โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประวัติตัวเต็งประธานาธิบดีไต้หวัน ไล่ ชิงเต๋อ VS โหว โหย่วอี๋

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ม.ค. 2567 เวลา 01.39 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2567 เวลา 13.21 น.
ไล่ ชิงเต๋อ (เสื้อเขียว) โหว โหย่วอี๋ (เสื้อขาว)

การเลือกตั้งไต้หวันในวันที่ 13 มกราคมนี้ เป็นการเลือกตั้งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 เนื่องจากผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดระดับความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน และกำหนดความสัมพันธ์ของสหรัฐกับจีน ซึ่งมีความหมายว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นตัวชี้ชะตาเสถียรภาพของโลก

การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันสมัยนี้ เป็นครั้งที่ว่ากันว่ามีความสูสีมากที่สุดนับตั้งแต่ไต้หวันเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยที่แท้จริง

ผลโพลล์ในโค้งสุดท้าย อัพเดตล่าสุดก่อนการเลือกตั้ง 11 วัน คนที่มีคะแนนนิยมนำมาเป็นอันดับ 1 คือ ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-Te) จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party: DPP) กับอันดับ 2 โหว โหย่วอี๋ (Hou yu-ih) จากพรรคก๊กมินตั๋ง (Kuomintang: KMT) มีคะแนนห่างกันเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ คือ 38.9% และ 35.8% ตามลำดับ โดยมี โก เหวินเจ๋อ (Ko Wen-je) จากพรรคประชาชนไต้หวัน (Taiwan People’s Party: TPP) เป็นคู่แข่งอีกคนที่มีคะแนนนิยมมากถึง 22.4%

“ประชาชาติธุรกิจ” ขอชวนรู้จักตัวเต็งสองคน ก่อนจะทราบกันว่าใครจะได้เป็น “ประธานาธิบดีไต้หวัน” หลังการเลือกตั้งในวันที่ 13 มกราคมนี้

ไล่ ชิงเต๋อ ลูกคนงานเหมือง อดีตแพทย์ สู่ว่าที่ประธานาธิบดี

ไล่ ชิงเต๋อ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อภาษาอังกฤษว่า “วิลเลียม ไล” (William Lai) อายุ 64 ปี ปัจจุบันเขาเป็น “รองประธานาธิบดีไต้หวัน” และเป็นประธานพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party: DPP)

ไล่ ชิงเต๋อ เกิดวันที่ 6 ตุลาคม 1959 ที่เมืองว่านหลี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในนครนิวไทเป เขาเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้มาจากชนชั้นปกครองเดิมแต่อย่างใด โดยพ่อของเขาเป็นคนงานในเหมืองถ่านหิน อย่างไรก็ตาม เขาได้รับการศึกษาระดับดีเยี่ยม

เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการแพทย์สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) และได้รับประกาศนียบัตรวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (National Cheng Kung University) แล้วจบปริญญาโทสาขาสาธารณสุขศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ทำให้เขาเป็นหนึ่งในแพทย์ไม่กี่คนในไต้หวันที่เชี่ยวชาญทั้งด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ การดูแลทางคลินิก และเชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข

หลังทำงานในอาชีพแพทย์มาเป็นเวลาหลายปี เขากระโดดเข้าสู่การเมือง โดยเขาเริ่มมีส่วนร่วมทางการเมืองในปี 1994 ขณะที่เขาอยู่ในแหน่งหัวหน้าแพทย์ประจำโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง ในเวลานั้น ไต้หวันกำลังจะจัดการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นแบบทางตรงครั้งแรก และเขาได้มีส่วนร่วมในตำแหน่งหัวหน้าสมาคมแพทย์ไถหนานที่สนับสนุน เฉิน ถิงหนาน (Chen Ting-nan) จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ชิงตำแหน่งผู้ว่าการเมืองไถหนาน

ต่อมา ในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ช่องแคบไต้หวันปี 1996 เขาตัดสินใจละทิ้งอาชีพแพทย์เพื่อเข้าสู่การเมืองอย่างเป็นทางการ ซึ่งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน (National Assembly representatives) ในปีนั้น เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนประชาชนจากเมืองไถหนาน

ในปี 1998 ไล่ ชิงเต๋อ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติโดยเป็นตัวแทนเมืองไถหนาน และด้วยการใช้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของเขา เขามีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการสวัสดิการสังคมและสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นมากหมายหลายประเด็น และประชาชนไถหนานก็ตอบแทนโดยเลือกเขาให้ดำรงตำแหน่งสภานิติบัญญัติ 4 วาระติดต่อกัน (1998-2010)

เขาเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติ และเคยชิงตำแหน่งตัวแทนสมัครประธานาธิบดีกับไช่ อิงเหวิน แต่พ่ายแพ้ แล้วเขาก็ได้ดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ในปี 2017-2019 ในวาระแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ ไช่ อิงเหวิน ต่อมาเขาได้เป็นรองประธานาธิบดี เมื่อไช่ อิงเหวิน ชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง

สำหรับจุดยืนทางการเมืองของ ไล่ ชิงเต๋อ โดยทั่วไปก็เหมือนกับจุดยืนของพรรค DPP ที่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน แต่เมื่อเข้าใกล้วันเลือกตั้ง ไล่ ชิงเต๋อ ก็ได้ลดระดับความเดือดลง เพื่อลดแรงเสียดทานและเพื่อดึงคะแนนจากชาวไต้หวันที่หวั่นเกรงว่าจะเกิดสงคราม โดยเขาประกาศเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2024 ว่า หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เขาจะรักษาสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันระหว่างไต้หวันกับจีน และจะเปิดการเจรจา-การมีส่วนร่วมกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่บนพื้นฐานความเสมอภาค

โหว โหย่วอี๋ ลูกเจ้าของเขียงหมู อดีตตำรวจ สู่ว่าที่ประธานาธิบดี

สำหรับแคนดิเดตจากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) นามว่า โหว โหย่วอี๋ (Hou yu-ih) อายุ 66 ปี เกิดวันที่ 7 มิถุนายน 1957 ในครอบครัวที่เป็นเจ้าของร้านขายหมู ในเมืองผูจี้ เขตเอียจี้ ในวัยเด็กเขาเคยช่วยทำงานในกิจการของครอบครัว ทั้งจับหมูและแล่เนื้อหมูขาย

เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยตำรวจแห่งชาติ หรือโรงเรียนายร้อยของไต้หวัน (Central Police University) แล้วเข้าสู่อาชีพตำรวจ ซึ่งเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นตำรวจฝีมือดี

เขามีชื่อเสียงมากขึ้นจากการทำคดีดัง คือ คดีการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี เฉิน สุยเปี่ยน (Chen Shui-bian) ซึ่งนั่นทำให้เขาเติบโตในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2006 เข้าได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไต้หวัน ซึ่งถือเป็นผู้นำตำรวจที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ไต้หวัน ณ เวลานั้น จากนั้นเขาได้รับตำแหน่งอธิการบดีวิทยาลัยตำรวจแห่งชาติในช่วงปี 2008-2010

ในปี 2010 เขาหันหัวเรือเข้าสู่การเมือง โดยเริ่มจากการเป็นรองนายกเทศมนตรีนครนิวไทเป ซึ่งในขณะนั้น จู หลี่หลุน (Chu Li-luan) หรือ อีริค จู (Eric Chu) เป็นนายกเทศมนตรี

แล้วจากนั้น ในปี 2018 เขาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองนิวไทเปด้วยคะแนนเสียง 1,165,130 เสียง (คิดเป็น 57.15% ของคะแนนทั้งหมด) ซึ่งเป็นคะแนนมากที่สุดเท่าที่ผู้สมัครของพรรคก๊กมินตั๋งเคยได้รับในการลงสมัครรับเลือกตั้งในระดับผู้บริหารเมือง ต่อมาเมื่อปี 2022 เขาชนะเลือกตั้งอีกสมัยด้วยคะแนน 1,152,555 คะแนน (คิดเป็น 62.42% ของคะแนนทั้งหมด)

โหว โหย่วอี๋ มีจุดยืนทางการเมืองและต่อประเด็นจีน-ไต้หวัน ตรงตามจุดยืนของพรรคก๊กมินตั๋ง คือ คัดค้านการประกาศเอกราชของไต้หวัน และสนับสนุนหลักการจีนเดียว แต่การตีความหลักการจีนเดียวของรัฐบาลจีนกับพรรคก๊กมินตั๋งมีมุมที่ต่างกัน ณ ปัจจุบัน โหว โหย่วอี๋ กับก๊กมินตั๋งต้องการรักษาสถานะปัจจุบันระหว่างไต้หวันกับจีนเอาไว้ และต้องการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน ต้องการให้มีการเจรจาการค้าและค้าขายกันมากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประวัติตัวเต็งประธานาธิบดีไต้หวัน ไล่ ชิงเต๋อ VS โหว โหย่วอี๋

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...