โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

8 วิธีล้างพิษตับด้วยตัวเอง ฟื้นฟูสุขภาพตับให้ดีโดยไม่ใช้ยา

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 ก.พ. 2568 เวลา 03.43 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2568 เวลา 03.43 น. • The Bangkok Insight

8 วิธีล้างพิษตับด้วยตัวเอง ฟื้นฟูสุขภาพตับให้ดีโดยไม่ใช้ยา ให้กลับมาสะอาด แข็งแรง

ตับของเรามีหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ เข้า ตับของเราก็อาจจำเป็นที่ต้องมีการฟื้นฟูหรือล้างพิษในตับกันบ้าง เพราะพฤติกรรมบางอย่าง เช่นการทานอาหารที่ทำให้ตับทำงานหนักก็อาจทำให้ตับของเราเสื่อมตัวไวขึ้น เพื่อให้ตับของเราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการป้องกันภาวะโรคตับต่าง ๆ เช่น โรคไขมันพอกตับ โรคตับแข็ง รวมถึงเพื่อเป็นการป้องกันมะเร็งตับ การรู้จัก วิธีล้างพิษตับด้วยตัวเอง เพื่อฟื้นฟูตับให้กลับมาแข็งแรง จะสำคัญมาก แล้ววิธีเหล่านั้นมีอะไรบ้าง?

วิธีล้างพิษตับ

8 วิธีล้างพิษตับด้วยตัวเอง เพื่อฟื้นฟูตับให้กลับมาสะอาด แข็งแรง

เพราะการดูแลสุขภาพตับเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้การรู้จักกับวิธีล้างพิษตับด้วยตัวเองจะเป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพตับอย่างหนึ่งที่ดีเลย ซึ่งวิธีต่าง ๆ จะมีด้วยกันดังนี้

1. ดื่มน้ำเยอะ ๆ ในปริมาณพอเหมาะแต่ละวัน

การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่กับสุขภาพร่างกายโดยรวมเท่านั้น และมันจะยิ่งสำคัญกับตับมาก ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อพิษตกค้างอยู่ที่ตับ จะส่งผลเสียต่อตับอย่างมาก เมื่อเราดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ (7-8 แก้วต่อวัน) จะช่วยให้ตับของเราสามารถขับสารพิษเหล่านั้นออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ออกกำลังกายทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที

เพราะการออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยลดไขมันตับได้เป็นอย่างดี และร่างกายของเราจำเป็นต้องงมีการขับเหงื่อออก ซึ่งถือเป็นการขับสารพิษออกจากร่างกายอย่างหนึ่ง เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ วันละ 30 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับ เพิ่มระยะเวลาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะ การวิ่ง เข้าฟิตเนส หรือกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้เหงื่อออกอย่างการเข้าห้องซาวน่าก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

3. เลือกทานอาหารที่ดีต่อตับ

เช่น ผักบำรุงตับอย่างผักกะหล่ำ บรอกโคลี ที่มีกลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) กระเทียมที่มีอัลลิซิน (Allicin) ผักใบเขียวที่มีคลอโรฟิลล์ หรือชาเขียว มัทฉะ ที่มีคาเทชิน (Catechins) ล้วนเป็นอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อตับ มีส่วนช่วยขับสารพิษในตับ และช่วยลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. เลือกทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

เพราะสารต้านอนุมูลอิสระนั้นจะช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ส่งผลเสียต่อเซลล์ตับ ทำให้การทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างผลไม้บำรุงตับ ตระกูลเบอร์รี ถั่ว เมล็ด รวมถึงชาเขียว จะมีส่วนช่วยป้องกันสุขภาพตับได้เป็นอย่างดี และส่งผลให้ตับสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ขับสารพิษออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีล้างพิษตับ

5. ลดหรือเลี่ยงแอลกอฮอล์

เพราะตับของเราจะทำงานหนักเมื่อเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยิ่งดื่มมากเท่าไหร่ ตับของเราก็ยิ่งทำงานหนักมากเท่านั้น นาน ๆ เข้า การดื่มหนักก็จะทำให้เซลล์ตับเสื่อมสลายลง เพิ่มความเสี่ยงโรคไขมันพอกตับหรือโรคตับแข็งได้ ทำให้การลดหรือเลี่ยงดื่มแอลกอฮอล์ จะเป็นวิธีล้างพิษตับด้วยตัวเองอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก

6. ลดหรือเลี่ยงอาหารแปรรูป เนื้อแดง ของทอด

ไม่ว่าจะเป็นอาหารแช่แข็ง อาหารไมโครเวฟ เนื้อย่าง หมูทอด ไส้กรอก เบอร์เกอร์ หรือของที่ใช้น้ำมันปริมาณมากในการทอด และอาหารอีกหลายอย่างที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และไม่ดีต่อตับด้วยเช่นกัน เพราะการทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณมากจะเข้าไปเพิ่มไขมันตับ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ได้ ทำให้การลดหรือเลี่ยงอาหารเหล่านี้สำคัญกับการดูแลสุขภาพตับอย่างมาก

7. ลดน้ำตาล

เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ของหวาน และอาหารต่าง ๆ ที่มีสารให้ความหวาน จะมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ได้

8. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เพราะการนอนหลับพักผ่อนแบบไม่เพียงพอจะไปรบกวนกระบวนการเผาผลาญ ซึ่งตับก็ถือเป็นอวัยวะหนึ่งที่ทำหน้าที่เผาผลาญด้วยเช่นกัน ทำให้การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อวันเป็นสิ่งสำคัญ และต้องเข้านอนเร็ว ไม่ควรเกิน 4 ทุ่ม

i-Kinn : i-kinn.com/8-ways-to-detoxify-your-liver-yourself/
Tiktok : vt.tiktok.com/ZSMeXoGSL/

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...