โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘Deepfake’ ดาบสองคม เครื่องมือมิจฉาชีพโลกออนไลน์ แนะวิธีสังเกต-ป้องกัน ตามนี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 มิ.ย. 2565 เวลา 18.13 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2565 เวลา 00.00 น. • The Bangkok Insight

ทำความรู้จัก Deepfake เทคโนโลยีสร้างภาพบุคคล ที่กลายเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ พร้อมวิธีสังเกตและป้องกัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Google ได้แบนอัลกอริธึม Deepfake (ดีฟเฟค)จาก Google Colaboratory ซึ่งเป็นบริการคอมพิวติ้งฟรีพร้อมการเข้าถึง GPU ซึ่ง Google ไม่ได้เป็นเจ้าเดียวที่ควบคุม ดีฟเฟค รัฐต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ก็มีกฎหมายควบคุม

Deepfake

ขณะที่ประเทศจีนได้ร่างกฎหมาย กำหนดให้มีการระบุสื่อที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ และกฎระเบียบ AI ของสหภาพยุโรปหรือ EU ในอนาคต อาจรวมเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีเฉพาะนี้ด้วย

ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ ได้อธิบายว่าDdeepfake (ดีฟเฟค) โดยทั่วไปหมายถึง สื่อสังเคราะห์ประเภทต่าง ๆ ที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้คนและสร้างขึ้นด้วยโครงข่ายประสาทเทียมระดับลึก

ดีฟเฟค อาจเป็นวิดีโอ ภาพถ่าย หรือการบันทึกเสียง การใช้การเรียนรู้เชิงลึกแทนเทคนิคการตัดต่อภาพแบบดั้งเดิม ได้ช่วยลดความพยายามและทักษะที่จำเป็นอย่างมาก ในการสร้างภาพปลอมที่น่าเชื่อถือได้

ในช่วงแรก คำว่า ดีฟเฟค นี้หมายถึงซอฟต์แวร์ชิ้นหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมใน Reddit ซอฟต์แวร์นี้สามารถฝังใบหน้าของบุคคลลงในวิดีโอที่มีบุคคลอื่น และเกือบทั้งหมดถูกใช้เพื่อสร้างภาพอนาจารที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเหล่าคนดัง

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า ดีฟเฟค จำนวนมากถึง 96% เป็นภาพลามกอนาจาร จึงยิ่งเน้นย้ำถึงข้อกังวลว่า ดีฟเฟค จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด การขู่กรรโชก และสร้างความอับอายในที่สาธารณะ

เทคโนโลยี ดีฟเฟค เอื้อประโยชน์แก่อาชญากรไซเบอร์ได้เช่นกัน อย่างน้อยในกรณีที่เกิดขึ้นที่อังกฤษและฮ่องกง มีการใช้เสียงดีฟเฟค เพื่อหลอกบริษัทต่าง ๆ ให้โอนเงินไปยังผู้ฉ้อโกง โดยปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

จากการวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่า อัลกอริธึมการตรวจจับความมีชีวิตเชิงพาณิชย์ ที่ใช้โดยสถาบันการเงินในขั้นตอน KYC อาจถูกหลอกลวงโดยดีฟเฟค ที่สร้างขึ้นจากภาพถ่าย ID สร้างเวกเตอร์การโจมตีใหม่และทำให้ ID ที่รั่วไหลกลายเป็นปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น

อีกปัญหาหนึ่งคือ ดีฟเฟค ได้ทำลายความไว้วางใจในเนื้อหาเสียงและวิดีโอ เนื่องจากสามารถนำมาใช้เพื่อจุดประสงค์ที่ชั่วร้ายได้

ตัวอย่างเช่น ในกรณีล่าสุด การสัมภาษณ์ปลอม ๆ ของ Elon Musk ถูกใช้เพื่อส่งเสริมการหลอกลวงสกุลเงินดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญและสถาบันต่าง ๆ เช่น Europol ได้เตือนว่า การมีอยู่ที่เพิ่มขึ้นของ ดีฟเฟค สามารถนำไปสู่การแพร่ขยายข้อมูลที่บิดเบือนบนอินเทอร์เน็ต

ด้วยประเด็นความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับ ดีฟเฟค ผู้ใช้จึงสงสัยว่าจะสามารถตรวจจับ ดีฟเฟค ได้อย่างไร แคสเปอร์สกี้ขอแนะนำเคล็ดลับบางประการในการเริ่มต้น ดังต่อไปนี้

  • ดีฟเฟค ที่ดูน่าเชื่อถืออย่างเช่นกรณีของ Tom Cruise จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญและความพยายามอย่างมาก และบางครั้งแม้แต่นักเลียนแบบมืออาชีพก็แยกไม่ออก

ทั้งนี้ ดีฟเฟค ที่ใช้สำหรับการหลอกลวงมักมีคุณภาพต่ำ และสามารถเห็นได้โดยการสังเกตการเคลื่อนไหวของริมฝีปากที่ผิดธรรมชาติ ผมที่แสดงผลได้ไม่ดี รูปร่างใบหน้าที่ไม่ตรงกัน กะพริบตาเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย สีผิวไม่ตรงกัน และอื่นๆ

นอกจากนี้ข้อผิดพลาดในการแสดงเสื้อผ้าหรือมือที่เคลื่อนผ่านใบหน้า สามารถให้จับสังเกต ดีฟเฟค มือสมัครเล่นได้

  • หากพบเห็นบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลสาธารณะออกมาพูดอย่างไม่เหมาะสม หรือยื่นข้อเสนอที่ดีเกินจริง แม้ว่าวิดีโอนั้นจะน่าเชื่อถือ แนะนำให้ดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ และตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

ทั้งนี้ ผู้ฉ้อโกงสามารถเข้ารหัสวิดีโอเพื่อซ่อนข้อบกพร่องของ ดีฟเฟค ได้ ดังนั้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดไม่ใช่การดูวิดีโอเพื่อค้นหาเบาะแส แต่ใช้สามัญสำนึก และทักษะ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมด้วย

  • โซลูชันการรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้สามารถช่วยได้ กรณีที่ผู้ใช้ถูก ดีฟเฟค คุณภาพสูงโน้มน้าวให้ดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรมที่เป็นอันตราย หรือเยี่ยมชมลิงก์ที่น่าสงสัยหรือเว็บไซต์ฟิชชิ่ง
  • กรณีตกเป็นเหยื่อของ deepfake porn สามารถติดต่อเว็บไซต์นั้น เพื่อขอให้ลบวิดีโอ (เว็บไซต์หลายแห่งห้ามไม่ให้โพสต์ดีฟเฟค) และติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากการสร้าง ดีฟเฟค เป็นความผิดทางอาญา

นายวลาดิสลาฟ ทุชคานอฟ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ข้อมูล แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า ดีฟเฟคเป็นตัวอย่างสำคัญของเทคโนโลยี ที่พัฒนาได้เร็วกว่าที่ผู้ใช้จะเข้าใจ และสามารถจัดการความยุ่งยากได้

ด้วยเหตุนี้ ดีฟเฟค จึงถูกมองว่าเป็นชุดเครื่องมือที่ใช้บิดเบือนข้อมูล เป็นความท้าทายสิ่งที่สังคมคิดว่าสามารถไว้วางใจได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...