โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกฯ ชี้ ‘หุ้นเทคจีน-ชิป AI’ โอกาสทองฝ่าสงครามการค้า แนะ ‘DR’ สร้างพอร์ตแกร่งรับความผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ต.ค. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2568 เวลา 09.11 น.

นักวิเคราะห์ฯ กล่าวในงาน "จับจังหวะลงทุน ทองก็รุ่ง หุ้นก็ปัง" ในหัวข้อ หุ้นนอกแรงทะลุจอ Go Global ด้วย DR ชี้ความผันผวนและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน เป็นความท้าทาย แต่ซ่อน "โอกาสทอง" ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต แนะใช้ "DR" เป็นเครื่องมือหลัก 'Go Global' กระจายความเสี่ยงและสร้างพอร์ตแบบ 'Core & Satellite'

[caption id="attachment_203200" align="aligncenter" width="1000"]

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด[/caption]

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวในงานสัมมนา "จับจังหวะลงทุน ทองก็รุ่ง หุ้นก็ปัง" จัดโดย วารสารการเงินธนาคาร ในหัวข้อ "หุ้นนอกแรงทะลุจอ Go Global ด้วย DR" เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ว่า

ตลาดการลงทุนทั่วโลกจะเผชิญกับความท้าทายจากความผันผวนและสงครามการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการที่สหรัฐฯ สกัดกั้นการเข้าถึงชิปเทคโนโลยีล้ำสมัยของจีน และการตอบโต้ของจีนด้วยการควบคุมการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในการผลิต แต่ภายใต้ความตึงเครียดนี้เอง โอกาสการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตกลับเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีน ที่มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างจริงจัง ภายใต้นโยบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (2026-2030) ซึ่งระบุว่าอุตสาหกรรมที่เป็น "ผู้ชนะ" (Winner) ชัดเจนคือกลุ่ม Advanced Tech (Semi, AI) และ Green Energy ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ เอง กลุ่ม Info Tech ก็เป็นหัวหอกในการเติบโต โดยมีการคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ที่สูงถึง 20% ในไตรมาส 3 ปี 2025

ทั้งนี้โอกาสที่โดดเด่นที่สุดในเอเชียอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิป AI ของจีนที่กำลังเร่งสร้างการพึ่งพาตนเอง และมีการคาดการณ์ว่าส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายในปี 2028

ขณะเดียวกัน ก็มีบริษัทชิป AI ชั้นนำของจีนหลายรายเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในช่วงปี 2025-2026 เพื่อระดมทุนสำหรับการพัฒนาชิป AI เจเนอเรชั่นถัดไป สะท้อนถึงการเติบโตที่รวดเร็วและเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนที่มองหาศักยภาพการเติบโตระยะยาว

สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการคว้าโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศเหล่านี้ Depositary Receipt (DR) โดยเฉพาะ DR23 ที่ออกโดย InnovestX ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการ Go Global ได้อย่างง่ายดาย โดยข้อดีของการลงทุนผ่าน DR23 ได้แก่

  • ความสะดวกในการซื้อขาย: สามารถซื้อขายได้เหมือนหุ้นไทยในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยสกุลเงินบาท
  • เข้าถึงหุ้นราคาสูงได้ง่าย: ช่วยให้ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงหุ้นต่างประเทศที่มีราคาสูงได้
  • ประโยชน์ด้านภาษี: ได้รับประโยชน์ด้านภาษีเทียบเท่าการลงทุนในหลักทรัพย์ไทย
  • สภาพคล่องและราคาที่เป็นธรรม

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ได้แนะนำกลุ่มหลักทรัพย์ที่น่าสนใจในตลาดต่างประเทศ โดยนักลงทุนสามารถจัดพอร์ตเพื่อรับการเติบโตและสร้างความมั่นคงได้ผ่าน DR23 โดยการลงทุนแบ่งออกเป็นธีมที่น่าจับตา ได้แก่

1. ธีมการเติบโต (Growth Stock)

สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว InnovestX ชูหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้แก่ SMIC23 และ HUAHONG23 ซึ่งอ้างอิงบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และชิป AI ชั้นนำของจีน ที่กำลังเร่งสร้างการพึ่งพาตนเองและขยายส่วนแบ่งตลาด นอกจากนี้ยังมี CATL23 ซึ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดและผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเบอร์ต้นของโลก

2. ธีมเทคโนโลยี (Technology)

เพื่อคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ห้ามพลาด BABA23 ซึ่งอ้างอิงหุ้นของ Alibaba Group ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซและคลาวด์คอมพิวติ้งของจีน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค

3. ธีมสร้างรายได้และความมั่นคง (Income & Infrastructure)

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดและลดความผันผวนของพอร์ต สามารถพิจารณา HSHD23 และ AIA23 โดย HSHD23 อ้างอิงกองทุน ETF หุ้นปันผลสูงในตลาดฮ่องกง ขณะที่ AIA23 อ้างอิงบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ส่วนกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความมั่นคงนั้น ได้แก่ HKEX23 ซึ่งอ้างอิงหุ้นของ ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ที่มี Valuation น่าสนใจและเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก

การลงทุนผ่าน DR จึงเป็นทางออกที่ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถ กระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ และสร้าง All-Weather Portfolio ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคนิคการลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging (DCA) และการปรับสมดุลพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ

[caption id="attachment_203199" align="aligncenter" width="1000"]

นายพีรณัฐ ยืนยงพิสิฐ หัวหน้าส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ต่างประเทศ ฝ่ายหลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด[/caption]

ด้านนายพีรณัฐ ยืนยงพิสิฐ หัวหน้าส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ต่างประเทศ ฝ่ายหลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด กล่าวในในหัวข้อ หุ้นนอกแรงทะลุจอ Go Global ด้วย DR ว่า ในปี 2568 ตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ เวียดนาม และจีนฮ่องกง ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังคงติดลบ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสที่ 4 นี้ มีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะปรับฐานลงได้ โดยมี 3 ปัจจัยหลักที่ต้องจับตามอง ได้แก่

  • Government Shutdown ของสหรัฐฯ: การที่รัฐบาลกลางของสหรัฐฯ อาจจะต้องปิดทำการชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้ทันเวลา อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงได้
  • สงครามการค้า (Trade War): ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่อาจกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสหรัฐฯ ตัดสินใจขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม
  • ตลาดแรงงานสหรัฐฯ: ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง อาจเป็นปัจจัยกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หรือแม้กระทั่งพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในอนาคต

อย่างไรก็ดียังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในระยะยาว โดยเชื่อว่าการปรับฐานที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 4 นี้ จะเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ได้เข้าสะสมหุ้นในราคาที่เหมาะสม

นายพีรณัฐ กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) นักวิเคราะห์มองว่า แม้ราคาหุ้นในกลุ่มนี้จะปรับตัวขึ้นมามาก แต่เมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E Ratio) แล้ว ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไปเมื่อเทียบกับในอดีต และหากมีการปรับฐานลงมา ก็จะยิ่งทำให้ราคาหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น

ในส่วนของตลาดหุ้นจีน นักวิเคราะห์ยอมรับว่าเศรษฐกิจจีนในภาพรวมยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ แต่รัฐบาลจีนก็มีแนวโน้มที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่รัฐบาลให้การสนับสนุน เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในเดือนตุลาคมนี้ จะเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์แบบ “Core & Satellite” โดยจัดสรรเงินลงทุนส่วนใหญ่ (Core) ประมาณ 70-80% ในการลงทุนผ่านดัชนีในหลายๆ ประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว และจัดสรรเงินลงทุนส่วนที่เหลือ (Satellite) ในการลงทุนในหุ้นรายตัวที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยนักลงทุนสามารถลงทุนในหุ้นและดัชนีต่างประเทศเหล่านี้ได้สะดวกผ่านผลิตภัณฑ์ Depositary Receipt (DR) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมจากนักลงทุนชาวไทยเป็นอย่างมาก โดยมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาทแล้ว

โดยกลยุทธ์ "Core & Satellite" พอร์ตเติบโตด้วย DR เพื่อคว้าโอกาสในตลาดหุ้นทั่วโลกภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความผันผวน นักลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์ Core & Satellite Portfolio โดยใช้ Depositary Receipts (DR) เป็นเครื่องมือหลัก ได้แก่

1. Core Portfolio (80%): สร้างฐานที่มั่นคงด้วยดัชนีชั้นนำ ลงทุนในดัชนีหุ้นชั้นนำระดับโลกเพื่อสร้างความมั่นคงและกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะดัชนีอย่าง S&P 500 และ Nasdaq 100 นักลงทุนสามารถลงทุนง่ายและมั่นใจด้วย "DR Global Index" ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ลงทุนใน DR อ้างอิง ETF ดัชนีหุ้นต่างประเทศ พร้อมมีการปรับพอร์ตอัตโนมัติตามสภาวะตลาด โดยผู้เชี่ยวชาญ

2. Satellite Portfolio (20%) ล่าผลตอบแทนส่วนเพิ่มจาก Megatrend จัดสรรเงินส่วนเล็กเพื่อตามกระแสและธีมการลงทุนที่มีศักยภาพเติบโตสูง เช่น AI และ Cloud การใช้ DR อ้างอิงหุ้นรายตัวช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นเด่นได้ทันที

  • ธีม AI หุ้นอย่าง NVDA01 และ ASML01 ซึ่งเป็นผู้นำด้าน GPU และเครื่องจักรผลิตชิป
  • ธีมเทคโนโลยีจีนและ EV: หุ้นอย่าง CATL01 (ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV อันดับ 1 ของโลก) ซึ่งทำผลตอบแทนโดดเด่นถึง 96.2% ในช่วงต้นปี 2025 และ BIDU01 (Baidu ผู้นำ AI ของจีน) ที่ทำผลตอบแทน 46.2% รวมถึง DR อ้างอิงดัชนีเทคฯ จีนอย่าง STAR5001 ที่พุ่งสูงถึง 43.2%

การลงทุนผ่าน DR จึงเป็นทางลัดที่ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถ Go Global และสร้างการเติบโตของพอร์ตในระยะยาวไปพร้อมกับตลาดหุ้นโลกได้อย่างมั่นใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...