โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวเล่าทั้งน้ำตา นำรูปเพื่อนเสียชีวิต ไปเที่ยวกางเต็นท์ด้วย สุดคิดถึง เหมือนเขายังมีชีวิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ม.ค. 2567 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2567 เวลา 10.10 น.

สาวเล่าทั้งน้ำตา เหตุนำรูปเพื่อนที่เสียชีวิต ไปเที่ยวกางเต็นท์ด้วย เผยทุกคนรักเขามาก

จากกรณีที่เพจสถานที่กางเต็นท์แห่งหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนๆ ที่มากางเต็นท์ ซึ่งตอนแรกแจ้งว่ามา 15 คน แต่กลับมาจริงแค่ 14 คน พอรู้เรื่องราวแล้วซึ้ง เพราะอีกคนอยู่ในรูป

ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มกราคม 1 ในกลุ่มเพื่อนที่ไปกางเต็นท์กรณีดังกล่าว ชื่อว่า คุณปูเปรี้ยว เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ โดย มีช่วงหนึ่งระหว่างที่ให้สัมภาษณ์ได้ร้องไห้ออกมาเพราะคิดถึงเพื่อนและยังทำใจไม่ได้

ปูเปรี้ยว เล่าว่า จริง ๆ แล้ววันนั้นเขาไปเที่ยวกันทั้งหมด 15 คน ตามที่จองไว้ แต่ว่าลูกของน้องที่ไปด้วยเข้าไปนอนอยู่ในเต็นท์จึงเห็นภาพเป็น 14 คน โดยทริปนี้เกิดขึ้นเนื่องจากตกลงกันในกลุ่มเพื่อนว่าจะนำรูปของเพื่อนคนที่เสียชีวิตไปเที่ยวด้วย

เพราะเพิ่งเสียได้ไม่ถึงปี เขาเสียชีวิตวันที่ 19 มี.ค. 2566 ทางกลุ่มเพื่อนและครอบครัวก็ยังทำใจไม่ได้ก็เลยคิดถึง จากนั้นก็ได้หาที่พักแล้วไปเที่ยวด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมาทุกครั้งก็จะไปเที่ยวด้วยกันตลอด ครั้งนี้ก็เลยเกิดไอเดียเอารูปของเพื่อนไปด้วย

ซึ่งรูปที่นำไปด้วยก็เป็นรูปที่อยู่หน้าศพจริง ๆ ที่ใช้ในวันงาน และตอนนี้ตนก็พกติดตัวอยู่และยังมีพวกเสื้อผ้าอื่น ๆ ด้วย เพราะส่วนหนึ่งที่ตนไม่ได้เผาคิดว่าเอามาเก็บไว้ ก็มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่า เพื่อให้เป็นตัวแทนของเขา เพราะตนก็รักเพื่อนคนนี้มาก

ส่วนสาเหตุที่เพื่อนของตนเสียชีวิต มาจากการป่วยเป็นโรคมะเร็ง หลังจากตรวจเจอก็เป็นระยะที่แพร่กระจายแล้วก็เลยรักษาไม่ทัน หลังจากตรวจเจอทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมากไม่ได้ตั้งตัวเลย ซึ่งก่อนที่เขาจะเสียเขาก็เคยพูดไว้ว่าอยากไปทะเลตน ก็กำลังคิดโปรแกรมที่จะพาไปอยู่ แล้วก็อีก 2 เดือน ก็จะถึงวันเกิดเขาแล้ว

ก็กำลังคิดกันอยู่ว่าจะพาเขาไปที่ไหนดี ตนตั้งใจว่าถ้าเกิดมีการรวมกลุ่มกับเพื่อน หรือวันสำคัญ ไปเที่ยวก็จะนำรูปของเพื่อนไปด้วยทุกที่ที่เขาอยากไป

ก่อนหน้าที่เขาเสียเขาเกิดวันที่ 18 มีนาคม ตอนนั้นเขาก็รักษาตัวเองที่โรงพยาบาลตนและเพื่อนๆได้เอาเค้กไปให้เป่าที่โรงพยาบาล หลังจากเซอร์ไพรซ์วันเกิดให้แค่วันเดียวเขาก็เสีย ในตอนนั้นเขายังอธิษฐานว่าขอให้เขาหายไว ๆ เขายังคงมีความหวังว่าเขาจะหายอยู่ ยิ่งทำให้ตนยิ่งรู้สึกจุกเจ็บปวด

ปูเปรี้ยว กล่าวต่อว่า ตนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตั้งแต่จำความได้ ก็เลยทำให้มีความรัก ความผูกพันกันมาก อยู่ด้วยกันทุกช่วงวัย และเขาก็เป็นคนพูดกับตนว่าตนไม่ใช่แค่เพื่อน แต่ตนเป็นครอบครัว ความรู้สึกมันเหมือนเป็นการสูญเสียที่ไม่เคยสูญเสียอะไรมาก่อนมันพูดไม่ถูก อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นคนแรกของกลุ่มที่รีบจากไปกลุ่มเพื่อนก็เลยรู้สึกว่ามันขาดอะไรไป เวลารวมกลุ่มกันก็จะรู้สึกแปลกแปลกไม่ชิน

ช่วงเวลาที่ตนไปเที่ยวก็ได้หันไปคุยกับรูปเขาหรือบางครั้งตอนที่ตนจะไปทำงานรูปที่อยู่ในรถตนก็คุยกับเขาอยู่ตลอด บอกตลอดว่าไปทำงานแล้วนะ กลับบ้านแล้วนะ ก็คุยกับเขาจนบางครั้งตนก็รู้สึกเหมือนเป็นคนบ้า แต่ตนก็ยังทำใจไม่ได้ที่จะยอมรับความจริง ซึ่งก็ต้องน่าจะต้องใช้เวลาเยียวยาจิตใจพอสมควร เพื่อที่จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้

ซึ่งผ่านมาสักพักหนึ่งแล้วก็ยังคงคิดถึงเขาอยู่ กลุ่มเพื่อนทุกคนก็คิดถึงเขา ครอบครัวเขาทุกคนคิดถึงมาก ๆ คงจะเป็นอะไรที่มันสุดแล้วในชีวิตเรื่องหนึ่งที่ต้องเจอกับความสูญเสีย อย่างตอนที่ไปเที่ยวเพื่อน ๆ ทุกคนก็ยังคงร้องไห้กันอยู่บรรยากาศก็ยังคงอึมครึมแต่ก็ช่วยกันฮีลใจกันเองไปด้วย

เราได้ชนแก้วกัน เอาเครื่องดื่มให้เขา คุยกับเขา ชนแก้วเขา ทำเหมือนกับว่าเขายังมีชีวิตอยู่เขายังคงนั่งตรงนี้ข้างๆ ตัวเอง ตนก็เอารูปวางบนเก้าอี้เครื่องดื่มอาหารวางไว้ให้หมดเลยพูดคุยด้วยกัน

ซึ่งเขาเป็นคนที่เรียบร้อยมากๆ ที่สุดในกลุ่ม พูดจาไพเราะ เพื่อนๆ ทุกคนก็รักเขามากเขาก็รักเพื่อนทุกคนมาก เวลาเขาจากไปก็เลยมีใครทำใจได้

อ่านข่าวในคอมเมนต์ :เจ้าของลานกางเต็นท์ งงลูกค้าแจ้งเข้าพัก 15 แต่มาแค่ 14 คน ก่อนรู้เหตุผลแล้วซึ้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวเล่าทั้งน้ำตา นำรูปเพื่อนเสียชีวิต ไปเที่ยวกางเต็นท์ด้วย สุดคิดถึง เหมือนเขายังมีชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...