หย่า...อย่ารัก
ข้อมูลเบื้องต้น
“ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่กินไวน์นั่น”
“ทำไมล่ะคะ”
“เพราะคุณย่าอาจจะนึกสนุกใส่ยาปลุกเซ็กซ์เข้าไปในนั้นก็ได้…ยกเว้นคุณอยากจะเข้าหอคืนนี้”
ร่างบางได้ยินอย่างนั้นจึงวางแก้วลงทันที เธอมองเขาตาแทบถลน แต่เขามองตอบเธอด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะหลุดขำออกมา
“คุณอายุเท่าไหร่เนี่ย ผมพูดแค่นี้ก็เชื่อ? เป็นเด็กประถมหรือไง”
“นี่คุณ!”
เขาหลอกเธอหน้าตาเฉย ยังมีหน้ามาว่าเธออีก
“ถ้าคุณย่าคิดจะทำ คุณย่าไม่ใส่แค่ในไวน์นั่นหรอก ท่านคงจะใส่ในทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะนี้”
…ตกลงเขาจะพูดอะไรกันแน่!
“เพราะฉะนั้นก็…กินๆ ไปเถอะ” เขาหิวจะแย่ ถ้าไม่กินอันนี้แล้วจะกินอะไร
“แล้วถ้าคุณย่าใส่ยาลงไปจริงๆ ล่ะคะ”
ถ้าอย่างนั้น…
“…เดี๋ยวคืนนี้คุณก็รู้เอง”
สายตาที่เขามองเธอราวกับเขาเป็นหมาป่าล่าเหยื่อ ส่วนเธอเป็นลูกกวางหลงฝูง เธอไม่น่าหลงมากับเขาที่นี่เลย!
สวัสดีค่าาา ในที่สุดไรท์ก็ได้ฤกษ์คลอดเรื่องใหม่แล้วววว
แต่ถ้ายังอ่านไม่จุใจ ไปอ่านต่อในอีบุ๊กได้น้าา เพราะอีบุ๊กมีตอนพิเศษแถม 5 ตอนค่าา ตอนนี้กำลังจัดโปรอยู่ด้วยน้าาา
ยังไงก็ฝากติดตาม กดใจ กดเข้าชั้นเป็นกำลังใจให้โยรัญดาด้วยน้าาา
บทนำ
“ไอ้วัต!”
“อยู่ใกล้แค่นี้จะตะโกนทำไมคุณย่า!” ภควัตแหกปากตะโกนกลับไปบ้าง
“หน๊อยยย ไอ้หลานเนรคุณ รอบนี้ฉันไม่ยอมแน่ ยังไงแกก็ต้องแต่ง และต้องมีหลานให้ฉันให้ได้”
“ถ้าคุณย่าอยากแต่ง คุณย่าก็แต่งเองสิ ผมเห็นตาชัยที่อยู่ในซอยบ้านเราเนี่ย ยังโสด เดี๋ยวผมไปขอให้เอาไหม”
“ไอ้วัต!” คุณหญิงโฉมฉายแผดเสียงขึ้นมาอีก ก่อนจะคว้าหมอนอิงปาใส่หลานชาย
“คุณแม่ใจเย็นๆ ค่ะ” ภวิกาลูบแขนแม่ของอดีตสามีแล้วจับไว้ไม่ยอมปล่อย กลัวใจคุณหญิงจะจับแจกันมาทุ่มใส่หัวลูกชาย
“แม่วิ ดูลูกชายเธอสิ มันน่าจับตอนแล้วเอาไปให้หมากินจริงๆ”
“ถ้าคุณย่าตอนผม คุณย่าก็ไม่เหลือใครไว้สืบสกุลแล้วนะ นามสกุลของคุณปู่ก็จะตายไปพร้อมกับผมเนี่ยแหละ”
“ก็ใช่ไง ฉันถึงจะให้แกแต่งงานนี่ไง”
“ผมจะแต่ง…เมื่อถึงเวลา และผมจะเลือกเจ้าสาวของผมเอง”
“เวลาอะไรฮะ! แกรอเวลามาจนจะสี่สิบอยู่แล้ว แกจะรอไปถึงเมื่อไหร่”
เขาเพิ่งจะพ้นสามสิบมาปีเดียวเอง คุณย่านับยังไงให้ได้สี่สิบ สงสัยคุณย่าเขาตกเลขแหงๆ
“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละครับ”
“ไม่ได้! แกต้องแต่งงานกับหนูนิล ฉันจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จภายในเดือนนี้ แกจะต้องใส่ชุดเจ้าบ่าวและจดทะเบียนกับหนูนิลเท่านั้น”
“อ่อ ยายนั่นชื่อนิลเหรอ สงสัยจะดำเป็นตอตะโก หน้าตาขี้เหร่จนหาผัวเองไม่ได้ ถึงได้ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้า คุณย่าจะเอาผู้หญิงแบบนั้นมาทำหลานสะใภ้เหรอครับ”
“นั่นปากแกเหรอไอ้วัต!”
ก็ปากเขาน่ะสิ ถ้าไม่ใช่ปากเขาแล้วจะปากใครล่ะ
“หนูนิลเป็นครู หน้าตาสะสวย นิสัยใจคอก็ดี ใจดี น่ารัก มีมารยาท เด็กนรกอย่างแกเทียบชั้นหนูนิลไม่ได้หรอก”
“ตกลงยายตอตะโกนี่เป็นหลานคุณย่าใช่ไหม”
“เขาชื่อหนูนิล นิลดา แกอย่ามาปากหมาเรียกเขาแบบนั้นนะ”
“ไม่ว่ายายนั่นจะชื่ออะไร ผมก็ไม่สนทั้งนั้น”
“แกต้องสน! ถ้าแกไม่ยอมแต่งงานกับหนูนิล ฉันจะยึดทุกอย่างคืน ทั้งเงินทั้งตำแหน่งประธานเส็งเคร็งของแก ฉันจะเอาคืนให้หมด”
ประธานเส็งเคร็ง?
เขานั่งตำแหน่งท่านประธานผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเครื่องดื่มที่ถูกส่งออกและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คุณย่าบอกตำแหน่งเส็งเคร็ง! คุณปู่ต้องอยากลุกจากหลุมมาหยิกคุณย่าแน่ๆ
“คุณย่าต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ ยายนี่มันลูกใคร ใหญ่มาจากไหน ถึงทำให้คุณย่าทำแบบนี้กับผมได้”
“โอ๊ยยย ฉันเลิกคิดจะจับคู่แกกับยายคุณหนูยอดมนุษย์ทั้งหลายไปนานแล้วย่ะ แต่ไม่ต้องห่วง หนูนิลก็พิเศษมากพอจะจัดการกับเด็กเวรอย่างแกได้แน่”
“ฮ่าๆๆๆ”
“แกขำอะไรไอ้วัต”
“ก็ขำคุณย่าไง”
พิเศษขนาดไหนก็จัดการเขาไม่ได้หรอก!
“ระวังยายนั่นจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า”
“ถ้าแกกล้าลองดีกับฉันนะไอ้วัต”
“ผมจะพูดครั้งสุดท้ายว่า…ผมไม่แต่ง!”
“ฉันก็จะพูดครั้งสุดท้ายว่า…แกต้องแต่ง!”
ย่าหลานสบตากันไม่มีใครยอมใคร
“ถ้าคุณย่าอยากจัดงานแต่งนัก ก็จัดเลย แต่ผมจะแนะนำอย่างนึง…อย่าจัดงานใหญ่มากนะครับ คนยิ่งเยอะก็จะยิ่งอายเขาเปล่าๆ ลาล่ะครับ” ว่าจบก็ถอนสายบัวกวนประสาทผู้เป็นย่า
“ไอ้วัต! $#@%&*#”
ได้ยินคุณหญิงย่าสวดสรรเสริญเขาตามหลังมา สงสัยวันนี้เขาต้องนอนหลับฝันดีแหงๆ
ย่าหลานคู่นี้ตะโกนใส่กันเก่ง เถียงกันเก่งมากกกก
ไอ้วัตของคุณย่าปากดีขนาดนี้ มาดูกันว่าตอนหน้าจะได้แต่งจริงไหม
ฝากคอมเมนต์ กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้โยรัญดาด้วยน้าาา
บทที่ 1 พ่ายแพ้
ผู้คนคลาคล่ำอยู่เต็มพื้นที่ทั้งในและนอกบ้าน คุณหญิงโฉมฉายเปิดคฤหาสน์วีระวาณิชย์จัดงานแต่งงานใหญ่โตให้กับหลานชายเพียงคนเดียว ถึงงานจะถูกจัดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ด้วยอำนาจของเงินก็ดลบันดาลให้ทุกอย่างออกมายิ่งใหญ่อลังการตามที่คุณหญิงต้องการได้
ด้วยความเร่งรีบทำให้หลายคนคิดไปในทางเดียวกันว่า หลานชายจอมเจ้าชู้ของคุณหญิงต้องทำเจ้าสาวท้องก่อนแต่งเป็นแน่ ทุกคนต่างก็เฝ้ารอที่จะได้พบเจอกับเจ้าของชื่อที่อยู่บนการ์ดเชิญ เพราะจากที่ดูไม่ใช่นามสกุลดัง แต่ดูต๊อกต๋อยจนต้องเสิร์ชกูเกิ้ลหาว่าเป็นใครมาจากไหน ปรากฏว่าเป็นลูกสาวของเจ้าของบริษัทสิ่งพิมพ์เล็กๆ แห่งนึงเท่านั้น
“นี่คือขี้เหร่ของมึงเหรอไอ้วัต” เมฆินทร์กระซิบด่าเพื่อนเมื่อเขาได้เห็นเจ้าสาวของมันเต็มตา ไหนมันว่าดำปี๊ดปี๋เหมือนเงาะป่า ขี้เหร่แบบหาใครเปรียบไม่ได้ แต่ผู้หญิงในชุดไทยที่อยู่ตรงหน้าเขากลับตรงกันข้ามทุกอย่าง ไม่เหมือนที่มันพูดเลยสักนิด
“มึงหุบปากไปเลยไอ้เมฆ” ต่อให้ยายเจ้าสาวที่เขาไม่ต้องการจะขาวจะสวยแค่ไหน เขาก็ไม่สน เพราะยายนี่ชีวิตเขาถึงป่นปี้ไปหมด!
เมื่อสามวันก่อนเขาต้องอับอายขายขี้หน้าที่ห้องอาหารสุดหรูเพราะคุณย่าสั่งอายัดบัตรเครดิตของเขาทั้งหมด ทั้งๆ ที่มันเป็นชื่อเขา! ไม่รู้ย่าใครเส้นใหญ่มาจากไหน เดี๋ยวเขาจะฟ้องพวกธนาคารให้หมดตัวเลย วันนั้นเขาต้องให้สาวที่พาไปจ่ายค่าอาหารให้ คิดดู!
นิลดารับรู้ถึงความเกลียดชังของเจ้าบ่าวที่เธอเพิ่งได้เจอหน้าเป็นครั้งแรก แต่เธอก็ไม่รู้จะทำยังไง เธอจึงทำตัวลีบเล็กลงไปอีก
“หนูนิลของย่า วันนี้หนูสวยจริงๆ มานี่สิลูก นี่ตาวัตหลานของย่าที่ย่าเล่าให้ฟัง”
“สวัสดีค่ะคุณวัต”
นิลดายกมือไหว้ด้วยกิริยางดงาม แต่ภควัตกลับนิ่งเฉย ไม่ตอบ ไม่ไหว้กลับ แถมตวัดสายตามามองแบบไม่พอใจ จนคนไหว้หน้าชาเหมือนถูกตบกลางสี่แยก ทางฝั่งเจ้าสาวเห็นแบบนั้นก็หน้าตึง นภัทรพ่อของนิลดาอยากจะเข้าไปต่อยว่าที่ลูกเขยให้หน้าหงายแล้วพาลูกสาวกลับบ้านเดี๋ยวนั้นเลย
ภควัตรู้ว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจแต่เขาไม่สน ทำไมเขาต้องสนใจครอบครัวที่ขายลูกสาวกินด้วย เขาไม่รู้หรอกว่าเรื่องราวเป็นยังไง แต่พ่อดีๆ ที่ไหนจะยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จักกัน
“ไอ้วัต!” คุณหญิงโฉมฉายเน้นเขี้ยวเน้นฟันใส่หลานที่ทำมารยาททรามๆ ต่อหน้าประชาชี แต่หลานชายก็ไม่สนใจ เดินไปนั่งตามตำแหน่งที่ออแกไนซ์บอกไว้โดยไม่รอใครสักนิด
เมฆินทร์มองความวายปวงตรงหน้าแล้วได้แต่คิดว่า มันจะแต่งกันได้สักกี่วัน เผลอๆ เจ้าสาวอาจจะอยากหย่าตั้งแต่ยังไม่แต่งเลยก็ได้
พิธีดำเนินไปด้วยความอึมครึม เจ้าบ่าวหน้าบึ้งตลอดเวลา เจ้าสาวก็ไม่ค่อยพูดแต่ยังมีมารยาทยิ้มรับและขอบคุณทุกคนที่มาอวยพรแม้ว่าเธอจะไม่รู้จักใครในงานเลยก็ตาม
จนกระทั่งถึงตอนส่งตัวเข้าหอ ภควัตยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องตัวเองไว้ เหมือนยืนขวางทางจะไม่ให้ใครเข้าห้อง
“นี่จะไปส่งกันถึงเตียงจริงๆ เหรอครับ” เขาพูดกับทุกคนที่ยืนอออยู่หน้าประตูจะส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ
“ไอ้วัต ฉันบอกแกว่ายังไง” คุณหญิงโฉมฉายกัดฟันพูดกับหลานอีก แค่โดนอายัดบัตรมันยังไม่เข็ดใช่ไหม
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณย่า เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมไม่ปล่อยโอกาสดีๆ ให้หลุดมือไปหรอก” เขาพูดประโยคชวนสยิวแต่กลับมองเจ้าสาวด้วยสายตาแข็งกร้าว
“มันจะเกินไปแล้วนะ” เป็นพ่อเจ้าสาวที่ทนไม่ได้
“ไม่เห็นจะเกินไปตรงไหนเลย ที่ยอมให้แต่งงานกับผม ก็เพราะอยากมีหลานไม่ใช่เหรอครับ”
คำพูดเหมือนจะไม่มีอะไร แต่แฝงความนัยว่าเขาให้ลูกสาวแต่งงานมีลูกเพื่อจะจับผู้ชาย
“นี่มันมากเกินไปแล้ว” นภัทรเข้าไปกระชากคอเสื้อลูกเขยอย่างเหลืออด
“พ่อคะ อย่าค่ะ/คุณคะ ใจเย็นๆ” ทุกคนเข้าไปห้ามกันวุ่นวาย
“พอได้แล้ว!” จนเสียงกัมปนาทของคุณหญิงดังขึ้น
“ผมจะพายายนิลกลับ เอาเงินของคุณคืนไปให้หมดคุณหญิง”
“คุณนะเซ็นสัญญาไปแล้ว ยกเลิกไม่ได้เด็ดขาด”
“ผมจะเอาเงินมาคืนคุณทุกบาททุกสตางค์ ผมจะไม่ยอมให้ลูกสาวผมอยู่กับไอ้สารเลวนี่เด็ดขาด” นภัทรชี้ไปที่หน้าของไอ้สารเลวตัวนั้น
“ฉันบอกคุณแล้วว่าสัญญายกเลิกไม่ได้! คุณอย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปมากกว่านี้เลยนะ”
“แต่คุณหญิงดูมันสิ มันไม่คิดจะให้เกียรติยายนิลเลยสักนิด”
“ฉันรับปากคุณว่าจะดูแลหนูนิลอย่างดี ถ้ามันกล้าทำร้ายหนูนิลแม้แต่นิดเดียว ฉันจะส่งมันให้ตำรวจเอง”
“ยังไงผมก็จะพายายนิลกลับ”
“คุณรู้ใช่ไหมว่าฉันทำอะไรได้บ้าง แต่ฉันไม่ต้องการทำแบบนั้นกับครอบครัวคุณหรอกนะ”
“…” นภัทรกัดฟันกรอดมองสองย่าหลานตาเขม็ง
ส่วนภควัตเลิกคิ้วมองพ่อตาอย่างเป็นต่อ เห็นไหมล่ะ บ้านนี้ขายลูกสาวกินอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด
“ฉันรับปากคุณว่าฉันจะดูแลหนูนิลอย่างดี ฉันพูดจริงทุกคำ”
“พ่อคะ นิลไม่เป็นไรค่ะ” นิลดาลูบแขนพ่อให้ใจเย็นๆ
เฮอะ! ยายนี่ก็คงอยากเป็นเมียเขาจนตัวสั่น
“พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ หนูนิลอยู่ที่นี่ไม่เป็นไรหรอก”
ไม่เป็นไรเหรอ! ก่อนจะพูดได้ดูหน้าหลานตัวเองหรือเปล่า นภัทรไม่อยากให้ลูกสาวอยู่ต่อ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง
“นิลไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะพ่อ” พูดเพื่อให้พ่อสบายใจไปอย่างนั้นเอง ในใจจริงๆ เธออยากกลับตั้งแต่ได้เจอหน้าเขาด้วยซ้ำ นาทีนี้เธอก็กลัวจนใจสั่นไปหมดแล้ว แต่เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ เธอจะต้องอยู่ให้ได้ เธอได้ยินมาว่าเขาเจ้าชู้และขี้เบื่อ เธอเชื่อว่าไม่นานเขาก็ต้องเบื่อเธอแน่ ทนอีกนิด เดี๋ยวมันก็ผ่านไปแล้ว…
ทุกอย่างดูสงบขึ้น ครอบครัวเจ้าสาวยอมกลับไป ตอนนี้จึงเหลือแต่คุณหญิงย่า คุณแม่ภวิกา นิลดาและภควัต
“แกรับปากกับฉันแล้วนะไอ้วัต”
“ผมรู้แล้วน่า” เขาไม่ทำร้ายร่างกายผู้หญิงอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องพูดซ้ำเลย
“หนูนิล ตอนนี้หนูเป็นคนในครอบครัวของย่าแล้ว มีอะไรก็บอกย่าได้ตลอดเลยนะลูก”
“ขอบคุณค่ะคุณหญิง”
“คุณหญิงอะไรกัน บอกกี่ทีแล้วว่าให้เรียกคุณย่า”
“ค่ะ…คุณย่า”
“ตอนนี้หนูนิลก็เป็นลูกสาวอีกคนของแม่เหมือนกัน ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจอะไร ก็ขอให้นึกถึงแม่นะ แม่ยินดีรับฟังหนูทุกอย่างเลย”
“ขอบคุณค่ะ…คุณแม่”
“เรียกถูกแล้วจ้ะ”
“เอาล่ะ พวกเราไม่กวนแล้ว หนูนิลก็เข้าห้องไปเถอะ ส่วนแกก็ดูแลน้องให้ดี เข้าใจไหมไอ้วัต”
“ผมจะดูแลอย่างดีเลยครับ…คุณย่า” ชายหนุ่มเปิดทางให้เจ้าสาวเดินเข้ามา ส่งสายตาร้ายกาจไปให้คุณหญิงย่าก่อนจะปิดประตู คนเป็นย่าจะด่าก็ด่าไม่ทันแล้ว
สุดท้ายหลานชายตัวดีก็พ่ายแพ้ให้คุณหญิงย่าจนได้
ตอนหน้ามาเอาใจช่วยให้หนูนิลรอดพ้นจากเงื้อมมือของคนปากหมาไปด้วยกันค่ะ
คอมเมนต์ กดใจ เพิ่มเข้าชั้นเป็นกำลังใจให้โยรัญดาด้วยน้าาา
บทที่ 2 มีอะไรให้เซ็นอีกไหม
ภควัตกวาดสายตามองร่างบางที่ยืนอยู่กลางห้องอย่างคนที่ทำตัวไม่ถูก ก่อนจะข่มขวัญด้วยการย่างสามขุมไปหาเธอ นิลดาถอยหลังก่อนขาจะสะดุดเข้ากับขอบเตียงจนเธอทรุดนั่งลงบนนั้น
ชายหนุ่มยืนค้ำหัวเธออยู่ เขาเห็นความหวาดกลัวอยู่ในดวงตาที่สั่นไหวคู่นั้น
เฮอะ! กลัวเหรอ เสแสร้งได้เนียนดีหนิ เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่เป็นไร ดูอยากเป็นเมียเขาจนตัวสั่น ไม่ว่าเธอต้องการอะไร เธอไม่มีวันได้แบบนั้นแน่!
“ผู้หญิงอย่างคุณต่อให้ผมเจอบนสวรรค์ ผมก็ไม่เอามาทำเมียหรอก” ว่าจบก็หันไปเปิดลิ้นชักหัวเตียงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาส่งให้เธอ
นิลดายื่นมือไปรับอย่างงงๆ
“อย่าเพิ่งดีใจเพราะคิดว่าในนั้นเป็นเงินล่ะ”
เธอไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย
นิลดาคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา ท่าทางนิ่งเฉยของเธอยิ่งเพิ่มโทสะให้คนมองเข้าไปอีก
“ผมต้องมั่นใจว่าผู้หญิงหน้าเงินอย่างคุณจะไม่มาสูบเลือดสูบเนื้อเงินของครอบครัวผม เพราะฉะนั้นเซ็นซะ”
นิลดาก็ยังเฉย ภควัตจึงกระชากซองคืนมาเปิดเอง เขาดึงกระดาษออกมาสองชุด แล้วยกขึ้นมาทีละชุด
“ไม่ว่าคุณจะรับเงินจากคุณย่าไปเท่าไหร่ เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับผม สัญญาฉบับนี้คือ…คุณไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติทุกอย่างของผม ผมจะไม่ให้เงินคุณแม้แต่สตางค์แดงเดียว ถ้าคุณกำลังคาดหวังเรื่องนั้นอยู่ ก็คงจะผิดหวังอย่างแรง”
“…”
เธอไม่ได้คาดหวังอะไรจากเขาเลย เธอแค่ต้องการอยู่อย่างสงบสุขเท่านั้นเอง
“อีกอย่าง จำไว้ว่าถ้าคุณท้องขึ้นมา…เด็กคนนั้นต้องไม่ใช่ลูกของผม”
“…คะ?”
“คุณย่าซื้อคุณมาเป็นแม่พันธุ์ไม่ใช่เหรอ อะไรที่คุณกับคุณย่าต้องการจะไม่มีทางสมหวังหรอก และถ้าคุณเกิดอยากเอาใจนายจ้างด้วยการไปนอนกับคนอื่นเพื่อทำลูก เด็กนั่นก็ไม่ใช่ลูกผมไง”
นิลดาหน้าชากับคำดูถูกเหยียดหยามของเขา เธอโกรธจนตัวสั่นน้ำตาคลอ อยากจะลุกขึ้นตบหน้าเขา แต่เธอรู้ดีว่าถ้าทำแบบนั้น ทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง
“ฉันต้องเซ็นตรงไหนคะ” เธอพยายามบังคับเสียงให้เข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอไม่ต้องการให้เขาคิดว่าเธออ่อนแอ บีบน้ำตาเพื่อให้เขาสงสาร แค่นี้เธอก็รู้สึกไร้ค่ายิ่งกว่าฝุ่นผงแล้ว แต่คนอคติยังไงก็อคติอยู่วันยังค่ำ
หึ ทำเป็นเสียงสั่นบีบน้ำตา คิดว่าเขาจะเห็นใจเหรอ ไม่มีทาง!
ภควัตเอาปากกาเคาะไปที่ตำแหน่งที่เธอต้องเซ็น ก่อนจะส่งปากกาเล่มนั้นให้เธอด้วย
นิลดารับมาเซ็นลงไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่คิดจะอ่านมันแม้แต่ตัวเดียว ยังไม่ทันที่เธอจะส่งคืนให้เขา เขาก็ยื่นอีกฉบับนึงให้เธอ
“ส่วนนี้เป็นใบหย่า ถึงจะยะ…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ร่างบางก็ดึงกระดาษแผ่นนั้นไปเซ็นทันที ก่อนจะส่งทั้งหมดนั่นคืนให้เขา
“มีอะไรจะให้ฉันเซ็นอีกไหมคะ”
“อวดเก่งไปให้ได้ตลอดก็แล้วกัน แล้วอย่าบอกเรื่องนี้กับคุณย่าล่ะ…ถ้ายังอยากอยู่ดีมีสุข” ว่าจบเขาก็หมุนตัวจะเดินออกไป แต่ก่อนจะถึงประตูก็ยังไม่วายทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บแสบ
“ถ้าคุณหมดปัญญาจะปอกลอกผมแล้วจริงๆ จนไม่รู้จะหาเงินจากไหน คุณจะหยิบข้าวของมีค่าในห้องนี้ไปขายก็ได้นะ ผมไม่ถือ ผมเป็นคนชอบทำบุญน่ะ”
ภควัตปิดประตูเดินออกมาไม่กี่ก้าวก็หยุดเดิน เขาตบๆ ที่กระเป๋าก่อนจะทำหน้าเซ็ง
เวรเอ๊ยย กูจะเดินออกมาเท่ๆ เสือกลืมกระเป๋าตังค์กับโทรศัพท์ไว้ในห้อง
ชายหนุ่มจึงเดินกลับไปที่ประตู แต่พอหมุนลูกบิดก็พบว่า…มันล็อกจากด้านใน
“คุณ เปิดประตูให้ผมหน่อย ผมลืมของ” เขาเคาะห้องแล้วเธอไม่ยอมเปิด จนเขาต้องเคาะไปแหกปากไป แต่ยายนั่นก็ยังไม่ยอมเปิด
ตายแล้วเหรอวะ!
นิลดามองลูกบิดประตูที่สั่นไปมาด้วยใจหวาดหวั่น แต่เธอก็ไม่คิดจะเปิดมัน เธอสามารถทนให้เขาเหยียดหยามได้สารพัด แต่ถ้ามากกว่านี้ก็ไม่รู้ว่าจะทนได้ไหม ถึงจะเตรียมใจมาแล้ว แต่พอเจอเข้าจริงๆ ก็อดกลัวไม่ได้
เขาออกไปแล้ว ตอนนี้เธออยู่คนเดียว เธอปลอดภัยแล้ว นิลดาเฝ้าบอกตัวเองแบบนั้นทั้งน้ำตา จนอีกฝั่งของประตูเงียบเสียงไป เธอถึงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นปล่อยเสียงสะอึกสะอื้นออกมาอย่างสุดจะกลั้นไว้ได้อีก…
“เฮ้ยๆ ไอ้วัตมาไงวะ ตอนนี้มึงต้องเข้าหออยู่ไม่ใช่เหรอ มึงพลาดได้ไง”
เมฆินทร์พยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน
“มึงหุบปากไปเลยไอ้ปก”
“โด่ มึงไม่ต้องมาทำเสียงแข็งใส่กูเลยนะ ไอ้เมฆบอกเมียมึงทั้งขาวทั้งสวย ไหนมึงว่าขี้เหร่ไง มึงกั๊กเพื่อนเหรอวะ”
ปกป้องก็ยังแซวไม่หยุด งานแต่งมันจัดกะทันหัน เขามีงานด่วน เขาจึงไม่ได้ไปร่วมงาน แถมตอนแรกมันยังบอกพวกเขาเสียดิบดีว่าเจ้าสาวของมันจะได้เป็นม่ายขันหมาก มันไม่โผล่หัวไปงานแต่งแน่ แต่สุดท้ายมันก็พ่ายแพ้ให้คุณหญิงย่าของมันจนได้
ปกป้องปลีกตัวไปงานแต่งมันไม่ได้จึงไม่ได้เห็นเจ้าสาวของมันกับตา แต่ฟังจากที่ไอ้เมฆเล่าบวกกับเห็นรูปตามโซเชียลของคนที่ไปร่วมงานแล้วก็พูดได้คำเดียวว่า…ไอ้วัตมันตอแหล! หน้าตาแบบนั้นไม่ได้เข้าใกล้คำว่าขี้เหร่สักนิด แถมผิวยังขาวสะท้อนแสงขนาดนั้นก็ไม่ได้ใกล้คำว่าดำเป็นตอตะโกเลย ไอ้วัตแม่งกั๊กชัดๆ!
ภควัตไม่สนใจเพื่อน เขาสั่งเหล้ามาแล้วกระดกไม่หยุด ทำอย่างกับอดเหล้ามานาน
“อะไรของมึงวะ หน้าหม้ออย่างมึง ได้เมียสวยก็ไม่น่าเครียดนี่หว่า”
“สวยแล้วยังไง หน้าเงินขนาดนั้นกูไม่สนหรอก”
“แหม มึงก็พูดไป ในบรรดากิ๊กกั๊กทั้งหลายของมึงมีที่ไม่หน้าเงินด้วยเหรอวะ”
“ไอ้เชี่ยปก!” ภควัตด่าเพื่อนกลับไปบ้าง เพราะตั้งแต่มาถึงมันยังหาเรื่องแซะเขาไม่หยุด
“เอ้า กูพูดจริงหนิ” ปกป้องทำหน้างง เขาพูดอะไรผิดอะ เขาเห็นเด็กมันแต่ละคนเห็นมันเป็นเครื่องรูดบัตรทั้งนั้นแหละ และเขาไม่เชื่อว่ามันจะไม่รู้ แต่ไม่เห็นมันจะสนใจเลย
“แล้วทำไมมึงถึงว่าเขาหน้าเงิน เขาขอเงินมึงเหรอ” เมฆินทร์ถามขึ้นมาบ้าง เขาไปร่วมงานแต่งของมัน ก็ไม่เห็นว่าเจ้าสาวมันจะทำอะไรไม่ดีเลย ออกจะทำตัวลีบเล็ก พยายามให้ไม่เป็นที่สนใจด้วยซ้ำ แต่เธออยู่ในสถานะเจ้าสาว แถมเป็นเจ้าสาวที่ถูกเม้าท์ตั้งแต่การ์ดถูกร่อนออกไป จะให้ไม่เป็นที่สนใจคงเป็นไปไม่ได้ จริงๆ ต้องบอกว่าทุกคนที่ไปงานในวันนี้ ตั้งใจจะไปดูหน้าเจ้าสาวเลยด้วยซ้ำ รวมถึงเขาด้วย
ภควัตนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ยายนั่นยอมเซ็นสัญญากับใบหย่าอย่างง่ายดาย…แค่จะทำให้เขาตายใจน่ะสิ!
“คนที่ยอมรับเงินเพื่อมาเป็นแม่พันธุ์จะเป็นคนดีไปได้ยังไง”
“สรุปเขาก็ไม่ได้ขอเงินมึง?” มันตอบไม่ตรงคำถามเมฆินทร์จึงย้อนถามไปอีก
“แล้วมึงจะเรียกเขาว่าหน้าเงินได้ไง งี้มึงก็พูดไม่ถูกนะ” ปกป้องว่าเสริมเข้าไปอีก
“นี่พวกมึงเป็นเชี่ยไรเนี่ย รุมด่ากูอยู่ได้ กูไม่สนว่ายายนั่นจะเป็นคนยังไง และต่อให้ขอเงินกู กูก็จะไม่ให้ด้วย”
“เนี่ย มึงอคติอะ เขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่มึงคิดก็ได้นะ”
“กูบอกว่ากูไม่สน”
“แล้วมึงจะสนหน่อยไม่ได้เหรอวะ คุณหญิงย่าของมึงก็ไม่ธรรมดานะเว้ย เขาอาจจะไปบังคับขู่เข็ญคุณนิลให้มาแต่งงานกับมึงก็ได้”
“มึงไม่เห็นว่าย่ากูโอ๋ยายนั่นแค่ไหน จะมาบังคับขู่เข็ญอะไร”
“คุณหญิงย่าอาจจะแค่อยากได้หลาน แต่เขาคงเห็นใจคุณนิลแหละ ต้องมารับมือกับคนอย่างมึงเนี่ย”
เมฆินทร์พยักหน้าเห็นด้วยอีก เขาเห็นกิริยาที่มันทำกับเจ้าสาวแต่ละอย่าง เขายังแอบสงสารเธอเลย
“ไอ้เชี่ยปก มึงจะไม่หยุดใช่ไหมเนี่ย งั้นกูจะกลับแล้ว”
“โตเป็นควายแล้วแค่นี้ทำเป็นงอนไปได้ กูพูดเพราะกูหวังดีนะเว้ย ไหนๆ ก็แต่งงานจดทะเบียนไปแล้ว ทำไมมึงไม่ลองทำความรู้จักเขาดู ถ้าผ่านคุณหญิงย่ามาได้ กูว่าเขาก็คงไม่แย่เท่าไหร่หรอก”
“ยายนั่นเซ็นใบหย่าให้กูแล้ว”
“ฮะ/ฮะ”
“แต่กูยังไปยื่นที่สำนักงานเขตไม่ได้ เดี๋ยวคุณย่ารู้”
“มึงนี่มัน!”
“มึงให้เขาเซ็น เขาก็เซ็นให้มึงง่ายๆ เหรอ”
“เออ!”
“เขาไม่ได้เรียกร้องอะไรเลยเหรอ”
“มึงต้องการให้กูพูดอะไรวะไอ้เมฆ”
“ก็ถ้าเขายอมเซ็นให้มึงง่ายๆ โดยที่ไม่เรียกร้องอะไรเลย มันก็บอกอะไรได้หลายๆ อย่างไม่ใช่เหรอวะ อย่างน้อยคือเขาไม่ได้ตั้งใจจะปอกลอกมึง”
“ยายนั่นอาจจะได้จากย่ากูมาเยอะแล้วก็ได้”
“ที่มึงพูดนี่มึงรู้แน่แล้วใช่ไหม”
“เป็นใครก็ดูออกเปล่าวะ ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะยอมแต่งงานกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้า”
“มึงอคติ!”
“มึงจะเข้าข้างยายนั่นไปถึงไหนวะไอ้เมฆ หรือว่ามึงชอบ งั้นกูยกให้เอาไหม”
“ไอ้เชี่ยวัต!”
“เฮ้ยๆ ใจเย็นๆ”
ปกป้องรีบเข้าห้ามทัพ
“ไอ้วัต กูว่ามึงเมาแล้วมึงกลับเหอะว่ะ ส่วนมึงใจเย็นๆ มึงจะเอาอะไรกับคนเมาวะไอ้เมฆ”
ภควัตยกแก้วสุดท้ายกระดกจนหมด เขามองตรงไปที่ผู้หญิงคนนึงที่ส่งสายตาเชิญชวนมาให้ตั้งแต่เขามาถึงแล้ว เขาไปต่อก็ได้ ไม่อยากคุยกับไอ้พวกเพื่อนเวรนี่แล้วเหมือนกัน
“เออ กูไปก็ได้ จ่ายค่าเหล้าให้กูด้วย กูไม่ได้เอาเงินออกมา”
“โอ้โห แต่งงานแค่วันเดียว เมียก็ไม่ให้เงินออกจากบ้านแล้วเหรอวะ สุดยอด” ปกป้องพูดหยอกให้คลายเครียดก่อนมันจะไป ผลคือมันเตะที่หน้าแข้งเขา ไอ้เวร กูอุตส่าห์ห้ามไม่ให้พวกมึงตีกันนะเว้ย
เมฆินทร์มองภควัตที่เดินควงสาวออกจากคลับไป ทั้งที่วันนี้เป็นวันแต่งงานของมันแท้ๆ
“คุยกับมันเหมือนคุยกับกำแพง”
“จากที่ฟังกูว่าคุณนิลไม่ได้แย่อะไรหรอกว่ะ กูว่ามันเนี่ยแหละแย่”
“เออ”
“มึงก็ใจเย็นๆ ถ้าคุณนิลดีจริงแล้วมันยังทำสันดานแบบนี้นะ มึงรอสมน้ำหน้ามันได้เลย กูว่ามันหอนแน่”
เออ กูจะรอดูวันนั้นก็แล้วกัน
มารอเป็นเพื่อนคุณเมฆไปด้วยกันได้เลยค่าาา
ไรต์รับประกัน หอนแน่นอน!!!
คอมเมนต์ กดใจ เพิ่มเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้โยรัญดาได้น้าาา