โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดเทรนด์ "เงินเดือน-โบนัส" ปี’66-67 ปิโตรดาวรุ่ง-ยานยนต์ครองแชมป์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 พ.ย. 2566 เวลา 01.26 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2566 เวลา 01.25 น.

อัพเดตล่าสุด 5 พ.ย. 2566 เวลา 08.25 น.

เปิดอัตราเงินเดือน-โบนัสปี 2566-2567 จากผลสํารวจ PMAT สอบถาม 125 องค์กร 10 อุตสาหกรรม รวมพนักงาน 80,000 คน ระบุชัดปีนี้อุตสาหกรรม “กลุ่มปิโตรเคมี-ไอที-ของกินของใช้” ได้เงินเดือนขึ้นมากที่สุด เผยปีหน้าจะถึงคิวของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ส่วนธุรกิจยานยนต์ครองแชมป์แจกโบนัสสูงสุดติดต่อกันหลายปี

สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (Personnel Management Association of Thailand) หรือ PMAT จัดทำสำรวจการขึ้นเงินเดือน และการให้โบนัส ประจำปี 2566-2567 จากบริษัท 125 บริษัท ใน 10 อุตสาหกรรม รวมพนักงาน 80,000 คน เป็นข้อมูลที่องค์กรต่าง ๆ จะใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงเทียบกับตลาดรวม

ปัจจัยอยู่ที่ภาวะเศรษฐกิจ

นางสุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย รวมถึงอัตราเงินเฟ้อมีผลต่อการขึ้นเงินเดือนและจ่ายโบนัสของแต่ละองค์กร

จากรายงานนโยบายการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2566 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 3.6 ในปี 2566 และร้อยละ 3.8 ในปี 2567 โดยภาคการท่องเที่ยวดีขึ้นต่อเนื่อง และภาคสินค้าบริโภค ภาคเอกชนขยายตัว ส่งผลให้การจ้างงานและรายได้แรงงานปรับตัวดีขึ้น มีการกระจายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะรายได้ของลูกจ้างภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระ

ทั้งนี้ ภาคการส่งออกสินค้าซึ่งปรับลดลงตั้งแต่ปลายปี 2565 คาดว่าจะฟื้นตัวชัดเจนในครึ่งหลังของปี 2566 ด้วยอานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีน และการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ซึ่งจะเป็นแรงส่งต่อไปยังปี 2567

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มทยอยปรับลดลงกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ในปี 2566 และร้อยละ 2.4 ในปี 2567

“จากผลการสำรวจของ PMAT การขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยปี 2566 อยู่ที่ร้อยละ 4.58 อุตสาหกรรมที่ขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ร้อยละ 5.25, กลุ่มเทคโนโลยี ร้อยละ 5.05, และกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค ร้อยละ 5.02”

โดยคาดการณ์ว่าการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยปี 2567 จะอยู่ที่ร้อยละ 4.64 ทั้งนี้อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ร้อยละ 5.33, กลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค ร้อยละ 5.17, และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ร้อยละ 4.83

“ประเทศพัฒนาแล้วอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส แคนาดา เกาหลี จะขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยร้อยละ 4.6-5.00 ซึ่งใกล้เคียงกับผลสำรวจของ PMAT แต่อย่าลืมว่าประเทศเหล่านั้นมีฐานค่าจ้างสูง การที่ไทยจะขึ้นเท่ากันก็ถือว่าไม่ได้สูงเกินไป เนื่องจากแรงงานไทยมีฐานเงินเดือนที่ไม่สูง”

ขึ้นค่าแรงเป็นเรื่องจำเป็น

ดังนั้น PMAT อยากให้องค์กรในไทยพิจารณาการขึ้นเงินเดือนให้เกิดความยั่งยืน โดยอาจจะขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยที่ PMAT สำรวจมา เพราะองค์กรที่มีผลประกอบการที่ดีย่อมดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานให้ดีไปด้วย

หากองค์กรไม่พิจารณาปรับเงินเดือน หรือจ่ายโบนัสหลายปีติดต่อกัน จะส่งผลกระทบต่อศักยภาพขององค์กรนั้น ๆ อย่างแน่นอน ทั้งเรื่องแรงจูงใจในการทำงาน อัตรา turnover ที่สูงขึ้น พนักงานจะย้ายไปอยู่กับองค์กรที่จ่ายได้เหมาะสมกับการดำรงค์ชีวิตในปัจจุบัน

“หากองค์กรมีผลประกอบการที่ดี มีกำไร และรายได้ตามเป้า จำเป็นต้องมีการปรับเงินเดือน เพราะคนถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า หากบริษัทพิจารณาลงทุนกับเครื่องจักรและอุปกรณ์เทคโนโลยได้ ก็ต้องลงทุนกับคนได้เช่นกัน”

นางสุดคนึงเปิดเผยอีกว่า การจ่ายโบนัสรวม (โบนัสคงที่และโบนัสผันแปร) ปี 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.57 เท่าของเงินเดือน โดยอุตสาหกรรมที่ให้โบนัสรวมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ 4.45 เท่าของเงินเดือน, กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 3.15 เท่าของเงินเดือน และกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 2.59 เท่าของเงินเดือน

แต่เมื่อแยกตามประเภท อุตสาหกรรมที่จ่ายโบนัสคงที่ปี 2566 สูงสุด 3 อันดับแรกคือ กลุ่มยานยนต์ 2.41 เท่าของเงินเดือน กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 1.70 เท่าของเงินเดือน และกลุ่มเทคโนโลยี 1.50 เท่าของเงินเดือน

ขณะที่โบนัสผันแปรปี 2556 อุตสาหกรรมที่จ่ายโบนัสผันแปรสูงสุด 3 อันดับแรกคือ กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 4.12 เท่าของเงินเดือน, กลุ่มยานยนต์ 3.32 เท่าของเงินเดือน และกลุ่มเทคโนโลยี 2.64 เท่าของเงินเดือน

หากคาดการณ์ปี 2567 การจ่ายโบนัสรวม (โบนัสคงที่และโบนัสผันแปร) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.57 เท่าของเงินเดือน โดยอุตสาหกรรมที่ให้โบนัสรวมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ 4.29 เท่าของเงินเดือน, กลุ่มเทคโนโลยี 2.71 เท่าของเงินเดือน, และกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 2.65 เท่าของเงินเดือน

เมื่อแยกตามประเภทอุตสาหกรรมที่จ่ายโบนัสคงที่ปี 2567 สูงสุด 3 อันดับแรกคือ กลุ่มยานยนต์ 2.58 เท่าของเงินเดือน, ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 1.89 เท่าของเงินเดือน และเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 1.25 เท่าของเงินเดือน

ขณะที่โบนัสผันแปรผัน ปี 2567 อุตสาหกรรมที่จ่ายโบนัสผันแปรผันสูงสุด 3 อันดับแรกคือ กลุ่มยานยนต์ 2.82 เท่าของเงินเดือน และกลุ่มเทคโนโลยี 2.81 เท่าของเงินเดือน, และกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 2.80 เท่าของเงินเดือน

“การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะปัจจุบันคนทำงานประสบปัญหาหนี้สิน เงินไม่เพียงพอต่อการจ่ายค่ากิน ค่าใช้ และค่ายารักษาโรค ยังไม่รวมที่ต้องเก็บออมเพื่ออนาคต ดังนั้น คณะกรรมการไตรภาคี (นายจ้าง ลูกจ้าง กระทรวงแรงงาน) ต้องคุยกันเพื่อดูอัตราที่เหมาะสม ให้องค์กรอยู่ได้ และพนักงานอยู่รอด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...