2-2.3 พันล้านบาท (หลังภาษี) ในปี 2569

แต่อย่างไรก็ดี บริษัทน่าจะเห็นผลกระทบเชิงลบเล็กน้อยต่องบกำไรขาดทุนในอนาคตจากการที่ผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (equity income) ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายจากค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ย (จากผลกระทบของ lease back) ที่สูงขึ้นน่าจะใหญ่กว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงจากการเอาเงินสดมาลดหนี้

สำหรับกระบวนการ asset monetization น่าจะยังคงดำเนินต่อไป คาดว่า 2 ธุรกรรมนี้ (รวมกัน 9.2 พันล้านบาท) จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดหนี้ระยะยาว สำหรับบริษัทที่ตั้งเป้าไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการถูกลลด อันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating)

ทั้งนี้ ราคาสะท้อนแผนลดหนี้และความคาดหวังอุปทานลดลงไปมากแล้ว ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมา 46% และ outperform SET 37% ในช่วง 6เดือนที่ผ่านมาสะท้อนความคาดหวังจากแผนการลดหนี้และอุปทานตลาดโอเลฟินส์ที่เป็นไปได้ที่ลดลงไปมากแล้ว ในขณะที่ภาพรวมธุรกิจปิโตรเคมียังคงอยู่ในภาวะอุปทานส่วนเกิน จึงแนะนำ "ขาย" ราคาเป้าหมาย 21 บาท

ส่วนนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองเป็นบวกต่อธุรกรรมครั้งนี้ โดยถือเป็นการปลดล็อคมูลค่าสินทรัพย์จาก Non-core Asset สร้างกระแสเงินสด ลดภาระหนี้ อัตราส่วนทางการเงินดีขึ้น และรับรู้กำไรพิเศษ (ไม่รวมในประมาณการ)

นอกจากนี้ อนาคตยังมีโอกาสเกิด Asset Monetization เพิ่มเติม (มูลค่าครั้งนี้ 9 พันล้านบาท vs Guidance ของบริษัทระดับ 3 หมื่นล้านบาท) จึงคงคำแนะนำา TRADING ราคาเหมาะสม 26.70 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...